วอชิงตัน “เบี้ย” อิสราเอล อิหร่านส่งสัญญาณถึงสหรัฐฯ ผู้รุกรานจะเหลือเพียงชื่อที่ด่างพร้อยในประวัติศาสตร์
วอชิงตัน “เบี้ย” อิสราเอล อิหร่านส่งสัญญาณถึงสหรัฐฯ ผู้รุกรานจะเหลือเพียงชื่อที่ด่างพร้อยในประวัติศาสตร์
วันที่ 2 เม.ย. 69 สถานเอกอัครราชทูตอิหร่านประจำประเทศไทย ได้เผยแพร่สารจากประธานาธิบดีเปเซซเคียน (Masoud Pezeshkian) ถึงประชาชนชาวสหรัฐอเมริกา ในระหว่างที่สมรภูมิการสู้รบในตะวันออกกลางที่เริ่มมาตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. 69 จนถึงปัจจุบัน จากการเริ่มต้นจู่โจมอิหร่านก่อน โดยอิสราเอล และสหรัฐอเมริกาว่า ท่ามกลางกระแสของการบิดเบือน สร้างเรื่องโกหกหลอกลวง แม้ต้องอดทนต่อการถูกยึดครอง การรุกราน และความกดดันอย่างต่อเนื่องจากมหาอำนาจโลก ที่มีแสนยานุภาพทางทหารที่เหนือกว่า แต่อิหร่านได้ตอบโต้ผู้ที่เข้ามาโจมตีอย่างเด็ดเดี่ยวและกล้าหาญ
ประชาชนชาวอิหร่านไม่ได้มีความเป็นศัตรูต่อชาติอื่น รวมถึงประชาชนชาวอเมริกา ยุโรป หรือประเทศเพื่อนบ้าน แม้เผชิญกับการแทรกแซงจากต่างชาติและความกดดันซ้ำแล้วซ้ำเล่า ด้วยเหตุนี้ การวาดภาพให้อิหร่านเป็นภัยคุกคาม จึงไม่สอดคล้องกับความจริงทางประวัติศาสตร์หรือข้อเท็จจริงที่สังเกตได้ในปัจจุบัน มุมมองดังกล่าวเป็นผลผลิตจากความอำเภอใจทางการเมืองและเศรษฐกิจของผู้มีอำนาจความต้องการสร้าง “ศัตรู” ขึ้นมาเพื่อสร้างความชอบธรรมในการกดดัน รักษาการครอบงำทางการทหาร หล่อเลี้ยงอุตสาหกรรมอาวุธ และควบคุมตลาดเชิงยุทธศาสตร์ ในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ หากภัยคุกคามไม่มีอยู่จริง มันก็จะถูกเสกสรรปั้นแต่งขึ้นมา
ภายใต้กรอบความคิดเดียวกันนี้ สหรัฐฯได้รวมศูนย์กำลังพล ฐานทัพ และขีดความสามารถทางทหารจำนวนมหาศาลไว้รอบอิหร่าน โดยธรรมชาติไม่มีประเทศใดที่เผชิญกับสภาวะเช่นนี้แล้วละเลยการเสริมสร้างขีดความสามารถในการป้องกันตนเอง สิ่งที่อิหร่านได้ทำมาและยังคงทำอยู่คือการตอบโต้ตามความเหมาะสมโดยมีพื้นฐานจากการป้องกันตนเองที่ชอบด้วยกฎหมาย และไม่ใช่การริเริ่มสงครามหรือการรุกรานแต่อย่างใด
ขณะเดียวกันสิ่งนี้นำไปสู่คำถามพื้นฐานว่า ผลประโยชน์ใดของประชาชนชาวอเมริกันที่ได้รับการตอบสนองอย่างแท้จริงจากสงครามครั้งนี้? มีภัยคุกคามที่เป็นรูปธรรมจากอิหร่านเพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับพฤติกรรมดังกล่าวหรือไม่? การสังหารเด็กที่บริสุทธิ์ การทำลายโรงงานผลิตยารักษาโรคมะเร็ง หรือการคุยโวเรื่องการระเบิดถล่มประเทศหนึ่งให้ “กลับไปสู่ยุคหิน”นั้น มีวัตถุประสงค์อื่นใดนอกเหนือจากการทำลายสถานะระดับโลกของสหรัฐอเมริกาให้เสียหายยิ่งขึ้นหรือไม่
ไม่จริงหรือที่อเมริกาได้เข้าสู่การรุกรานครั้งนี้ในฐานะตัวแทนของอิสราเอล โดยถูกชี้นำและชักใยโดยระบอบนั้น ไม่จริงหรือที่อิสราเอลพยายามเบี่ยงเบนความสนใจของโลกจากอาชญากรรมที่ทำต่อชาวปาเลสไตน์ ด้วยการสร้าง “ภัยคุกคามจากอิหร่าน” ขึ้นมา? · ไม่เป็นที่ประจักษ์ชัดหรือว่าปัจจุบันอิสราเอลตั้งเป้าที่จะสู้กับอิหร่านจนถึงทหารอเมริกันคนสุดท้ายและเงินภาษีของชาวอเมริกันดอลลาร์สุดท้าย โดยโยกย้ายภาระจากความหลงผิดของตนเองไปให้กับอิหร่าน ภูมิภาค และตัวสหรัฐอเมริกาเอง เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ที่ไม่ชอบธรรม?
วันนี้ โลกยืนอยู่บนทางแยก การเลือกเดินบนเส้นทางแห่งการเผชิญหน้ามีราคาที่ต้องจ่ายสูงและไร้ประโยชน์ยิ่งกว่าที่เคยเป็นมา ทางเลือกระหว่างการเผชิญหน้าและการมีปฏิสัมพันธ์นั้นเป็นเรื่องจริงและส่งผลกระทบใหญ่หลวง ผลลัพธ์ของมันจะกำหนดอนาคตของคนรุ่นหลังสืบไป ตลอดประวัติศาสตร์อันยาวนานนับพันปี อิหร่านยืนหยัดผ่านพ้นผู้รุกรานมามากมาย สิ่งที่เหลืออยู่ของผู้รุกรานเหล่านั้นมีเพียงชื่อที่ด่างพร้อยในประวัติศาสตร์ ในขณะที่อิหร่านยังคงดำรงอยู่อย่างทรหด มีเกียรติ และภาคภูมิใจ