“ภัทรพงษ์” จี้นายกฯ ตอบให้ชัดดันร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด ต่อหรือไม่ ย้ำ! ต้องเลือกข้างกลุ่มทุนหรือประชาชน หลังมีข่าวเตรียมอุ้มร่างถ่วงเวลาปกป้องทุนใหญ่
วันที่ 2 เมษายน 2569 นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน แถลงข่าวเรียกร้องให้รัฐบาลแสดงจุดยืนที่ชัดเจนต่อการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด หลังจากเมื่อวานนี้มีการยื่นญัตติด่วนเรื่องปัญหาฝุ่น PM 2.5 ที่ในขณะนี้ค่าฝุ่นในพื้นที่ภาคเหนือพุ่งเกินเกณฑ์มาตรฐานและจัดอยู่ในระดับอันตรายเป็นอย่างมาก
โดยนายภัทรพงษ์ ระบุว่า ตนได้รับรู้มาว่ามีความพยายามจะไม่หยิบร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด มาพิจารณาต่อ ซึ่งเมื่อวานนี้ตนได้อภิปรายขอให้นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มาตอบญัตติในสภา แต่นายสุชาติก็ไม่มาตอบและยังเลือกที่จะให้สัมภาษณ์หลีกเลี่ยงการประกาศเขตภัยพิบัติว่าหากประกาศเป็นเขตภัยพิบัติแล้วจะกระทบกับการท่องเที่ยว ซึ่งตนมองว่าเป็นเรื่องไร้สาระมาก เพราะไม่ว่าจะประกาศหรือไม่ก็กระทบกับการท่องเที่ยวหนักมากอยู่แล้ว
นายภัทรพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ก่อนยุบสภาชุดที่แล้ว สถานะของร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด อยู่ในชั้นกรรมาธิการของ สว. เมื่อมีการยุบสภาร่างฯ ฉบับนี้จึงตกไป แต่คณะรัฐมนตรีชุดใหม่สามารถหยิบขึ้นมาพิจารณาได้ภายใน 60 วันหลังการประชุมรัฐสภานัดแรก ซึ่งเริ่มต้นในวันที่ 14 มีนาคม 2569 ดังนั้นวันที่ 13 พฤษภาคม 2569 คือเส้นตายของร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด ตนจึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลอย่าถ่วงร่างฯ และออกมาพูดให้ชัดเจนว่าจะเอาอย่างไรต่อกับร่างกฎหมายนี้
นายภัทรพงษ์ กล่าวต่อไปว่า คนที่ควรออกมาแสดงจุดยืนมากที่สุดคือนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่สส.พรรคภูมิใจไทย คือ นายศุภชัย ใจสมุทร ที่ออกมาพูดแล้วใช้เทคนิคทางการเมือง ที่สุดท้ายสามารถอ้างทีหลังได้ว่าพูดในนามของ สส. ไม่ได้พูดในนามของคณะรัฐมนตรี อีกทั้งสิ่งที่นายศุภชัย พูดออกมาทั้งหมดเป็นการพูดที่น่าผิดหวังมาก เพราะนายศุภชัย เป็นที่ปรึกษากรรมาธิการร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด ตั้งแต่ช่วงปี 2567 และยังเป็นอนุกรรมาธิการที่เป็นคณะร่าง พ.ร.บ. ฉบับที่พิจารณากันอยู่นี้ด้วย
และในเวลาที่นายศุภชัย อยู่ในชั้นคณะกรรมาธิการและอนุกรรมาธิการ ตนกลับไม่เห็นข้อขัดแย้งเหล่านี้ เช่น เรื่องอีมิชชั่นเทรดดิ้ง ที่บอกว่าทำไม่ได้ แต่นายศุภชัย ไม่รู้หรือว่าในร่าง พ.ร.บ.การเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ มติคณะรัฐมนตรีก็มีเรื่องอีมิชชั่นเทรดดิ้งอยู่เช่นกัน เรื่องง่าย ๆ แบบนี้ถ้านายศุภชัย เข้าประชุมและเอาข้อกังวลนี้พูดในที่ประชุมก็จบตั้งแต่ในที่ประชุมแล้ว ตนจึงตั้งข้อสังเกตว่ามีใครพยายามที่จะถ่วงร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาดหรือไม่ เพื่อให้ไม่ทันกำหนดเส้นตายในวันที่ 13 พฤษภาคมนี้ใช่หรือไม่
นายภัทรพงษ์ กล่าวด้วยว่า ลมหายใจของประชาชนไม่ใช่สิ่งที่จะนำมาเล่นเป็นเกมการเมือง รัฐบาลต้องพูดให้ชัด ตรงไปตรงมากับประชาชนว่าจะเอาอย่างไรกับร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ เพื่อให้ประชาชนที่ต้องเผชิญกับฝุ่นพิษ PM2.5 ได้เห็นทิศทางในการแก้ปัญหานี้อย่างชัดเจนและตรงไปตรงมา