3 องค์กรระดับโลก “IEA-IMF-World Bank” ประกาศตั้งทีมรับมือผลกระทบ “สงครามตะวันออกกลาง” หวั่นวิกฤตพลังงานลามเศรษฐกิจโลก!
ทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (IEA), กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และธนาคารโลก (World Bank) เปิดเผยว่า ทั้งสามองค์กรจะจัดตั้งกลุ่มประสานงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรับมือผลกระทบด้านเศรษฐกิจและพลังงานจากสงครามในตะวันออกกลาง
สำหรับหน้าที่ของกลุ่มประสานงานใหม่นี้ คือ การ ประเมินความรุนแรงของผลกระทบในแต่ละประเทศ ประสานกลไกการตอบสนอง และระดมผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเพื่อสนับสนุนประเทศที่ได้รับผลกระทบ
พร้อมกันนี้จะมีมาตรการอาจครอบคลุมการให้คำแนะนำเชิงนโยบายแบบมุ่งเป้า การประเมินความต้องการด้านเงินทุน และการจัดหาเงินสนับสนุน เช่น เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำหรือ 0% รวมถึงเครื่องมือบริหารความเสี่ยงในรูปแบบต่าง
ทั้งสามองค์กรระบุในแถลงการณ์ร่วมว่า สงครามได้ก่อให้เกิดความปั่นป่วนอย่างรุนแรงในภูมิภาค และนำไปสู่ภาวะขาดแคลนอุปทานครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของตลาดพลังงานโลก
IEA, IMF และ World Bank เห็นพ้องกันว่า ในช่วงที่ความไม่แน่นอนอยู่ในระดับสูง การผนึกกำลังเพื่อติดตามสถานการณ์ ปรับการวิเคราะห์ให้สอดคล้องกัน และประสานการสนับสนุนแก่ผู้กำหนดนโยบาย เป็นสิ่งจำเป็นต่อการรับมือวิกฤต
ทั้งนี้ความขัดแย้งดังกล่าวเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตหลายพันคนทั่วภูมิภาค
และปัจจุบันสงครามเข้าสู่เดือนที่สองและได้ลุกลามเป็นวงกว้าง กระทบต่ออุปทานพลังงาน และเพิ่มความเสี่ยงต่อเสถียรภาพของเศรษฐกิจโลก
IEA, IMF และ World Bank ระบุว่า ผลกระทบของสงครามมีลักษณะกว้างขวางในระดับโลก แต่ไม่เท่าเทียมกัน โดยประเทศผู้นำเข้าพลังงาน โดยเฉพาะประเทศรายได้ต่ำ ได้รับผลกระทบรุนแรงมากกว่า
และการเกิดสงครามยังผลักดันให้ราคาน้ำมัน ก๊าซ และปุ๋ยปรับตัวสูงขึ้น ขณะเดียวกันยังก่อให้เกิดความกังวลด้านราคาอาหาร และส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานของฮีเลียม ฟอสเฟต อะลูมิเนียม และสินค้าโภคภัณฑ์อื่น ๆ รวมถึงภาคการท่องเที่ยว
ทั้งสามองค์กรยังระบุว่า ความผันผวนของตลาด ค่าเงินในประเทศตลาดเกิดใหม่ที่อ่อนค่าลง และความกังวลต่อแนวโน้มเงินเฟ้อ อาจนำไปสู่การใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้น และการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ชะลอลง
ทั้งนี้ IEA, IMF และ World Bank ยืนยันว่าจะร่วมมือกันเพื่อรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจและการเงินโลก เสริมความมั่นคงด้านพลังงาน และสนับสนุนประเทศที่ได้รับผลกระทบให้สามารถฟื้นตัว เติบโต และสร้างงานได้อย่างยั่งยืนผ่านการปฏิรูปต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ตัวเลขล่าสุด! กองทุนน้ำมันฯอ่วม ติดลบ 47,000 ล้านบาท เงินไหลออกวันละ 1,700 ล้านบาท รอลุ้นไทยขอ "รัสเซีย"นำเข้าน้ำมันดิบ
- พลังงานนัด กบง. 7 เม.ย. ปรับค่ากลั่น-ตรึงค่าไฟก่อนสงกรานต์
- เกาหลีใต้เอาจริง! “คุมรถทั้งประเทศ” รับแรงกระแทกตะวันออกกลาง
- อบจ.ปทุมฯ เล็งงดภาษีน้ำมัน 3 เดือน ลดราคาหน้าปั๊ม
- “นายกฯ” อัปเดตสถานการณ์น้ำมัน 5 ปั๊มใหญ่ เช็กเลยที่นี่!