ราคาน้ำมันดิบ WTI วันที่ 02/04/69 พุ่งกว่า 11% หลังทรัมป์ประกาศยกระดับการโจมตีอิหร่าน
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 2 เมษายน 2569 ราคาน้ำมันทั้งสัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส (WTI) และเบรนท์ทะเลเหนือลอนดอน ปรับตัวสูงขึ้นกว่า 11% และเกือบ 8% ตามลำดับ หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศยกระดับการโจมตีอิหร่าน ซึ่งสร้างความกังวลเกี่ยวกับปัญหาความไม่สงบทางอุปทานพลังงานที่อาจยืดเยื้อ
สัญญาน้ำมันดิบ WTI งวดส่งมอบเดือนพฤษภาคมเพิ่มขึ้น 11.42 ดอลลาร์ ปิดที่ 111.54 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2020 ขณะที่เบรนท์ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนมิถุนายน เพิ่มขึ้น 7.87 ดอลลาร์ ปิดที่ 109.03 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
การประกาศจากทรัมป์ระบุว่า อเมริกาจะเดินหน้าปฏิบัติการทางทหารอย่างหนักในช่วง 2-3 สัปดาห์ข้างหน้า โดยกล่าวว่า "เราจะทำให้พวกเขาย้อนกลับสู่ยุคหิน ซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเขาคู่ควร" การดำเนินการนี้ทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น ทว่ากลับก่อให้เกิดความกังวลในเรื่องของเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ย
ผลกระทบจากข่าวดังกล่าวได้ฉุดราคาทองคำดิ่งลงแรงในวันเดียวกัน โดยราคาทองคำยูเอส โกลด์ ฟิวเจอร์ส งวดส่งมอบเดือนเมษายน ลดลงถึง 2.8% ปิดที่ 4,679.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทำให้ทองคำตกอยู่ในภาวะขาลงจากความกังวลเรื่องนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ที่อาจไม่ได้ปรับอัตราดอกเบี้ยตามที่คาดหวังไว้