เคาะไป คุยไป : เคาะ NCAP
#ทันหุ้น-NCAP วางเป้าปี 2026 แบบระมัดระวัง โดยคาดว่าตลาดรถจักรยานยนต์ไทยจะยังทรงตัวใกล้เคียงปี 2025 ที่ราว 1.75 ล้านคัน แต่บริษัทยังคงตั้งเป้าการเติบโตของสินเชื่อใหม่ไม่น้อยกว่า 15% ผ่านกลยุทธ์ “Selective Growth” ที่เน้นขยายพอร์ตบนฐานลูกค้าคุณภาพดี มากกว่าการเร่งปริมาณ ขณะเดียวกันบริษัทตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อจำนำทะเบียนเล่มรถจักรยานยนต์ (Title Loan MC) ผ่าน Next Money ไม่น้อยกว่า 300 ล้านบาท เพื่อเพิ่มรายได้จากการ cross-sell ในกลุ่มลูกค้าเดิม พร้อมเดินหน้าควบคุมค่าใช้จ่ายผ่านการใช้เทคโนโลยีและ AI เพื่อยกระดับประสิทธิภาพ และมีโอกาสได้แรงหนุนเพิ่มจากต้นทุนทางการเงินที่อาจลดลงตามแนวโน้มดอกเบี้ยขาลง
ในด้านคุณภาพสินทรัพย์ บริษัทให้น้ำหนักกับการรักษาวินัยเครดิตอย่างชัดเจน หลังจากสิ้นปี 2025 สามารถควบคุม NPL ลงมาอยู่ที่ 1.72% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ก่อตั้ง และตั้งเป้าลดลงต่อให้ต่ำกว่า 1.7% ในปี 2026 ผ่านการคัดกรองลูกหนี้อย่างเข้มงวด การใช้ Credit Scoring และ AI ในกระบวนการติดตามหนี้ รวมถึงการตั้งสำรองเชิงรุกเพื่อรองรับความเสี่ยงเฉพาะพื้นที่หรือเหตุการณ์ไม่คาดคิด ขณะที่โครงสร้างพอร์ตปัจจุบันสะท้อนการโฟกัสไปที่สินเชื่อรถจักรยานยนต์เกือบทั้งหมด โดยสินเชื่อใหม่ปี 2025 มาจาก HP MC ถึง 99.4% และพอร์ตคงค้างรวม 10,220 ล้านบาท กระจุกตัวใน HP MC ถึง 96.8% ส่วนพอร์ตสินเชื่อรถบรรทุกลดบทบาทลงอย่างต่อเนื่อง โดยไม่มีการปล่อยสินเชื่อนี้ตั้งแต่ปี 2024
สำหรับมุมมองเชิงกลยุทธ์ บริษัทมีท่าทีระมัดระวังต่อธุรกิจรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า เนื่องจากตลาดยังเล็กและมีความไม่แน่นอนทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน การซ่อมบำรุง และมูลค่าขายต่อ แต่ยังเปิดรับโอกาสผ่านการทดลองตลาดร่วมกับพันธมิตรในบาง segment ที่ควบคุมความเสี่ยงได้ดี ขณะที่ในเชิง valuation หุ้นยังถือว่าน่าสนใจ โดยปัจจุบันซื้อขายบน PBV เพียง 0.66 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มที่ 1.04 เท่า สะท้อน upside ที่ยังเปิดอยู่ หากบริษัทสามารถรักษาคุณภาพสินทรัพย์และส่งมอบการเติบโตได้ตามแผนในปีนี้
แนะนำ “เคาะ” ครับ ทางด้านปัจจัยเทคนิค ระยะสั้นรอบการแกว่งตัวแท่งเทียนไม่สร้างยอดต่ำใหม่กว่า ระดับราคาปรับยืนแนวรับSMAและจุดต่ำแท่งเทียนคู่ 2.58/2.48 ได้มั่นคง มีโอกาสสร้างฐานราคา แนวต้านจิตวิทยา 2.70 ผ่านยืนเป็นสัญญาณซื้อ แนวโน้มจบรอบขาลง มีโอกาสขึ้นทดสอบGapแนวต้าน 2.88-2.92
คำแนะนำASL
กรณี “มีหุ้น” ถือหรือซื้อเพิ่ม มีโอกาสทดสอบแนวต้าน 2.70/2.88-2.92
กรณี “ไม่มีหุ้น” ซื้อระยะสั้นเน้นยืนแนวรับ 2.58/2.48ไม่ควรต่ำกว่า