โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จับตา ครม. อนุทิน 2 ปัดฝุ่นกฎหมายตก มีทั้งร่างแก้ รธน. นิรโทษกรรมและกฎหมายประชาชนหลายฉบับ

iLaw

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • iLaw

14 มีนาคม 2569 มีพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมรัฐสภา พ.ศ. 2569 หลังจากการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งเป็นการเริ่มต้นนับถอยหลังการนำกฎหมายตกไปด้วยผลของการยุบสภาจำนวนไม่น้อยกว่า 99 ฉบับกลับมาพิจารณาต่อ รัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 147 วางหลักไว้ในกรณีที่มีการยุบสภาผู้แทนราษฎร ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมหรือร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ที่รัฐสภายังไม่ได้ให้ความเห็นชอบ หรือที่รัฐสภาให้ความเห็นชอบแล้วแต่พระมหากษัตริย์ไม่ทรงเห็นชอบด้วย หรือเมื่อ 90 วันแล้วไม่ได้พระราชทานคืนมาเป็นอันตกไป วรรคสองของมาตราเดียวกันเปิดช่องให้คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ที่จะจัดตั้งขึ้นภายหลังการเลือกตั้ง ร้องขอต่อรัฐสภาให้พิจารณาร่างพ.ร.บ.ที่ตกไปภายใน 60 วัน นับแต่วันเรียกประชุมรัฐสภาครั้งแรกหลังการเลือกตั้งทั่วไป

ดังนั้นกำหนดวันสุดท้ายที่คณะรัฐมนตรีจะรับรองกฎหมายตกชุดดังกล่าวให้กลับมาพิจารณาต่อในสภาสมัยนี้คือ วันที่ 13 พฤษภาคม 2569 ซึ่งมีทั้งร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมและร่างพ.ร.บ.น่าจับตาหลายฉบับ

ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม เปิดทางสู่การเขียนรัฐธรรมนูญใหม่

การเร่งผลักดันแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ 2560 เพื่อเปิดทางสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เป็นหนึ่งในเงื่อนไขที่พรรคประชาชนลงคะแนนเสียงเลือกอนุทิน ชาญวีรกูล ให้เป็นนายกรัฐมนตรีเมื่อเดือนกันยายน 2568 จุดตัดสำคัญเกิดขึ้นระหว่างการพิจารณาวาระสอง สส.ภูมิใจไทยสนับสนุนข้อเสนอของกรรมาธิการเสียงข้างน้อยให้สว.หนึ่งในสามลงมติรับรองร่างรัฐธรรมนูญในวาระสาม เป็นการการันตีอำนาจของสว.ในการรับรองร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ซึ่งต่างจากข้อเสนอและจุดยืนของพรรคประชาชน เมื่อเป็นเช่นนั้นพรรคประชาชนจึงประกาศใช้การอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี แต่ไม่ทันการณ์ อนุทินชิงยุบสภาเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ

ต่อมาวันที่ 12 ธันวาคม 2568 มีพระราชกฤษฎีกายุบสภาในวันที่เป็นผลให้ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมดังกล่าวตกไป นอกจากนี้ยังมีชุดร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมของพรรคประชาชนที่กำลังรอพิจารณาในวาระหนึ่งอีก 17 ฉบับ ตัวอย่างเช่น

1. ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช …. (พริษฐ์ วัชรสินธุและคณะ)

25 กรกฎาคม 2567 กลุ่มสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เหตุผลของร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเขียนสรุปใจความสำคัญว่า รัฐธรรมนูญ 2560 มีหลายมาตราไม่สอดคล้องกับหลักการประชาธิปไตยและเป็นเครื่องมือในการสืบทอดอำนาจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อีกทั้งการออกประกาศและคำสั่งหลายฉบับของคสช.ส่งผลต่อสิทธิและเสรีภาพจนอาจก่อให้เกิดวิกฤติต่อระบอบการปกครองและเศรษฐกิจ พริษฐ์และคณะจึงได้ยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญพร้อมกัน 3 ร่าง รายละเอียดดังต่อไปนี้

ฉบับที่ 1ยกเลิกมาตรา 279 สาระสำคัญของร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้คือการให้ยกเลิกมาตรา 279 ที่ว่าด้วยประกาศ คำสั่งหรือการใช้อำนาจที่เกี่ยวข้องจากคสช.ทั้งหมด ชอบด้วยกฎหมายและรัฐธรรมนูญ อีกทั้งยังเปิดให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากคำสั่งหรือการใช้อำนาจที่เกี่ยวข้องจากคสช. สามารถฟ้องร้องกลับได้

ฉบับที่ 2ยกเลิกยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี จากรัฐธรรมนูญ 2560 หมวด 16 ว่าด้วยการปฎิรูประเทศ พร้อมกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เป้าหมายควบคุมทิศทางของประเทศ มีที่มาไม่ชอบธรรมจากคณะรัฐประหาร ไม่มีความยืดหยุ่นและอาจถูกนำไปเป็นเครื่องมือทางการเมือง จึงเสนอให้มีการยกเลิกหมวด 16 ว่าด้วยการปฎิรูปประเทศและยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี

ฉบับที่ 3 ป้องกันการรัฐประหาร เนื่องจากประเทศไทยเกิดการรัฐประหารมากกว่า 10 ครั้งส่งผลกระทบต่อการเมืองและเศรษฐกิจ เพื่อให้วงจรการรัฐประหารออกไปจากการเมืองจึงมีการเสนอให้เพิ่มหมวด 16/1 การลบผลพวงรัฐประหารเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557 และการป้องกันและต่อต้านการรัฐประหาร โดยให้ผลจากมาตรา 47 ในรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 ว่าด้วยผลของประกาศ คำสั่งหรือการกระทำของคสช. ให้ชอบด้วยกฎหมายและมีผลใช้ต่อไป เป็นโมฆะเสมือนไม่เคยเกิดขึ้น

เนื้อหาระบุถึงแนวทางการต่อต้านอำนาจคณะรัฐประหารให้ประชาชน เจ้าหน้าที่รัฐและตุลาการ สามารถดำเนินคดีกับคณะรัฐประหารได้ปราศจากอายุความ พร้อมให้สถานะหมวดดังกล่าวเป็นกฎหมายจารีตหากอนาคตมีการยกเลิกกฎหมายหมวดนี้ออกไป

2. ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช …. (พริษฐ์ วัชรสินธุและคณะ)

4 ตุลาคม 2567 พริษฐ์และคณะ ได้ร่วมยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรพร้อมกัน 5 ฉบับ ได้แก่

ฉบับที่ 1 ปรับอำนาจของประธานรัฐสภา การเข้าชื่อกล่าวหาป.ป.ช. ตามรัฐธรรมนูญ 2560 หากเป็นการยื่นผ่านสมาชิกรัฐสภาจำเป็นต้องยื่นและได้รับความเห็นชอบผ่านประธานรัฐสภาก่อนเสนอไปยังประธานศาลฎีกาเพื่อพิจารณาตั้งคณะไต่สวนอิสระนั้น ผู้เสนอเห็นว่าการมีส่วนให้ความเห็นชอบจากประธานรัฐสภา อาจเกิดอุปสรรคในการปฎิบัติหน้าที่และมีอำนาจเกินควร จึงเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฯ เพื่อให้มีการแก้ไขให้เหลือเพียงแค่ประธานรัฐสภานำเสนอต่อประธานศาลฎีกาเท่านั้น

ฉบับที่ 2เพิ่มรัฐคุ้มครองประชาชน รัฐธรรมนูญ 2560 ไม่ได้มีระบุถึงการปกป้องสิทธิเสรีภาพประชาชนจากรัฐ ในกรณีการเปิดเผยหรือแจ้งเบาะแสการทุจริต พริษฐ์และคณะจึงเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฯ ให้ประชาชนได้รับการคุ้มครองจากรัฐในกรณีดังกล่าวและให้รัฐต้องเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ พร้อมอำนวยความสะดวกให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลได้สะดวก

ฉบับที่ 3 ปรับอำนาจกรรมาธิการ เดิมอำนาจของกรรมาธิการในรัฐธรรมนูญ 2560 มีอยู่จำกัด เพื่อยกระดับประสิทธิภาพกรรมาธิการ จึงเสนอให้มีการปรับให้กรรมาธิการสามารถเชิญผู้พิพากษาหรือตุลาการมาแถลงชี้แจง แสดงความเห็นและเอกสารในการดำเนินการได้

ฉบับที่ 4 ปรับการเกณฑ์ทหาร หมวด 4 มาตรา 50 ของรัฐธรรมนูญ 2560 ว่าด้วยหน้าที่ของปวงชนชาวไทย (5) ระบุว่าต้องเข้ารับราชการทหารตามที่กฎหมายกำหนด ปัจจุบัน (2569) ใช้ระบบการเกณฑ์ทหารบังคับชายไทยบางส่วนเข้ารับราชการแม้ไม่มีภัยสงคราม ส่งผลให้เกิดการลิดรอนสิทธิเสรีภาพและขาดทรัพยากรมนุษย์ในระบบเศรษฐกิจ จึงเสนอให้มีการแก้ไขปรับเป็นการรับราชการทหารเมื่อมีภัยสงครามหรือมีเหตุให้ประเทศอาจเผชิญกับสภาวะสงครามแทน

ฉบับที่ 5 เพิ่มสิทธิเสรีภาพ การขยายเงื่อนไขการจำกัดสิทธิและเสรีภาพให้รวมกับความมั่นคงของรัฐและความสงบเรียบร้อย ทำให้สิทธิและเสรีภาพของคนไทยไม่ได้รับการคุ้มครองเท่าที่ควร จึงได้เสนอให้มีการเพิ่มความคุ้มครองสิทธิตามพันธกรณีและกติการะหว่างประเทศที่ไทยได้เข้าร่วม

ฉบับที่ 6 ผู้ฝ่ายค้านเป็นประธานสภาได้ ข้อจำกัดจากรัฐธรรมนูญ 2560 ไม่สามารถทำให้ผู้นำฝ่ายค้านดำรงตำแหน่งประธานหรือรองประธานสภาผู้แทนราษฎรได้ จึงเสนอแก้ไขให้ผู้นำฝ่ายค้านสามารรับหน้าที่ประธานหรือรองประธานสภาผู้แทนราษฎรได้

ฉบับที่ 7 ปรับวิธีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หลักเกณฑ์และวิธีแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 เป็นอุปสรรคสำคัญต่อการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแม้ว่าประเด็นจะเป็นฉันทามติของสังคมจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้งและประชาชน

สาระสำคัญคือการปรับรายละเอียดการแก้ไขรัฐธรรมนูญในแต่ละขั้นตอน เช่น ญัตติการแก้ไขใช้เสียงสมาชิกวุฒิสภา 1 ใน 10 วาระรับหลักการตัดอำนาจเสียงเห็นชอบ 1 ใน 3 ของวุฒิสภาออก หรือวาระที่ 3 ปรับจำนวนเสียงเห็นชอบให้เหลือเพียงเสียงเกินกึ่งหนึ่งของสมาชิกรัฐสภาที่มีอยู่และต้องมีเสียงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2 ใน 3

3. ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช …. (พงศธร ศรเพชรนรินทร์และคณะ)

4 ตุลาคม 2567 พงศธร ศรเพชรนรินทร์และคณะทำการยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้าสู้สภาผู้แทนราษฎร ด้วยเหตุว่ารัฐธรรมนูญ 2560 ยังไม่สามารถคุ้มครองสิทธิทางสิ่งแวดล้อมของประชาชนได้เพียงพอ จึงได้เสนอให้มีการกำหนดให้บุคคลและชุมชนมีสิทธิจัดการในทรัพยากรธรรมชาติอย่างสมดุลและยังยืน มีสิทธิในการดำรงชีวิตภายในสิ่งแวดล้อมที่ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ สะอาดและถูกสุขลักษณะ

ภายในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฯ นี้ กำหนดให้รัฐมีหน้าที่คุ้มครองและรักษาสิ่งแวดล้อมที่ไม่เป็นอันตรายต่อประชาชนและต้องพึงระวังไม่ให้เกิดผลกระทบที่ส่งผลต่อประชาชน ชุมชน ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมและความหลากหลายทางชีวภาพ กำหนดให้มีองค์กรอิสระ บุคคลหรือชุมชน มีสิทธิให้ความคิดเห็นต่อหน่วยงานรัฐหรือผู้ได้รับอนุญาตจากรัฐที่อาจมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน

ร่างสร้างเสริมสังคมสันติสุข นิรโทษกรรมคดีการเมืองตั้งแต่ปี 2549

16 กรกฎาคม 2568 สภาผู้แทนราษฎรได้ประชุมพิจารณาและลงมติรับหลักการร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พุทธศักราช… ที่ประชุมมีมติรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติ จำนวน 3 ฉบับ ได้แก่ ร่างพระราชบัญญัติที่เสนอโดยวิชัย สุดสวาสดิ์ พรรครวมไทยสร้างชาติ ปรีดา บุญเพลิง พรรคครูไทยเพื่อประชาชนและอนุทิน ชาญวีรกุล พรรคภูมิใจไทย โดยปัดตกร่างนิรโทษกรรมของชัยธวัช ตุลาธนและร่างนิรโทษกรรมประชาชนซึ่งมีผู้ร่วมเข้าชื่อ 36,723 รายชื่อ หลังจากนั้นจึงให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ จำนวน 32 คน โดยให้ใช้ร่างที่เสนอโดยวิชัย เป็นหลักในการพิจารณา

ร่างพระราชบัญญัติเสริมสร้างสังคมสันติสุข หรือจะเรียกให้เข้าใจกันว่า ร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯ กำหนดกรอบเวลาการนิรโทษกรรมครอบคลุมตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2548 ซึ่งเป็นช่วงก่อนการเริ่มชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อเหลือง ก่อนการรัฐประหารปี 2549 ไปจนถึงวันที่ 16 กรกฎาคม 2568 ซึ่งเป็นวันที่สภาผู้แทนราษฎรมีมติรับหลักการร่างกฎหมายทั้งสามฉบับ โดยในบัญชีท้ายของร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯ กำหนดฐานความผิดที่ได้รับการนิรโทษกรรมรวม 42 ฐานความผิดซึ่งเพิ่มจากร่างเดิมของพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่มีเพียง 12 ฐานความผิด ให้ครอบคลุมกฎหมายอีกหลายฉบับที่มักถูกใช้กับผู้ชุมนุมทางการเมือง เช่น ความผิดตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ พ.ร.บ.ชุมนุมฯ ความผิดตามพ.ร.บ.ความสะอาดฯ และความผิดลหุโทษต่างๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างการชุมนุม

นอกจากนี้ยังเพิ่มให้ครอบคลุมความผิดที่เกี่ยวข้องกับการแสดงออกทางการเมือง เช่น ความผิดตามประกาศและคำสั่งของคสช. ความผิดฐานหมิ่นประมาทและความผิดเกี่ยวกับพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ทั้งนี้มาตรา 3 ของร่างพระราชบัญญัติระบุชัดเจนว่า ไม่ให้นิรโทษกรรมความผิดฐานทุจริตหรือประพฤติมิชอบ ความผิดที่ทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายหรือได้รับอันตรายสาหัสตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 และข้อสำคัญ คือ ไม่นิรโทษกรรมให้ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112

สถานะก่อนจะมีการยุบสภาในรัฐบาลอนุทิน 1 ร่างกฎหมายฉบับนี้ผ่านวาระหนึ่งในการพิจารณาของวุฒิสภาและการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ วุฒิสภา

ร่างพ.ร.บ.อากาศสะอาด คืนสิทธิในสิ่งแวดล้อมที่ดีให้ประชาชน

ร่างพ.ร.บ.บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ. (ร่างพ.ร.บ.อากาศสะอาดฯ) เป็นกฎหมายอีกฉบับที่ตกไปด้วยผลของการยุบสภา ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2568 ที่ประชุมวุฒิสภารับหลักการร่างพ.ร.บ.บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ. (ร่างพ.ร.บ.อากาศสะอาดฯ) และพิจารณารายมาตราในชั้นกรรมาธิการครั้งแรกเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2568 ซึ่งเป็นระยะเวลาที่กระชั้นชิดเนื่องจากมีเวลาเหลือในการทำงานน้อยหากพิจารณาถึงเสถียรภาพความั่นคงของรัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูลในเวลาดังกล่าว แม้จะเป็นวาระเร่งด่วนทั้งในแง่อายุของรัฐบาลและปัญหามลพิษทางอากาศ แต่คณะกรรมาธิการวิสามัญของวุฒิสภาไม่ได้มีท่าทีเร่งรีบพิจารณาร่างพ.ร.บ.อากาศสะอาดฯ จนนำมาสู่การวิพากษ์วิจารณ์ของภาคประชาสังคมและประชาชนที่ติดตามการพิจารณาร่างกฎหมายฉบับนี้

ความสำคัญของร่างพ.ร.บ.อากาศสะอาดฯ คือ การอุดช่องโหว่กฎหมายเดิมที่บังคับใช้โดยขาดการบูรณาการและไม่สามารถแก้ปัญหาด้านมลพิษทางอากาศ รวมทั้งยังไม่เพียงพอในการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศที่มีลักษณะเฉพาะและเป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง มีการจัดตั้งกองทุนอากาศสะอาด การกำหนดรายละเอียดในทางปฏิบัติ เช่น สัดส่วนการจัดสรรเงินหรือลำดับความสำคัญของการใช้เงินเป็นอำนาจของฝ่ายบริหารที่ดำเนินการผ่านคณะกรรมการที่ทำหน้าที่บริหารกองทุน ร่างกฎหมายมีทั้งมาตรการจูงใจและบทลงโทษ ผู้ประกอบการที่ให้ความร่วมมือจะได้ประโยชน์จากมาตรการจูงใจ ส่วนอัตราโทษที่สูงนั้นมุ่งเป้าไปยังผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายและยังคงสร้างผลกระทบต่อส่วนรวมเท่านั้น โดยการกำหนดบทลงโทษคำนึงถึงหลักความได้สัดส่วนเปรียบเทียบกับความร้ายแรงของผลกระทบทางเศรษฐศาสตร์และสังคมที่เกิดจาก PM 2.5 ที่ผู้ประกอบการรายนั้นๆได้สร้างขึ้น

ร่างพ.ร.บ.ล้มละลาย ช่องทางลูกหนี้เริ่มชีวิตใหม่ไม่ต้องล้มละลาย

ด้วยสภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัวอันเป็นผลจากการแพร่ระบาดของโควิด 19 ที่ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการน้อยใหญ่ ไปจนถึงประชาชนทั่วไปและนำสู่หนี้สินที่พอกพูน หากไม่สามารถชำระหนี้จะทำให้พวกเขาเหล่านั้นกลายเป็นบุคคลล้มละลายที่ยิ่งส่งร้ายต่อเศรษฐกิจในภาพรวม ประกอบหลักเกณฑ์เท่าที่มีอยู่ของพระราชบัญญัติล้มละลาย 2483 (พ.ร.บ.ล้มละลายฯ) ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน และควรต้องเพิ่มกลไกใหม่เพื่อหาทางอยู่รอดให้กับลูกหนี้มากขึ้น

ปี 2565 คณะรัฐมนตรีรัฐบาลของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และสส. พรรคก้าวไกล ต่างเสนอร่างแก้ไข พ.ร.บ.ล้มละลาย ในหลายประเด็น เช่น แก้ไขเพดานหนี้ฟื้นฟูกิจการ แก้ไขหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการฟื้นฟูกิจการ SMEs เพิ่มเติมกระบวนการพิจารณาเกี่ยวกับการฟื้นฟูกิจการแบบเร่งรัด เป็นต้น โดยจุดแตกต่างสำคัญ คือ ร่างของพรรคก้าวไกลมีกลไก “ฟื้นฟูสภาวะทางการเงินของลูกหนี้บุคคลธรรมดา” เป็นข้อเสนอใหม่ที่เป็นทางออกให้กับลูกหนี้ไม่ต้องล้มละลาย โดยกลไกดังกล่าวไม่มีในร่างพ.ร.บ.ล้มละลาย ฉบับที่เสนอโดยครม. ต่อมาวันที่ 24 สิงหาคม 2565 สภาผู้แทนราษฎรได้มีมติรับหลักการร่างพ.ร.บ.ล้มละลาย ทั้งสองฉบับ โดยใช้ร่างฉบับที่เสนอโดยครม. เป็นร่างหลักในการพิจารณา

อย่างไรก็ตาม มีการยุบสภาในปี 2566 ทำให้กฎหมายดังกล่าวตกไปและถูกเสนอกลับมาอีกครั้งในสมัยของแพทองธาร ชินวัตรเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2568 โดยมีสามฉบับ ได้แก่ ร่างที่เสนอโดยคณะรัฐมนตรี ร่างที่เสนอโดยวรภพ วิริยะโรจน์ พรรคประชาชนและร่างที่เสนอโดยโกศล ปัทมะ พรรคเพื่อไทย โดยสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาเสร็จสิ้นในวาระสามและส่งให้วุฒิสภาพิจารณาต่อในวันที่ 22 กันยายน 2568 และยังพิจารณาค้างอยู่ในชั้นกรรมาธิการ

ร่างกฎหมายประชาชนหลายฉบับรอการพิจารณาวาระหนึ่ง

ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ที่อยู่ในการพิจารณาของรัฐสภามีหลายฉบับที่เป็นการเข้าชื่อเสนอกฎหมายของประชาชน โดยที่ผ่านวาระหนึ่งของสภาผู้แทนราษฎรไปแล้ว เช่น ร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมแก่ราษฎร ซึ่งได้รับความเสียหายหรือได้รับผลกระทบจากการดำเนินการตามนโยบายของรัฐด้านที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติ ที่กำลังพิจารณาในชั้นกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎร และยังมีอีกอย่างน้อย 6 ฉบับที่รอการพิจารณาในวาระหนึ่งของสภาผู้แทนราษฎร

อย่างไรก็ตาม ร่างกฎหมายที่ใช้ช่องทางการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย หากคณะรัฐมนตรีไปนำกลับมาพิจารณาต่อ ผู้แทนของผู้เข้าชื่อเสนอร่างฯ ยืนยันเป็นหนังสือต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรให้พิจารณาร่างกฎหมายฯนั้นต่อไป ให้ถือว่าเป็นการเข้าชื่อเพื่อเสนอร่างกฎหมายฯใหม่และให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรดำเนินการต่อไปตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร

ร่างพ.ร.บ.ทั้ง 6 ฉบับมีดังนี้

1. ร่างพ.ร.บ.สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ….

1 มีนาคม 2566 สุรสีห์ ลานนท์ กับประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จำนวน 10,595 คน เสนอร่างกฎหมายประเด็นเรื่องสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เจตนารมณ์ของร่างกฎหมายต้องการให้ภาคส่วนประชาชนเข้ามามีบทบาทในโครงสร้างสำนักงานฯ เพิ่มขึ้น โดยเสนอให้คณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาลเพิ่มภาคประชาชนเข้าเป็นหนึ่งในคณะกรรมการ ให้ตั้งคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาลระดับจังหวัดขึ้นเพื่อการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

2. ร่างพ.ร.บ.รับรองอัตลักษณ์ทางเพศสภาพ การแสดงออกทางเพศสภาพ และคุณลักษณะทางเพศ พ.ศ. ….

ณชเล บุญญาภิสมภาร กับประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จำนวน 12,400 คน เป็นผู้เสนอร่างกฎหมายฯ ฉบับนี้ ประเทศไทยยังไม่ได้เปิดกว้างสำหรับผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ หนึ่งในตัวอย่างสำคัญคือเอกสารของรัฐไทยยังคงใช้คำนำตามเพศกำเนิดคือ เด็กชาย เด็กหญิง นาย นาง นางสาว ทำให้ผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศประสบปัญหาเรื่องการเเสดงตัวตนต่อสาธารณะ เกิดปัญหาต่อการใช้ชีวิตประจำวัน

หลักการสำคัญของร่างกฎหมายฯ กำหนดนิยามเรื่องเพศใหม่เพื่อให้ครอบคลุมผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ กำหนดให้มีการขอรับรองเพศที่ไม่ตรงกับเพศกำเนิดได้ พร้อมทั้งระบุรายละเอียดเรื่องการดำเนินการ เอกสารที่เกี่ยวข้องและอื่นๆ กำหนดสิทธิ หน้าที่และความรับผิดชอบของบุคคลข้ามเพศแลผู้มีความหลากหลายทางเพศ มาตรการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศเช่น สิทธิสวัสดิการ เป็นต้น ยังให้ความสำคัญสำหรับผู้ที่มีเพศกำกวม (Intersex) อาทิ ให้มีสิทธิในการเลือกเพศได้ การเปลี่ยนคำนำหน้า เป็นต้น ทั้งนี้ร่างกฎหมายได้มีการกำหนดโทษสำหรับกรณีเอาไว้ อย่างเช่น การยื่นขอรับรองเพศโดยใช้เอกสารเท็จ การกระทำเพื่อทำการทุจริต เจตนาหลีกเลี่ยงเข้ารับราชการทหาร เป็นต้น

3. ร่างพ.ร.บ.การฌาปนกิจสงเคราะห์ พ.ศ. ….

ปรเมศวร์ อินทรชุมนุม กับประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จำนวน 14,119 คน เป็นผู้เสนอ พ.ร.บ.การณาปนกิจสงเคราะห์บังคับใช้มายาวนาน สภาพบริบทของสังคมเดินหน้าทำให้สมาคมฌาปนกิจสงคราะห์ขยายตัวและมีความซับซ้อนในการดำเนินงานมากขึ้น กฎหมายที่มีอยู่จึงไม่สามารถดำเนินการได้อย่างเต็มที่ สาระสำคัญของกฎหมายเน้นในเรื่องการปรับโครงสร้างภายในสมาคมให้มีระบบขึ้น เช่น การจัดตั้งสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ การจัดการสมาพันธ์ฌาปนกิจสงเคราะห์ การควบคุมสมาคมฯผ่านระเบียบกลาง สมาคมฯในส่วนราชการ เป็นต้น

4. ร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพบริหารทรัพยากรบุคคล พ.ศ. …

การบริหารทรัพยากรมนุษย์ เป็นหนึ่งในส่วนงานที่สำคัญขององค์กรต่างๆ ทั้งภาครัฐเเละเอกชน ส่งผลต่อการเติบโตขององค์กรและสร้างความสงบสันติสุข เพื่อให้มีการปฏิบัติงานเป็นไปตามหลักวิชาชีพและวิชาการ ป้องกันข้อพิพาทระหว่างนายจ้างและลูกจ้างในอุตสาหกรรมที่จะทำให้เกิดผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจและสังคมที่กว้างขึ้น

วรพงษ์ รวิรัฐ กับประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จำนวน 11,057 คน จึงได้เสนอร่างกฎหมายฯฉบับนี้ ให้กำหนดระบบโครงสร้างวิชาชีพให้มีสภาวิชาชีพเพื่อส่งเสริม พัฒนามาตรฐานและจริยธรรมของการบริหารทรัพยากรมนุษย์ มีคณะกรรมการและสมาชิกสภาวิชาชีพ มีคณะกรรมการจรรยาบรรณ กำหนดการกำกับดูแลประกอบวิชาชีพ พร้อมทั้งกำหนดระเบียบ การอุทธรณ์และบทกำหนดโทษ

5. ร่างพ.ร.บ.ความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้า พ.ศ. …

สารี อ๋องสมหวัง กับประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จำนวน 21,111 คน เป็นผู้เสนอ เนื่องจากกฎหมายที่เกี่ยวข้องเดิมยังไม่ได้ให้ความชัดเจนในการคุ้มครองผู้ซื้อและผู้ขาย โดยเฉพาะสินค้าที่ไม่อาจพบเห็นความชำรุดเสียหายในเวลาซื้อขายหรือส่งมอบสินค้า จึงเสนอให้กำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับลักษณะความชำรุดเสียหายของสินค้า สิทธิของผู้ซื้อ สัญญารับประกัน ความรับผิดชอบของผู้ขายและการเยียวยา

6. ร่างพ.ร.บ.ยกเลิกพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ. 2539 พ.ศ. …

พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ. 2539 หนึ่งในเป้าหมายเพื่อทำให้การค้าบริการทางเพศลดลง 2568 พบว่าการค้าบริการทางเพศยังไม่ลดลงและกฎหมายฉบับดังกล่าวนำไปสู่การตีตราและการเลือกปฎิบัติต่อผู้ให้บริการทางเพศ ไม่ได้รับการคุ้มครองเรื่องสิทธิแรงงาน อาจถูกเอารัดเอาเปรียบจากการทำงานและข้อกังวลเรื่องความปลอดภัย เพื่อให้เข้ากับสภาพสังคม รัฐธรรมนูญและหลักสิทธิมนุษยชน เสนอให้ยกเลิกพ.ร.บ.ยกเลิกพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ. 2539 ทั้งหมด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...