โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ผลกระทบสงครามตะวันออกกลาง ดันราคาบรรจุภัณฑ์-น้ำดื่มปรับขึ้น

tvpoolonline.com

อัพเดต 30 มีนาคม 2569 เวลา 2.56 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • TV Pool

พิษสงครามดันต้นทุนพุ่ง! น้ำดื่มขวดเริ่มขยับราคา ผู้ประกอบการโอดแบกไม่ไหว ยอดขายร่วง

วันที่ 29 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์ความตึงเครียดจากสงครามในตะวันออกกลาง ได้ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง กระทบต้นทุนการผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคหลายรายการให้ทยอยปรับราคาเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

หนึ่งในสินค้าที่ได้รับผลกระทบชัดเจนคือ “บรรจุภัณฑ์พลาสติก” ทั้งถุงและขวด เนื่องจากราคาเม็ดพลาสติกปรับตัวสูงขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการน้ำดื่มต้องเผชิญภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้นทั้งด้านวัตถุดิบและค่าขนส่ง

นายพิทักษ์ อายุ 40 ปี ผู้ประกอบการโรงงานผลิตน้ำดื่มรายหนึ่งใน จ.ชัยภูมิ เปิดเผยว่า ธุรกิจของตนดำเนินกิจการมากว่า 1 ปี มีพนักงาน 12 คน และผ่านมาตรฐานจากกรมอนามัย โดยผลิตน้ำดื่มขวดขนาด 300 และ 600 มิลลิลิตร

ก่อนหน้านี้ น้ำดื่มขนาด 600 มิลลิลิตร (แพ็ก 12 ขวด) จำหน่ายในราคาส่งเฉลี่ย 19-20 บาท หรือขายปลีกในราคา 4 แพ็ก 100 บาท แต่จากต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้น ทำให้ต้องปรับราคาเป็น 3 แพ็ก 100 บาท ส่งผลให้ยอดขายเริ่มชะลอตัวลง

นายพิทักษ์ ระบุว่า ปัจจุบันโรงงานมีกำลังการผลิตวันละประมาณ 3,200 แพ็ก แต่ต้องเผชิญกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว เช่น ฝาขวดจากเดิมราคา 9 สตางค์ เพิ่มเป็น 18 สตางค์ ขณะที่ชีฟอมขวดพลาสติกจากเดิม 58 สตางค์ ปรับขึ้นเป็น 80-90 สตางค์ และยังมีแนวโน้มจะปรับขึ้นอีกในเดือนเมษายน

นอกจากนี้ ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น ยังส่งผลต่อค่าขนส่งโดยตรง ทำให้ต้นทุนโดยรวมยังคงผันผวนและยากต่อการควบคุม ผู้ประกอบการจึงจำเป็นต้องทยอยปรับราคาสินค้า ซึ่งสุดท้ายแล้วภาระดังกล่าวอาจตกไปถึงผู้บริโภคอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...