‘นักวิชาการ’ชี้ วิกฤตพลังงานขยายวงกว้าง ขอสังคมไทยมีวุฒิภาวะทางการเมือง อย่ารีบฉวยสร้างคะแนน
เมื่อวันที่ 7 เม.ย.นายโอฬาร ถิ่นบางเตียว อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา กล่าวถึงสถานการณ์วิกฤตโลกที่กำลังส่งผลกระทบในวงกว้าง โดยระบุว่า โครงสร้างของระบบเศรษฐกิจ การเมือง และความมั่นคงระหว่างประเทศในปัจจุบันมีความเชื่อมโยงกันอย่างซับซ้อน ทำให้ไม่มีประเทศใดสามารถหลีกเลี่ยง แรงกระทบจากภายนอกได้อย่างแท้จริง ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่าประเทศได้รับผลกระทบหรือไม่ แต่คือความสามารถในการบริหารจัดการผลกระทบ ซึ่งในกรณีของประเทศไทย มองว่ายังสามารถประคับประคองสถานการณ์ ให้อยู่ในระดับใกล้เคียงภาวะปกติได้ ทั้งในด้านเศรษฐกิจมหภาค การดำรงชีวิตของประชาชน และเสถียรภาพโดยรวมของสังคม สะท้อนความพยายามของภาครัฐในการรักษาสมดุลระหว่างการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าและการวางรากฐานระยะยาว
นายโอฬาร ยังแสดงความกังวลต่อแนวโน้ม ที่บางฝ่ายนำสถานการณ์วิกฤต มาใช้เป็นพื้นที่ทางการเมือง เพื่อสร้างความได้เปรียบทางวาทกรรม โดยละเลยความซับซ้อนของปัญหา และอาจนำไปสู่การบิดเบือนข้อเท็จจริง ซึ่งไม่เพียงไม่ช่วยคลี่คลายสถานการณ์ แต่ยังซ้ำเติมความไม่ไว้วางใจในสังคม และเพิ่มระดับความขัดแย้งโดยไม่จำเป็น
“ในช่วงเวลาที่เปราะบาง สิ่งที่ประเทศต้องการมากที่สุดคือวุฒิภาวะทางการเมือง แม้การตรวจสอบและวิพากษ์วิจารณ์จะเป็นหัวใจของระบอบประชาธิปไตย แต่ต้องตั้งอยู่บนฐานของข้อมูล ความรับผิดชอบ และเจตนาที่สร้างสรรค์ มากกว่าการสร้างกระแสหรือคะแนนนิยมระยะสั้น” นายโอฬาร กล่าว
นายโอฬาร ยังเสนอว่า สังคมไทยควรให้ความสำคัญกับข้อเสนอเชิงนโยบายที่มีความเป็นไปได้ สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง และสอดคล้องกับข้อจำกัดของสถานการณ์ ทั้งด้านงบประมาณ โครงสร้างรัฐ และบริบทระหว่างประเทศ โดยชี้ว่าความสำเร็จของการแก้ไขวิกฤตจะถูกพิสูจน์ผ่านผลลัพธ์ที่จับต้องได้ ในชีวิตของประชาชน มากกว่าคำพูดหรือวาทกรรมทางการเมือง หากทุกฝ่ายลดท่าทีเผชิญหน้า เปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนอย่างสร้างสรรค์ และร่วมกันแสวงหาทางออกบนฐานความเป็นจริง ประเทศไทยมีศักยภาพเพียงพอที่จะก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้ได้อย่างมั่นคง ยกระดับความเข้มแข็งของระบบการเมืองและสังคมในระยะยาว เพราะวิกฤตนี้ไม่ใช่เพียงภัยคุกคาม แต่เป็นบททดสอบสำคัญของการบริหารประเทศและการยึดประโยชน์ส่วนรวมเหนือความขัดแย้งทางการเมือง