โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

นายกฯ สั่ง ก.พลังงาน รายงานค่าการกลั่น จ่อกำหนดเปิด-ปิดปั๊ม หลัง 20 เม.ย. หวังควบคุมการใช้น้ำมัน

THE ROOM 44 CHANNEL

อัพเดต 07 เม.ย. เวลา 04.45 น. • เผยแพร่ 07 เม.ย. เวลา 03.47 น.

นายกฯ สั่ง ก.พลังงาน รายงานค่าการกลั่น จ่อกำหนดเปิด-ปิดปั๊ม หลัง 20 เม.ย. หวังควบคุมการใช้น้ำมัน - เตรียมแต่งตั้ง ศบก.ชุดใหม่ ติดตามสถานการณ์สู้รบตะวันออกกลาง

วันที่ 7 เมษายน 2569 ที่กระทรวงมหาดไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงมาตรการประหยัดพลังงานในเรื่องของการเปิดปิดปั๊ม ว่า เรากำลังออกมาตรการในเรื่องของการประหยัดน้ำมัน เพื่อให้เกิดควาพมมั่นใจว่าเราจะมีน้ำมันเพียงพอใช้ในประเทศ ซึ่งตนจะต้องเร่งทำการแต่งตั้ง ศบก. ชุดใหม่ขึ้นมา เนื่องจาก ศบก.ชุดที่แล้วหมดวาระไปกับรัฐบาลชุดที่แล้ว ส่วนเรื่องการประกาศควบคุมต่างๆ นั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดได้ประกาศเป็นเขตอยู่แล้ว

เมื่อถามต่อถึงรายละเอียดในการเปิดปิดปั๊มนั้นมีช่วงเวลาใดบ้าง นายอนุทิน กล่าวว่า ในช่วงที่เรายังมีภาวะสงครามในตะวันออกกลาง เราก็พยายามหาทุกมาตรการในการประหยัดพลังงาน และการใช้น้ำมันให้มีการควบคุมให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

เมื่อถามต่อว่าจะกระทบในเรื่องของการเดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์หรือไม่ นายอนุทิน ระบุว่า ก็มีเวลาที่จะดำเนินการ สมมุติว่าหากเราจะใช้มาตรการเปิดปิดปั๊ม ช่วง 22.00 ถึง 05.00 น. ก็คงจะดำเนินการหลังวันที่ 20 เมษายน หลังจากที่ประชาชนได้กลับมาใช้ชีวิตปกติแล้ว ซึ่งก็เป็นไปตามที่ตนเคยกล่าวไว้ว่าในช่วงสงกรานต์ที่เคยขอให้ประชาชนเดินทางกลับไปเยี่ยมบ้าน กลับภูมิลำเนาด้วยความสะดวกมากที่สุดเท่าที่รัฐบาลจะทำได้

เมื่อถามว่าจะต้องมีการออกเป็น พ.ร.ก. เพิ่มเติมหรือไม่ นายอนุทิน เปิดเผยว่า ในแต่ละข้อสั่งการยังมีช่องทางของมันอยู่ ก็พยายามใช้ช่องทางที่เราสามารถควบคุมได้ด้วยประสิทธิภาพสูงสุด

เมื่อถามถึงกรณีที่ได้มอบหมายให้กระทรวงพลังงานไปดูเรื่องค่าการกลั่น ละต้องรายงานให้นายกฯ ทราบนั้น นายอนุทิน ระบุว่า ตนได้เร่งรับและพูดคุยกับรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ตลอดเวลา

“อนุทิน” ควง 3 รมช.มหาดไทย เข้ากระทรวง วาง KPI ไม่อยู่ในกระดาษ หากล้าเมื่อไหร่ต้องพักเมื่อนั้น - มั่นใจ ทำงานร่วมกับทุกฝ่ายได้

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการเข้ากระทรวงวันนี้และได้กำชับข้าราชการของกระทรวงมหาดไทย ว่า กระทรวงมหาดไทยวันนี้มีรัฐมนตรีช่วยว่าการ ทั้ง 3 คน ซึ่งในที่ประชุมตนได้แจ้งให้ทราบว่าแต่ละคนกำกับดูแลหน่วยงานใดบ้าง แต่หน้าที่ของทุกคนก็เปรียบเสมือนรัฐมนตรีมหาดไทยในทุกที่ที่ไป ที่จะแก้ไขปัญหาในทุกด้าน ไม่ใช่แก้ไขปัญหาหรือดำเนินการได้เฉพาะหน่วยงานที่กำกับดูแล

เมื่อถามต่อว่าได้วาง KPI รมช. อย่างไรบ้าง นายอนุทิน กล่าวว่า ทุกคนต้องทำงานอย่างหนัก แต่ทั้ง 3 คน ที่มาถึงจุดนี้ได้ก็ต้องผ่านการพิสูจน์ถึงความสามารถ ความรู้ ประสบการณ์ ความทุ่มเท ความเสียสละ และความพร้อมในการทำงาน จึงได้รับการพิจารณาให้มาดำรงตำแหน่งที่สำคัญ คือ รมช.มหาดไทย ดังนั้นในเรื่องของ KPI จะไม่มีเป็นแผ่นกระดาษ หากล้าเมื่อไหร่ก็ต้องไปพักเมื่อนั้น ซึ่งตนคิดว่าทั้ง 3 คนอยู่ในช่วงวัยและมีความพร้อมที่จะทำงานให้กับประชาชนอย่างเต็มที่

เมื่อถามว่าสั่งงานวันนี้จะต้องเสร็จตั้งแต่เมื่อวานเลยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ทั้ง 3 คน ต้องเสร็จตั้งแต่เมื่อวานซืน และทำงานร่วมกับตนมานานแล้ว เป็นทั้งเลขานุการของตนมาก่อน เป็นทั้งลูกพรรค เป็นผู้ที่ตนได้มอบหมายให้รับผิดชอบพื้นที่ดูแลประชาชน

เมื่อถามว่าอายุรัฐมนตรีแต่ละคนยังไม่มากนักเมื่อเทียบกับข้าราชการที่อายุมากแล้ว นายอนุทิน ถามกลับว่า ใครบอกยังไม่ไม่มาก ทุกคนเป็น สส. มาแล้วไม่ต่ำกว่า 3-4 สมัย อายุไม่มากคือเปรียบกับตน แต่จริงๆ แล้วก็เป็นช่วงวัยทำงาน มีคุณวุฒิ วัยวุฒิที่สามารถทำงานร่วมกับทุกฝ่ายได้ และมีความเข้าใจ สัมผัสใกล้ชิด รับฟัง รับทราบความรู้สึกของประชาชนได้ นี่คือสิ่งสำคัญมาก

นายกฯ หารือ เอกอัครราชทูตอินเดียฯ เดินหน้าเพิ่มมูลค่าการค้าการลงทุน เตรียมความพร้อมรับนักท่องเที่ยวชาวอินเดีย พร้อมหารือมาตรการพลังงาน รับมือสถานการณ์ตะวันออกกลาง

นายนาเคศ สิงห์ (H.E. Mr. Nagesh Singh) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอินเดียประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่ออำลาในโอกาสพ้นหน้าที่ โดยภายหลังเสร็จสิ้น นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สรุปสาระสำคัญของการหารือ ดังนี้
1) ความสัมพันธ์ทวิภาคี นายกรัฐมนตรีฝากความปรารถนาดีและคำขอบคุณไปถึงนายกรัฐมนตรีโมที ที่ได้มีสารแสดงความยินดีถึงนายกรัฐมนตรีในโอกาสเข้ารับตำแหน่ง พร้อมทั้งชื่นชมเอกอัครราชทูตอินเดียฯ ที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างแข็งขันตลอดระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่ง เพื่อขับเคลื่อนความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างไทยกับอินเดีย โดยยืนยันว่า รัฐบาลพร้อมสนับสนุนการดำเนินงานของเอกอัครราชทูตอินเดียฯ คนใหม่ เพื่อสานต่อความสัมพันธ์อันดีและสนับสนุนความร่วมมือระหว่างทั้งประเทศให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น

ด้านเอกอัครราชทูตอินเดียฯ ขอบคุณรัฐบาลไทยที่สนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ด้วยดีตลอดระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่ง พร้อมแสดงความยินดีต่อนายกรัฐมนตรี ในโอกาสที่ชนะการเลือกตั้งอย่าง และการกลับมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง โดยเชื่อมั่นว่า ภายใต้การบริหารประเทศของนายกรัฐมนตรีจะมีส่วนสำคัญต่อพัฒนาการความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศ พร้อมเชิญนายกรัฐมนตรีเยือนอินเดียอย่างเป็นทางการในโอกาสที่เหมาะสม

2) การค้าและการลงทุน ไทยและอินเดียยังมีศักยภาพที่จะขยายความร่วมมือระหว่างกันได้อีกมาก โดยอินเดียเป็นตลาดผู้บริโภคขนาดใหญ่ของโลกที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ไทยมีจุดแข็งด้านการผลิตและการแปรรูปสินค้าเกษตร ซึ่งทั้งสองฝ่ายสามารถเพิ่มพูนความร่วมมือระหว่างกันในด้านนี้ได้ นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องร่วมกันผลักดันมูลค่าการค้าระหว่างกัน พร้อมขยายความร่วมมือทางการค้าไปสู่สาขาใหม่ ๆ มากขึ้น

3) การท่องเที่ยว ทั้งสองฝ่ายยินดีที่ไทยกับอินเดียมีการแลกเปลี่ยนนักท่องเที่ยวระหว่างกันจำนวนมาก โดยในปี 2568 ไทยได้ต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวอินเดียจำนวนกว่า 2.48 ล้านคน สะท้อนถึงความสัมพันธ์ในระดับประชาชนที่เข้มแข็ง ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ โดยเอกอัครราชทูตอินเดียฯ กล่าวว่า ไทยเป็นจุดหมายยอดนิยมของชาวอินเดีย โดยมีเที่ยวบินมากกว่า 500 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ และจากสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง มีแนวโน้มว่าชาวอินเดียจะเดินทางมาไทยมาขึ้น ทั้งสองฝ่ายจึงควรพิจารณาปรับปรุงข้อตกลงด้านการบินระหว่างกันให้สอดคล้องกับความต้องการที่เพิ่มมากขึ้น

4) พลังงาน ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและแนวทางการบริหารจัดการพลังงาน ในช่วงสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งนายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า สถานการณ์ยังคงสามารถบริหารจัดการได้ รัฐบาลได้ดำเนินการอย่างเต็มที่ในการจัดหาแหล่งน้ำมันสำรอง และออกมาตรการต่าง ๆ รวมถึงการส่งเสริมการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพ

ในตอนท้าย เอกอัครราชทูตอินเดียฯ แสดงความขอบคุณนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลไทย สำหรับการให้ความช่วยเหลือในการส่งกลับบุคคลสัญชาติอินเดีย ซึ่งบุคคลที่ได้รับการช่วยเหลือบางส่วนเป็นผู้กระทำผิดซ้ำ ทางอินเดียได้ดำเนินการสอบสวนและดำเนินมาตรการตามกฎหมาย รวมถึงมีความพยายามร่วมกันระหว่างหน่วยงานของไทยและอินเดียในการป้องกันไม่ให้บุคคลกลุ่มเสี่ยงกลับเข้ามากระทำผิดซ้ำ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...