โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดตู้ไปรษณีย์กับ Pacha Mail ที่พา ‘ความคิดถึง’ เดินทางทั่วโลกผ่านซองจดหมายรายเดือนที่จับต้องได้จริง

ONCE

เผยแพร่ 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา

‘ยุคนี้ยังมีคนรับจดหมายกันอยู่ไหม?’ เราได้ยินประโยคนี้ครั้งหนึ่งเมื่อปี 2024 จากคลิปบนอินสตาแกรมที่พูดถึงการริเริ่มโปรเจกต์จดหมายกลอน โดยที่ถ้าคุณสมัครรับจดหมาย ก็จะมีจดหมายซึ่งเขียนบทกลอนประจำเดือนร่อนไปส่งถึงหน้าบ้านของคุณ ระยะเวลาจากวันที่เราเห็นคลิปนั้นบนอินสตาแกรมผ่านมาเกือบ 2 ปีแล้ว ในวันนี้เราได้เห็นภาพมากขึ้น และได้ชวนเจ้าของโปรเจกต์นี้อย่าง ‘Pacha Mail’ มานั่งคุยกันถึงจดหมายซองสีแดงๆ ของเธอ

“คำว่า Pacha Mail ไม่ได้มีความหมายอะไรซับซ้อน เราแค่เคยอ่านเจอคำนี้ในหนังสือ เป็นคำที่อ่านง่าย ออกเสียงง่ายโดยที่ไม่ต้องกลัวออกเสียงผิด เราเคยลองค้นหาความหมายแล้ว เหมือนจะแปลว่าโลกหรือจักรวาลนะ”

ใบไผ่-ฉลองรัตน์ รัตนฟองแก้ว เล่าให้ฟังด้วยท่าทีสบายๆ เธอแอบหัวเราะนิดหน่อยที่ต้องเล่าที่มาที่ไปของชื่อโปรเจกต์น่ารักๆ ชิ้นนี้ของเธอ ใบไผ่เริ่มบรรจงเขียนและส่งจดหมายกลอนตั้งแต่เธอยังเรียนมหาวิทยาลัยในชั้นปีสุดท้าย ทำให้จดหมายของ Pacha Mail เพิ่งเริ่มไปอยู่ในตู้ไปรษณีย์หน้าบ้านของเหล่าคนที่คิดเสน่ห์ของจดหมายมาได้ประมาณ 1 ปีกับอีก 3 เดือน แต่ในระยะเวลาที่ว่ามานี้ จดหมายซองสีแดงๆ ของ Pacha Mail กลับไม่ได้ถูกหย่อนแค่ในตู้ไปรษณีย์ที่เมืองไทย แต่ยังร่อนไปหลายสิบประเทศทั่วโลกอย่างไม่น่าเชื่อ และบางครั้งก็มีจดหมายที่ติดแสตมป์ต่างประเทศตอบกลับมาถึงใบไผ่เช่นเดียวกัน

ONCE ที่เฝ้ามองการเติบโตของ Pacha Mail อยู่นาน วันนี้เราได้มีโอกาสมาคุยกับใบไผ่และได้รู้จักเธอมากขึ้น เพื่อที่จะได้เข้าใจตัวตนของ Pacha Mail ว่า ทำไมจดหมายซองเล็กๆ จึงกลายเป็นธุรกิจที่ฮีลใจผู้รับได้มากมายขนาดนี้

การคงอยู่ของวิถีจดหมาย

หนึ่งในสิ่งสำคัญที่ทำให้ Pacha Mail ก่อตัวเป็นรูปเป็นร่าง คงต้องพูดถึงตัวตนของใบไผ่เป็นอันดับแรก เพราะ Pacha Mail มีสารตั้งต้นจากความทรงจำในวัยเด็กของเธอคือการส่งจดหมายคุยกับเพื่อน มากกว่าคุยผ่านแชตบนโซเชียลมีเดีย

“สมัยเรียน เราเรียนโรงเรียนทางเลือกค่ะ เป็นแนวทางการเรียนการสอนแบบวอลดอร์ฟ (Waldorf Education) ซึ่งทางโรงเรียนห้ามดูทีวี ห้ามดูอะไรที่ต้องจ้องหน้าจอ เราเพิ่งมีโทรศัพท์เป็นของตัวเองเมื่อช่วงมัธยมปลาย พอถึงเวลาปิดเทอม วิธีการติดต่อกับเพื่อนคือการเขียนจดหมายส่งถึงกันค่ะ”

โรงเรียนวอลดอร์ฟคือการแนวทางการเรียนแบบหนึ่งที่ให้เด็กๆ ได้พัฒนารอบด้าน ไม่ว่าจะในแง่อารมณ์ ร่างกาย และการเรียนรู้ ที่ให้เด็กๆ ได้วิ่งเล่น ได้เรียนรู้นอกห้องเรียนมากกว่าจะต้องนั่งจ้องตำราอย่างเดียวแบบที่เราคุ้นชินกัน ขณะเดียวกันเมื่อกลับไปถึงที่บ้าน พ่อแม่ก็ต้องดูแลลูกให้เป็นไปตามวิธีการเรียนการสอนของวอลดอร์ฟที่ต้องงดให้ลูกดูหน้าจอ และนั่นจึงทำให้ ‘วิถีจดหมาย’ เป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นในโรงเรียนวอลดอร์ฟท่ามกลางยุคที่เต็มไปด้วยความเร็วของโซเชียลมีเดีย

ใบไผ่เรียกการส่งจดหมายว่าเป็น ‘ประเพณี’ ที่ทำกันในรั้วโรงเรียนวอลดอร์ฟ ไม่ว่าจะไปเที่ยว หรืออยากแชร์เรื่องราวให้เพื่อนฟัง ใบไผ่ก็จะใช้วิธีการเขียนจดหมายส่งถึงเพื่อนๆ ซึ่งความสนุกอยู่ตรงที่จริงๆ แล้วจดหมายไม่จำเป็นต้องเขียนถึงกันแบบ 1:1 เพียงเท่านั้น แต่การเขียนจดหมายยังเขียนส่งต่อๆ กันได้หลายคนในฉบับเดียวและส่งเป็นทอดๆ ได้ด้วย ฉะนั้นแล้วระยะทางและเวลาจึงไม่ใช่ปัญหาในการพูดคุยกันของใบไผ่และเพื่อนๆ แต่กลับเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งที่โลกยุคนี้ให้ไม่ได้

“สมมติว่ามีจดหมาย 1 ซอง เราเริ่มเขียนและส่งให้ ONCE เป็นคนแรก ซึ่งเมื่อ ONCE ได้รับแล้วก็เขียนต่อ และใส่จดหมายเข้าไปในซองเดิม หรือเติมข้อความลงไปในจดหมายเดิม จดหมายก็จะหนาขึ้น ใหญ่ขึ้น กลายเป็นว่าเราได้เห็นข้อความเนื้อหาจดหมายของตัวเองด้วย ได้เห็นของ ONCE ด้วย และได้เห็นของคนอื่นๆ ด้วย”

เราที่ไม่ได้เขียนจดหมายบ่อยมากนัก เพราะเติบโตมาพร้อมกับยุคของโลกดิจิทัลเช่นกัน การเขียนจดหมายจึงเป็นวิถีไกลตัว เลยอยากขอยกให้ใบไผ่คือหนึ่งในคนที่รู้จักวิถีจดหมายมากกว่าคนรุ่นใหม่หลายๆ คนก็แล้วกัน เพราะใบไผ่รู้จักเสน่ห์ของจดหมายอย่างดี ทำให้เธออยากส่งต่อสิ่งนี้ให้กับคนที่คิดถึงกลิ่นอายของการเขียนจดหมายเช่นเดียวกัน

“Pacha Mail เกิดจากความคิดที่ว่า ในอดีตบางคนอาจจะเคยเขียนจดหมายถึงเพื่อนเหมือนเรา แล้วรู้สึกคิดถึงบรรยากาศนั้น หรือบางคนอยากได้รับประสบการณ์ใหม่ๆ ด้วยการลองอ่านจดหมายดู เราก็เลยลองทำ ตอนนั้นก็คิดว่าจะมีถึงสัก 10 คน ไหมนะที่อยากได้จดหมายของเรา” ซึ่ง ณ วันนี้จดหมายของ Pacha Mail ถูกไปมากกว่าที่ใบไผ่คาดการณ์ไว้หลายเท่า และได้สร้างความหมายให้กับผู้รับแบบที่ใบไผ่เองก็คาดไม่ถึงเช่นเดียวกัน

“เสน่ห์ของจดหมายคือการรอ ยิ่งเมื่อก่อนที่ยังมีการติดแสตมป์ 3 บาท ยิ่งรอนานประมาณ 5 วันเลย ซึ่งกว่าจะครบไซเคิลที่จดหมายนั้นจะดีกลับมาหาเรา ก็ใช้เวลากว่า 10 วันแล้ว แต่เรารู้สึกว่ามันส่งความรู้สึกและความทรงจำไปถึงกันระหว่างทางได้ จนถึงวันนี้ยังเก็บจดหมายทุกฉบับที่คุยกับเพื่อนอยู่ เพราะจดหมายเก็บเอาไว้ได้ตลอด ไม่มีความจำเต็ม ไม่มีการต้องลบเพื่อเคลียร์พื้นที่ข้อมูลแบบมือถือ และการให้จดหมายก็ได้จับต้องด้วยมือ มีการบรรจงเขียนด้วยมือ เราว่ามันมีความรู้สึกร่วมกันจากผู้ส่งถึงผู้รับมากกว่า”

ความรู้สึกพิเศษส่งถึงหน้าบ้านทุกเดือน

‘เพราะเมื่อคนรักอยู่ไกล จดหมายที่จับต้องได้จึงทำหน้าที่แทนความคิดถึง’ หนึ่งในความตั้งใจของ Pacha Mail ที่ทุกข้อความในจดหมายรายเดือนซึ่งถูกเขียนโดยใบไผ่ ไม่ได้ทำหน้าที่แค่ฮีลใจหรือแค่ให้ผู้รับได้ทบทวนบางอย่างในตัวเอง แต่ยังสามารถเป็นของขวัญแทนใจเมื่อคนสำคัญต้องอยู่ห่างไกลกันได้ และไม่ว่าจะไกลแค่ไหน Pacha Mail ก็เป็นสื่อกลางแทนความรู้สึกของใครหลายๆ คนได้อย่างอบอุ่นด้วย

รูปแบบของการส่งจดหมายของ Pacha Mail เป็นการสมัครรับจดหมายแบบรายเดือน ซึ่งในแต่ละเดือนก็จะมีข้อความ มีธีม และโปสต์การ์ดรูปภาพที่แตกต่างกันไป แล้วแต่ช่วงของเทศกาล ฤดูกาล หรือเปลี่ยนไปตามวันสำคัญที่จะเกิดขึ้นในช่วงนั้นๆ โดยการสมัครรับจดหมายรายเดือนมีอยู่ 4 แบบให้เลือก คือ จดหมายราย 3 เดือน, จดหมายราย 6 เดือน, จดหมายราย 12 เดือน (รายปี) และจดหมายแบบ custom คือการที่ให้ลูกค้าสามารถออกแบบเนื้อหาที่อยากให้เขียนลงในจดหมายได้เลย

แต่นอกจาก 4 รูปแบบที่ว่า ยังมีอีกหนึ่งแบบที่ใบไผ่กำลังทดลองทำอยู่ นั่นคือ ‘Mine Mail’ จดหมายฮีลใจที่เขียนมาจากเรื่องราวของคนทางบ้าน เป็นจดหมายที่คุณเองก็สามารถเล่าเรื่องราวในสิ่งที่พบเจอ ความรู้สึกในใจ หรือสถานการณ์ต่างๆ ลงในจดหมายได้ โดยที่เรื่องราวเหล่านั้นจะถูกนำมาเรียบเรียง สะท้อนเรื่องราวให้เป็นข้อความฮีลใจ และส่งจดหมายกลับไปถึงมือคุณ ซึ่งเป็นรูปแบบ 3 เดือน ที่มีทั้งการส่งจดหมายทางอีเมล และส่งจดหมายฉบับจริงถึงตู้ไปรษณีย์หน้าบ้าน

“ข้อความในจดหมายก็จะเป็นข้อความให้กำลังใจ อย่างการเขียนว่า ขอให้ทุกคนได้อยู่กับตัวเองโดยไม่ต้องรีบร้อน ใช้เวลากับตัวเองในแบบที่มีความสุข ที่อยากเขียนให้กำลังใจและให้ผู้รับได้ใช้เวลาอ่านจดหมาย เพราะไผ่มองว่า ตอนนี้ความทุกข์ของคนเราเยอะมาก เพราะความรีบ หลายคนไม่ได้มีโมเมนต์มานั่งนิ่งๆ หรือนั่งอ่านบางอย่างเพื่อสะท้อนตัวเองเลย ซึ่งมีหลายคนที่ทักเข้ามาบอกเราเองเลยว่า เขาอ่านจดหมายของเราแล้วเขานิ่งขึ้น หรืออย่างคนที่เป็นซึมเศร้า เขาก็ทักมาหา แล้วก็บอกว่าจดหมายของเรามันฮีลเขาได้ เราไม่คิดว่าจะไปถึงขั้นนั้นเลย ซึ่งเราดีใจมากๆ ที่ได้เป็นส่วนเล็กๆ ส่วนหนึ่งของหลายๆ คนค่ะ”

นอกจากข้อความฮีลใจแล้ว ใบไผ่ยังใส่ใจในทุกๆ ขั้นตอนของจดหมาย ตั้งแต่การไปเลือกซื้อแสตมป์ด้วยตัวเอง การคัดเลือกว่าสแตมป์ลายไหนจะเข้ากับโทนของจดหมายในแต่ละเดือน แถมในซองจดหมายทุกซองยังมีโปสต์การ์ดที่ใบไผ่วาดเองกับมือ โดยในทุกๆ เดือนก็จะได้ลายโปสต์การ์ดที่ไม่ซ้ำกันด้วย แม้ว่าใบไผ่จะออกตัวว่าเธอไม่ได้เป็นคนที่วาดรูปเก่ง แต่โปสต์การ์ดทุกใบกลับมีรายละเอียดน่ารักๆ ซ่อนอยู่เต็มไปหมด ไม่ว่าใครได้รับก็ต้องรู้สึกอบอุ่นหัวใจโดยไม่ต้องสงสัยเลย

ด้วยรัก จาก Pacha Mail

“สิ่งที่ไม่คาดคิดเลยคือการที่มีลูกค้าเข้ามา subscribe จดหมาย แต่ไม่ได้ส่งให้ตัวเอง เขาเลือกส่งให้เพื่อน หรือคนสำคัญที่อยู่ต่างประเทศเยอะมาก ไม่ว่าจะญาติ พี่น้อง หรือแฟนที่อยู่แดนไกล เราไม่เคยคิดว่าจะมีคนกลุ่มนี้ ซึ่งเขาก็บอกเราด้วยว่า ญาติเขาชอบมากๆ เพื่อนเขาชอบมากๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่น่ารักมาก และเราไม่ได้คาดหวังสิ่งนี้มาก่อนเลยค่ะ”

โดยส่วนใหญ่ลูกค้าที่สมัครรับจดหมายเพื่อส่งถึงคนไกลที่ต่างประเทศมักจะสมัครรับแบบรายปี ประเทศที่ใบไผ่เคยส่งจดหมายร่อนไปถึงตู้ไปรษณีย์ก็มีมากกว่า 10 ประเทศแล้วอย่างประเทศฟินแลนด์ จีน สโลวาเกีย ญี่ปุ่น อเมริกา ฮ่องกง ไต้หวัน และอีกหลายประเทศเลย ซึ่งบางประเทศก็เป็นประเทศที่ใบไผ่เองเพิ่งจะได้รู้จักจากการส่งจดหมายด้วยซ้ำไป แต่การส่งไปถึงต่างประเทศก็จะต้องใช้ระยะเวลานานหน่อยกว่าที่จดหมายแต่ละฉบับจะส่งถึงประเทศอีกซีกโลกก็ใช้เวลาประมาณ 1 เดือนเลย

ONCE มองว่า ใบไผ่และ Pacha Mail มักส่งต่อบรรยากาศอบอุ่นไปสู่ผู้รับจดหมาย และส่งถึงเราเองที่ได้นั่งคุยกับใบไผ่เช่นกัน เราเลยสงสัยนิดหน่อยว่า Pacha Mail ที่ส่งต่อความอบอุ่นสบายๆ ไปแล้วทั่วโลก ทำไมถึงเลือกใช้ซองจดหมายสีแดง

“สีแดงมันดูสดใสค่ะ เวลาเปิดตู้ไปรษณีย์แล้วเห็นซองสีแดงอยู่ท่ามกลางซองสีอื่นๆ คงจะรู้สึกดี”

และก็คงเป็นจริงอย่างที่ใบไผ่ว่า เพราะขณะที่คุยกัน เราเองก็หยิบจับจดหมายฉบับตัวอย่างที่ใบไผ่นำมาให้ดูอย่างเพลิดเพลิน และคิดไว้ว่าเราเองก็อยากจะสมัครรับจดหมายจากเธอบ้างเช่นเดียวกัน

ก่อนจะจบบทสนทนา เราเลยอยากลองชวนเธอมาคิดเล่นๆ ว่า ถ้า Pacha Mail เป็นคนคนหนึ่ง บุคลิกของคนคนนี้จะเป็นแบบไหนกันนะ?

“ภายนอกคงเป็นคนที่แต่งตัวเรียบๆ ไม่ได้แต่งตัวในกระแสอะไรมาก เรียบง่าย มีความคลาสสิก แต่ก็เป็นคนที่ไม่ได้มีเสื้อผ้าเยอะ อาจจะเป็นคนที่ใช้เสื้อผ้าวนซ้ำตัวเดิมๆ แต่เขาจะเป็นคนที่เพื่อนๆ มักจะนำเรื่องราวมาเล่าให้ฟัง เป็นคนที่รับฟังปัญหาของคนรอบข้างแบบไม่ตัดสินใคร อาจจะเป็นคนนิ่งๆ แต่ก็มีความอิสระในตัวเอง ไผ่ว่าเขาน่าจะเป็นคนที่ใครอยู่ด้วยก็คงจะมีความสุขค่ะ”

ใครที่อยากใช้เวลาทบทวนตัวเอง หรือมองหาของขวัญน่ารักๆ ที่มีความหมายต่อหัวใจ แวะเข้าไปสมัครรับจดหมายจาก Pacha Mail กันได้นะ ตู้ไปรษณีย์หน้าของเราอาจมีชีวิตชีวากว่าที่เคยก็ได้

Instagram : pacha.mail

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...