ผู้นำฮิซบอลเลาะห์ กดดันเลบานอน ยกเลิกเจรจาอิสราเอล ชี้ “ไร้ประโยชน์”
ความตึงเครียดในตะวันออกกลางปะทุอีกระลอก หลัง ผู้นำฮิซบอลเลาะห์ ออกโรงคัดค้านการเจรจาโดยตรงระหว่างเลบานอน–อิสราเอล ขณะที่ทั้งสองฝ่ายเตรียมพบกันในสหรัฐเป็นครั้งแรกในรอบหลายสิบปี
วันที่ 14 เมษายน 2569 เวลา 07.33 น. สำนักข่าว The Guardian รายงานว่าHezbollah กลุ่มติดอาวุธและการเมืองในเลบานอน ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลเลบานอนยกเลิกการเจรจาโดยตรงกับอิสราเอล ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นที่กรุงวอชิงตัน สหรัฐฯ ในวันอังคารนี้ นับเป็นความพยายามเจรจาโดยตรงครั้งแรกในรอบหลายทศวรรษ
ด้าน Naim Kassem ผู้นำระดับสูงของฮิซบอลเลาะห์ กล่าวผ่านการแถลงทางโทรทัศน์เมื่อวันจันทร์ ก่อนการประชุมเพียงหนึ่งวัน โดยระบุว่า “เราปฏิเสธการเจรจากับอิสราเอล การเจรจานี้ไม่มีประโยชน์” พร้อมมองว่า เป็นการยอมอ่อนข้อให้กับอิสราเอลและสหรัฐฯ โดยไม่จำเป็น
เขายังเรียกร้องให้เลบานอนแสดงจุดยืนเชิงประวัติศาสตร์และกล้าหาญ ด้วยการยกเลิกการเจรจาครั้งนี้
Kassem ยังเสนอให้กลับไปสู่ข้อตกลงหยุดยิงที่เคยยุติสงครามระหว่างอิสราเอลกับฮิซบอลเลาะห์ในปี 2567 ซึ่งในขณะนั้นเป็นการเจรจาทางอ้อม โดยมี United Nations, สหรัฐ และฝรั่งเศส ทำหน้าที่เป็นตัวกลาง
อย่างไรก็ตาม ในความขัดแย้งรอบปัจจุบัน รัฐบาลเลบานอนซึ่งแสดงจุดยืนว่าต้องการปลดอาวุธฮิซบอลเลาะห์ ได้ผลักดันให้เกิดการเจรจาโดยตรงตั้งแต่ช่วงต้นของสงคราม และเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา อิสราเอลก็ประกาศเห็นชอบเข้าร่วมการเจรจาดังกล่าว
แหล่งข่าวระบุว่า เลบานอนต้องการให้มีข้อตกลงหยุดยิง เป็นเงื่อนไขเบื้องต้นก่อนเริ่มการเจรจา คล้ายกับกรณีการเจรจาระหว่างอิหร่านและสหรัฐที่มีปากีสถานเป็นตัวกลาง
ขณะที่อิสราเอลมองการหารือครั้งนี้ในกรอบการเจรจาสันติภาพ โดยให้ความสำคัญกับการปลดอาวุธฮิซบอลเลาะห์เป็นลำดับแรก และไม่ได้กล่าวถึงเงื่อนไขหยุดยิงหรือการถอนกำลังออกจากพื้นที่ตอนใต้ของเลบานอนแต่อย่างใด
อ้างอิง : www.theguardian.com