โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ส่งออกไทยทำนิวไฮ มี.ค. 69 พุ่งกว่า 1 ล้านล้านบาท

The Bangkok Insight

อัพเดต 24 เม.ย. เวลา 08.42 น. • เผยแพร่ 24 เม.ย. เวลา 08.42 น. • The Bangkok Insight

สนค. โชว์ตัวเลขส่งออกไทย สูงสุดเป็นประวัติการณ์ มูลค่าการส่งออกเดือน มี.ค. 69 ทำ นิวไฮ เหนือ 1 ล้านล้านบาท จับตาปัจจัยเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) แถลงการส่งออกไทยในเดือนมี.ค. 2569 มีมูลค่า 35,157.1 ล้านดอลลาร์ (1,087,460 ล้านบาท) ทำมูลค่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 21 ที่ 18.7% หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย ขยายตัวที่ 19.3%

ส่งออกไทย

ภาพรวม 3 เดือนแรกของปี 2569 การส่งออกไทย มีมูลค่า 2,980,771 ล้านบาท ขยายตัว 7.8% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ด้านการนำเข้า เดือนมี.ค. 2569 มีมูลค่า 1,206,111 ล้านบาท ขยายตัว 25.6% ดุลการค้า ขาดดุล 118,652 ล้านบาท ภาพรวม 3 เดือนแรกของปี 2569 มีมูลค่า 3,317,289 ล้านบาท ขยายตัว 21.4% ดุลการค้า ขาดดุล 336,518 ล้านบาท

ทั้งนี้ ปัจจัยหลักขับเคลื่อนการส่งออกยังคงเป็นสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เติบโตตามความต้องการสินค้าเทคโนโลยี AI และ Data Center ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งแรงส่งในช่วงที่มาตรการทางภาษีของสหรัฐผ่อนคลายลงระยะสั้น ขณะที่การส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารศักยภาพขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง เช่น ทุเรียนสด มังคุดสด เนื้อสุกร และอาหารสัตว์เลี้ยง เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ผลกระทบจากการชะงักงันของการขนส่งบริเวณช่องแคบฮอร์มุซที่ไม่สงบเริ่มส่งสัญญาณในตลาดตะวันออกกลางที่กลับมาหดตัว ทั้งนี้ การส่งออก 3 เดือนแรกของปี 2569 ขยายตัวที่ 17.6% หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย ขยายตัวที่ 17%

การส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร

มูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร ขยายตัว 1.1% กลับมาขยายตัวในรอบ3 เดือน โดยสินค้าเกษตร หดตัว 10.7% หดตัวต่อเนื่อง 8 เดือน และสินค้าอุตสาหกรรมเกษตร ขยายตัว 14% กลับมาขยายตัวในรอบ 3 เดือน

สินค้าสำคัญที่ขยายตัว ได้แก่ อาหารสัตว์เลี้ยง ขยายตัว 4% ขยายตัวต่อเนื่อง 7 เดือน ไก่แปรรูป ขยายตัว 4.9% ขยายตัวต่อเนื่อง 4 เดือน น้ำตาลทราย ขยายตัว 15.8% กลับมาขยายตัวในรอบ 5 เดือน ไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์ ขยายตัว 250.8% ขยายตัวต่อเนื่อง 8 เดือน ทุเรียนสด ขยายตัว 4.5% ขยายตัวต่อเนื่อง 4 เดือน ข้าวหอมมะลิ ขยายตัว 3.8% ขยายตัวต่อเนื่อง 3 เดือน เครื่องเทศและสมุนไพร ขยายตัว 29.9% ขยายตัวต่อเนื่อง 23 เดือน และมังคุดสด ขยายตัว 491.1% ขยายตัวต่อเนื่อง 4 เดือน

ขณะที่สินค้าสำคัญที่หดตัว อาทิ ยางพารา หดตัว 21.6% หดตัวต่อเนื่อง 11 เดือน อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป หดตัว 2% หดตัวต่อเนื่อง 3 เดือน ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง หดตัว 17.2% หดตัวต่อเนื่อง 9 เดือน เครื่องดื่ม หดตัว 5.9% หดตัวต่อเนื่อง 2 เดือน ไก่สดแช่เย็นแช่แข็ง หดตัว 30% หดตัวต่อเนื่อง 3 เดือน และเนื้อสัตว์และของปรุงแต่งที่ทำจากเนื้อสัตว์ หดตัว 22.8% หดตัวต่อเนื่อง 12 เดือน ทั้งนี้ 3 เดือนแรกของปี 2569 การส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร หดตัว 2.1%

การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม

มูลค่าการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม ขยายตัว 21.4% ขยายตัวต่อเนื่อง 24 เดือน โดยมีสินค้าสำคัญที่ขยายตัว อาทิ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบ ขยายตัว 34.2% ขยายตัวต่อเนื่อง 24 เดือน อัญมณีและเครื่องประดับ (ไม่รวมทองคำ) ขยายตัว 86.4% กลับมาขยายตัวหลังจากหดตัวในเดือนก่อนหน้า เครื่องโทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ขยายตัว 166.6% ขยายตัวต่อเนื่อง 10 เดือน เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ ขยายตัว 16.6% ขยายตัวต่อเนื่อง 11 เดือน เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ ขยายตัว 35.9% ขยายตัวต่อเนื่อง 11 เดือน หม้อแปลงไฟฟ้าและส่วนประกอบ ขยายตัว 29.6% ขยายตัวต่อเนื่อง 18 เดือน

ขณะที่สินค้าสำคัญที่หดตัว อาทิ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ หดตัว 3.5% หดตัวในรอบ 4 เดือน เม็ดพลาสติก หดตัว 13% หดตัวต่อเนื่อง 9 เดือน เครื่องสำอาง สบู่ และผลิตภัณฑ์รักษาผิว หดตัว 4.3% หดตัวต่อเนื่อง 2 เดือน ไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ หดตัว 5.3% หดตัวต่อเนื่อง 11 เดือน ทั้งนี้ 3 เดือนแรกของปี 2569 การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม ขยายตัว 21.3%

ตลาดส่งออกสำคัญ

การส่งออกไปตลาดสำคัญส่วนใหญ่ยังขยายตัวได้ดี นำโดยกลุ่มตลาดหลักอย่างสหรัฐ สหภาพยุโรป และอาเซียน ที่มีสินค้ากลุ่มเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ ผนวกกับการขยายตัวในระดับสูงของตลาดรองโดยเฉพาะเอเชียใต้และทวีปออสเตรเลีย

อย่างไรก็ตาม การส่งออกในบางตลาดยังคงเผชิญความท้าทาย อาทิ ตลาดจีนและ CLMV รวมถึงตลาดตะวันออกกลางที่ได้รับผลกระทบจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และภาวะสงครามที่ส่งผลกระทบต่อระบบโลจิสติกส์

นันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์

ภาพรวมการส่งออกไปยังกลุ่มตลาดต่าง ๆ สรุปได้ดังนี้

1. ตลาดหลัก ขยายตัว 20.2% โดยขยายตัวในตลาดสหรัฐ 41.9% ญี่ปุ่น 9.1% สหภาพยุโรป 21.9% และอาเซียน 25% ขณะที่หดตัวในตลาดจีน 1.1% CLMV 0.1%

2. ตลาดรอง ขยายตัว 21.6% โดยขยายตัวในตลาดเอเชียใต้ 123.3% ทวีปออสเตรเลีย 56.2% ทวีปแอฟริกา 5% ลาตินอเมริกา 26.2% และสหราชอาณาจักร 14.6% ขณะที่หดตัวในตลาดตะวันออกกลาง 57.1% รัสเซียและ CIS 38.9%

3. ตลาดอื่น ๆ หดตัว 35.4%

แนวโน้มการส่งออกในระยะถัดไป

แนวโน้มการส่งออกไทยในปี 2569 คาดว่าจะยังอยู่ในทิศทางที่ขยายตัวจากปีก่อน ด้วยแรงหนุนของการปรับเปลี่ยนไปใช้คอมพิวเตอร์และมือถือที่รองรับการประมวลผล AI และการนำไปใช้ในภาคอุตสาหกรรมที่เติบโตต่อเนื่อง ท่ามกลางปัจจัยเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ของโลก ความไม่สงบบริเวณช่องแคบฮอร์มุซที่มีแนวโน้มยืดเยื้อส่งผลกระทบต่อการขนส่งโลจิสติกส์ และราคาพลังงาน ทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น และการบริโภคของประเทศคู่ค้าที่จะชะลอลง รวมถึงความเสี่ยงจากการดำเนินมาตราการทางการค้าใหม่ ๆ ของสหรัฐฯ ที่จะกระทบต่อการส่งออกในอนาคต

กระทรวงพาณิชย์ได้ติดตามสถานการณ์และประเมินผลกระทบอย่างใกล้ชิดร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เพื่อที่จะแก้ไขปัญหาและลดผลกระทบต่อประชาชนทั้งระบบ เพื่อให้การค้าไทยยังคงรักษาระดับการเติบโตสามารถคว้าโอกาสท่ามกลางวิกฤตอย่างแข็งแกร่ง

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...