โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ISRG งบแรงเกินคาด แต่ทำไมหุ้นยัง “ไม่ใช่จังหวะเร่งซื้อ”

ทันหุ้น

อัพเดต 23 เม.ย. เวลา 08.10 น. • เผยแพร่ 23 เม.ย. เวลา 23.00 น.

#ทันหุ้น-ในยุคที่เทคโนโลยีเริ่มเข้ามาเปลี่ยนรูปแบบการรักษาทางการแพทย์ หนึ่งในธุรกิจที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือ “Robot-assisted surgery” หรือการผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ ซึ่งช่วยเพิ่มความแม่นยำ ลดความเสี่ยง และทำให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็วขึ้น และถ้าพูดถึงผู้นำตลาดนี้ ชื่อของ Intuitive Surgical แทบจะเป็นมาตรฐานของอุตสาหกรรม โดยเฉพาะระบบ da Vinci ที่ถูกใช้อย่างแพร่หลายในโรงพยาบาลทั่วโลก

งบไตรมาส 1 ปี 2569 ที่เพิ่งประกาศออกมา ตอกย้ำภาพการเติบโตของธุรกิจนี้ได้ชัดเจน รายได้อยู่ที่ 2.77 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโต 23%YoY ขณะที่กำไรต่อหุ้นอยู่ที่ 2.50 ดอลลาร์สหรัฐ เติบโตถึง 38%YoY ซึ่งถือว่าสูงกว่าที่ตลาดคาดอย่างมีนัยสำคัญ จุดสำคัญอยู่ที่ “คุณภาพของการเติบโต” ที่ไม่ได้มาจากแค่การขายเครื่อง แต่ถูกขับเคลื่อนโดยปริมาณการใช้งานจริง

จำนวนการติดตั้งระบบใหม่เพิ่มขึ้นเป็น 431 เครื่อง จาก 367 เครื่องในปีก่อน โดยเฉพาะรุ่นใหม่อย่าง da Vinci 5 ที่ติดตั้งไปแล้วถึง 232 เครื่อง สะท้อนว่าลูกค้าเริ่มอัพเกรดเข้าสู่เทคโนโลยีรุ่นใหม่มากขึ้น ขณะเดียวกัน ปริมาณการผ่าตัดทั่วโลกยังเติบโตถึง 17%YoY ซึ่งเป็นหัวใจของโมเดลธุรกิจ เพราะยิ่งมีการใช้งานมาก รายได้จากเครื่องมือและอุปกรณ์เสริมก็จะเพิ่มขึ้นตาม และในไตรมาสนี้ก็เห็นภาพดังกล่าวชัดเจน โดยรายได้ในกลุ่มนี้เติบโตถึง 23.3%YoY

อีกหนึ่งสัญญาณเชิงบวกคือ Gross Margin ที่ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 66.1% จาก 64.7% ในปีก่อน สะท้อนว่าต้นทุนของหุ่นยนต์รุ่นใหม่อย่าง da Vinci 5 และ Ion เริ่มลดลง และเข้าใกล้ระดับประสิทธิภาพของธุรกิจหลักแล้ว เมื่อรวมกับการปรับเพิ่ม Guidance ของผู้บริหาร ทั้งในส่วนของปริมาณการผ่าตัดปี 2026 ที่คาดว่าจะโต 13.5%–15.5%YoY และ Gross Margin ที่ถูกปรับขึ้นเป็น 67.5–68.5% ภาพรวมจึงดูเป็น “ขาขึ้นที่มีความต่อเนื่อง” มากกว่าการเติบโตระยะสั้น

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่นักลงทุนต้องเข้าใจคือ ธุรกิจลักษณะนี้แม้จะมีโครงสร้างการเติบโตที่ดี แต่ก็ไม่ได้ปลอดจากความเสี่ยง โดยเฉพาะความเสี่ยงเชิงโครงสร้างที่เริ่มชัดขึ้นในบางภูมิภาค เช่น ตลาดจีนที่เริ่มมีผู้เล่นท้องถิ่นเข้ามาแข่งขันมากขึ้น ซึ่งอาจกดดันทั้งราคาและส่วนแบ่งตลาดในระยะยาว ขณะที่ญี่ปุ่นก็เผชิญข้อจำกัดด้านงบประมาณของโรงพยาบาล ซึ่งส่งผลต่อการตัดสินใจลงทุนในเครื่องใหม่

ในฝั่งสหรัฐ มีอีกหนึ่งปัจจัยที่น่าสนใจ คือผลกระทบจากยาลดน้ำหนัก ซึ่งเริ่มส่งผลให้จำนวนการผ่าตัดกระเพาะเพื่อลดน้ำหนักชะลอลง นี่อาจเป็นตัวอย่างของ “เทคโนโลยีที่มาแทนกัน” ซึ่งแม้จะยังไม่กระทบภาพรวมในระยะสั้น แต่ก็เป็นสิ่งที่ต้องติดตามในระยะยาว นอกจากนี้ ยังมีแรงกดดันด้านต้นทุน เช่น ราคาชิปหน่วยความจำ ค่าขนส่ง และงบลงทุนของโรงพยาบาลที่อ่อนไหวต่อเศรษฐกิจ ซึ่งอาจทำให้การเติบโตในบางช่วงไม่ราบรื่น

ดังนั้น แม้งบจะออกมาดีกว่าคาด และภาพระยะยาวยังคงแข็งแกร่ง แต่ในเชิงกลยุทธ์ ทีม BLS Global Investing ยังคงมุมมอง Neutral ต่อ ISRG01 เนื่องจากมองว่า “Upside ระยะสั้นอาจสะท้อนในราคาไปมากแล้ว” ขณะที่ความเสี่ยงบางประเด็นเริ่มมีน้ำหนักมากขึ้น การลงทุนในจุดนี้จึงเหมาะกับการติดตามพัฒนาการมากกว่าการเร่งเพิ่มน้ำหนักทันที

สิ่งที่บทเรียนจาก ISRG สะท้อนชัด คือ การลงทุนในหุ้นโลกไม่ใช่แค่การดูตัวเลขกำไรที่ออกมาดี แต่ต้องเข้าใจโครงสร้างธุรกิจ การเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม และปัจจัยรอบด้านที่อาจกระทบในอนาคต เพราะบางครั้ง “งบที่ดี” ไม่ได้แปลว่า “หุ้นต้องขึ้นต่อเสมอไป”

สำหรับนักลงทุนไทยที่ต้องการเข้าถึงธีม Healthcare Technology การลงทุนผ่าน DR อย่าง ISRG01 เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยให้สามารถลงทุนในบริษัทระดับโลกได้สะดวกขึ้นผ่านตลาดหุ้นไทย แต่ในช่วงนี้ กลยุทธ์อาจไม่ใช่การไล่ราคา หากแต่เป็นการ “รอจังหวะที่เหมาะสม” และติดตามว่าการเติบโตของ Robot Surgery จะยังรักษา Momentum ได้ต่อเนื่องแค่ไหนในโลกที่เทคโนโลยีเปลี่ยนเร็วขึ้นทุกวัน

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...