ISRG งบแรงเกินคาด แต่ทำไมหุ้นยัง “ไม่ใช่จังหวะเร่งซื้อ”
#ทันหุ้น-ในยุคที่เทคโนโลยีเริ่มเข้ามาเปลี่ยนรูปแบบการรักษาทางการแพทย์ หนึ่งในธุรกิจที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือ “Robot-assisted surgery” หรือการผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ ซึ่งช่วยเพิ่มความแม่นยำ ลดความเสี่ยง และทำให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็วขึ้น และถ้าพูดถึงผู้นำตลาดนี้ ชื่อของ Intuitive Surgical แทบจะเป็นมาตรฐานของอุตสาหกรรม โดยเฉพาะระบบ da Vinci ที่ถูกใช้อย่างแพร่หลายในโรงพยาบาลทั่วโลก
งบไตรมาส 1 ปี 2569 ที่เพิ่งประกาศออกมา ตอกย้ำภาพการเติบโตของธุรกิจนี้ได้ชัดเจน รายได้อยู่ที่ 2.77 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโต 23%YoY ขณะที่กำไรต่อหุ้นอยู่ที่ 2.50 ดอลลาร์สหรัฐ เติบโตถึง 38%YoY ซึ่งถือว่าสูงกว่าที่ตลาดคาดอย่างมีนัยสำคัญ จุดสำคัญอยู่ที่ “คุณภาพของการเติบโต” ที่ไม่ได้มาจากแค่การขายเครื่อง แต่ถูกขับเคลื่อนโดยปริมาณการใช้งานจริง
จำนวนการติดตั้งระบบใหม่เพิ่มขึ้นเป็น 431 เครื่อง จาก 367 เครื่องในปีก่อน โดยเฉพาะรุ่นใหม่อย่าง da Vinci 5 ที่ติดตั้งไปแล้วถึง 232 เครื่อง สะท้อนว่าลูกค้าเริ่มอัพเกรดเข้าสู่เทคโนโลยีรุ่นใหม่มากขึ้น ขณะเดียวกัน ปริมาณการผ่าตัดทั่วโลกยังเติบโตถึง 17%YoY ซึ่งเป็นหัวใจของโมเดลธุรกิจ เพราะยิ่งมีการใช้งานมาก รายได้จากเครื่องมือและอุปกรณ์เสริมก็จะเพิ่มขึ้นตาม และในไตรมาสนี้ก็เห็นภาพดังกล่าวชัดเจน โดยรายได้ในกลุ่มนี้เติบโตถึง 23.3%YoY
อีกหนึ่งสัญญาณเชิงบวกคือ Gross Margin ที่ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 66.1% จาก 64.7% ในปีก่อน สะท้อนว่าต้นทุนของหุ่นยนต์รุ่นใหม่อย่าง da Vinci 5 และ Ion เริ่มลดลง และเข้าใกล้ระดับประสิทธิภาพของธุรกิจหลักแล้ว เมื่อรวมกับการปรับเพิ่ม Guidance ของผู้บริหาร ทั้งในส่วนของปริมาณการผ่าตัดปี 2026 ที่คาดว่าจะโต 13.5%–15.5%YoY และ Gross Margin ที่ถูกปรับขึ้นเป็น 67.5–68.5% ภาพรวมจึงดูเป็น “ขาขึ้นที่มีความต่อเนื่อง” มากกว่าการเติบโตระยะสั้น
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่นักลงทุนต้องเข้าใจคือ ธุรกิจลักษณะนี้แม้จะมีโครงสร้างการเติบโตที่ดี แต่ก็ไม่ได้ปลอดจากความเสี่ยง โดยเฉพาะความเสี่ยงเชิงโครงสร้างที่เริ่มชัดขึ้นในบางภูมิภาค เช่น ตลาดจีนที่เริ่มมีผู้เล่นท้องถิ่นเข้ามาแข่งขันมากขึ้น ซึ่งอาจกดดันทั้งราคาและส่วนแบ่งตลาดในระยะยาว ขณะที่ญี่ปุ่นก็เผชิญข้อจำกัดด้านงบประมาณของโรงพยาบาล ซึ่งส่งผลต่อการตัดสินใจลงทุนในเครื่องใหม่
ในฝั่งสหรัฐ มีอีกหนึ่งปัจจัยที่น่าสนใจ คือผลกระทบจากยาลดน้ำหนัก ซึ่งเริ่มส่งผลให้จำนวนการผ่าตัดกระเพาะเพื่อลดน้ำหนักชะลอลง นี่อาจเป็นตัวอย่างของ “เทคโนโลยีที่มาแทนกัน” ซึ่งแม้จะยังไม่กระทบภาพรวมในระยะสั้น แต่ก็เป็นสิ่งที่ต้องติดตามในระยะยาว นอกจากนี้ ยังมีแรงกดดันด้านต้นทุน เช่น ราคาชิปหน่วยความจำ ค่าขนส่ง และงบลงทุนของโรงพยาบาลที่อ่อนไหวต่อเศรษฐกิจ ซึ่งอาจทำให้การเติบโตในบางช่วงไม่ราบรื่น
ดังนั้น แม้งบจะออกมาดีกว่าคาด และภาพระยะยาวยังคงแข็งแกร่ง แต่ในเชิงกลยุทธ์ ทีม BLS Global Investing ยังคงมุมมอง Neutral ต่อ ISRG01 เนื่องจากมองว่า “Upside ระยะสั้นอาจสะท้อนในราคาไปมากแล้ว” ขณะที่ความเสี่ยงบางประเด็นเริ่มมีน้ำหนักมากขึ้น การลงทุนในจุดนี้จึงเหมาะกับการติดตามพัฒนาการมากกว่าการเร่งเพิ่มน้ำหนักทันที
สิ่งที่บทเรียนจาก ISRG สะท้อนชัด คือ การลงทุนในหุ้นโลกไม่ใช่แค่การดูตัวเลขกำไรที่ออกมาดี แต่ต้องเข้าใจโครงสร้างธุรกิจ การเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม และปัจจัยรอบด้านที่อาจกระทบในอนาคต เพราะบางครั้ง “งบที่ดี” ไม่ได้แปลว่า “หุ้นต้องขึ้นต่อเสมอไป”
สำหรับนักลงทุนไทยที่ต้องการเข้าถึงธีม Healthcare Technology การลงทุนผ่าน DR อย่าง ISRG01 เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยให้สามารถลงทุนในบริษัทระดับโลกได้สะดวกขึ้นผ่านตลาดหุ้นไทย แต่ในช่วงนี้ กลยุทธ์อาจไม่ใช่การไล่ราคา หากแต่เป็นการ “รอจังหวะที่เหมาะสม” และติดตามว่าการเติบโตของ Robot Surgery จะยังรักษา Momentum ได้ต่อเนื่องแค่ไหนในโลกที่เทคโนโลยีเปลี่ยนเร็วขึ้นทุกวัน