โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ผู้พิพากษาสหรัฐฯ เปิดจดหมายลาตาย “เจฟฟรีย์ เอปสตีน”

PPTV HD 36

อัพเดต 22 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 22 ชั่วโมงที่ผ่านมา
สยบทฤษฎีสมคบคิด? ผู้พิพากษาศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ เผยแพร่เอกสารที่อ้างว่าเป็นจดหมายลาตายของ “เจฟฟรีย์ เอปสตีน”

เมื่อวันที่ 6 พ.ค. ผู้พิพากษาศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ได้เปิดเผยเอกสารที่อ้างว่าเป็นจดหมายลาตายของ “เจฟฟรีย์ เอปสตีน” หนึ่งในอาชญากรทางเพศที่โด่งดังที่สุดในโลก ผู้มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับบุคคลสำคัญระดับโลกหลายคน รวมถึงประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์

เอกสารที่ยังไม่ได้รับการตรวจสอบ ไม่มีลายเซ็น และไม่มีวันที่นี้ ถูกนำมาไว้ในสำนวนคดีของอดีตเพื่อนร่วมห้องขังของเอปสตีน ซึ่งกล่าวว่าเขาเป็นผู้พบจดหมายฉบับนี้

จดหมายมีใจความบางส่วนดังนี้ “พวกเขาตรวจสอบผมเป็นเดือน ๆ – ไม่พบอะไรเลย!!! มันเป็นเรื่องดีที่ได้เลือกเวลาที่จะบอกลา ไม่สนุกเลย – ไม่คุ้มค่า!!”

นิโคลัส ทาร์ตาลิโอเน อดีตเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ถูกตัดสินว่ามีความผิดในคดีฆาตกรรม 4 ศพ เพื่อนร่วมห้องขัง กล่าวว่า จดหมายฉบับนี้มาจากความพยายามฆ่าตัวตายที่ไม่สำเร็จของเอปสตีนในเดือน ก.ค. 2019 ไม่กี่สัปดาห์ก่อนที่เขาจะถูกพบเสียชีวิตในห้องขังขณะรอการพิจารณาคดีในข้อหาค้ามนุษย์ทางเพศ แพทย์ชันสูตรศพวินิจฉัยว่าเขาเสียชีวิตจากการฆ่าตัวตาย

ทาร์ตาลิโอเนกล่าวว่า เขาช่วยชีวิตเอปสตีนไว้ได้ระหว่างการพยายามฆ่าตัวตายครั้งแรกที่ไม่สำเร็จ แหล่งข่าวจากหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายและแหล่งข่าวที่คุ้นเคยกับเหตุการณ์ดังกล่าวบอกกับ CNN ในเวลานั้นว่า พบเอปสตีนในห้องขังที่แมนฮัตตันโดยมีรอยที่คอ

ทาร์ตาลิโอเนเคยให้สัมภาษณ์ว่า “เจฟฟรีย์ เอปสตีนพยายามฆ่าตัวตายขณะที่เขาอยู่ในห้องขังเดียวกับผม ผมตื่นขึ้นมา ผมช่วยชีวิตเขาด้วยการทำ CPR และเพื่อพิสูจน์เรื่องนี้ เจฟฟรีย์ เอปสตีน ได้เขียนจดหมายลาตาย”

เขาเสริมว่า “จดหมายอยู่ในหนังสือของผม ใช่ เมื่อผมกลับเข้าไปในห้องขัง ผมเปิดหนังสือเพื่ออ่าน และมันก็อยู่ที่นั่น เขาเขียนมันและติดมันไว้ในหนังสือ”

ทาร์ตาลิโอเนยืนยันว่า ทนายความของเขาได้ให้ผู้เชี่ยวชาญด้านลายมือตรวจสอบความถูกต้องของจดหมายแล้ว

การเปิดเผยบันทึกของศาลในวันที่ 6 พ.ค. เกิดขึ้นหลังจากกระทรวงยุติธรรมกล่าวว่า ได้เปิดเผยเอกสารหลายล้านฉบับที่อยู่ในครอบครองซึ่งเกี่ยวข้องกับเอปสตีนแล้ว

จดหมายลาตายดังกล่าวถูกปกปิดจากสาธารณชนมาเกือบ 7 ปี

อย่างไรก็ตาม ยังคงมีคำถามมากมายเกี่ยวกับการฆ่าตัวตายของเอปสตีน

แหล่งข่าวเปิดเผยกับ CNN ในเวลานั้นว่า ในเดือน ก.ค. 2019 เจ้าหน้าที่เรือนจำยังไม่แน่ใจว่าบาดแผลเหล่านั้น ซึ่งไม่ร้ายแรง เกิดจากการทำร้ายตัวเองหรือเป็นผลมาจากการถูกทำร้าย แหล่งข่าวระบุว่า เอปสตีนบอกกับเจ้าหน้าที่ว่าเขาถูกทำร้ายและถูกเรียกว่าเป็นนักล่าเด็ก

เอปสตีนยังกล่าวหาในตอนแรกว่า ทาร์ตาลิโอเนพยายามฆ่าเขา แต่ต่อมาเขาก็ถอนคำให้การ ในวันต่อมา เขาบอกกับนักจิตวิทยาในเรือนจำว่าทาร์ตาลิโอเนไม่ได้ขู่ว่าจะทำร้ายเขา และเขาจำเหตุการณ์นั้นไม่ได้เลย

รายงานจากเหตุการณ์ที่รวมอยู่ในเอกสารที่เปิดเผยระบุว่า พบเอปสตีน “นอนขดตัวอยู่บนพื้นโดยมีบ่วงที่ทำขึ้นเองคล้องคอ”

เอปสตีนกล่าวว่า “ผมไม่มีความสนใจที่จะฆ่าตัวตาย” ในวันที่ 24 ก.ค. ซึ่งเป็นวันหลังจากที่เขาพยายามฆ่าตัวตาย ตามรายงานของนักจิตวิทยา

เขาย้ำเรื่องนี้อีกครั้งระหว่างการตรวจในวันถัดมา “ผมทุ่มเทให้กับคดีของผมมากเกินกว่าจะต่อสู้ ผมมีชีวิตของตัวเอง และผมอยากกลับไปใช้ชีวิตตามปกติ”

หลังจากนั้น เอปสตีนถูกจับตาดูอย่างใกล้ชิดในเรือนจำ แต่ต่อมาเขาได้ฆ่าตัวตายในเรือนจำ ซึ่งเหตุการณ์นี้เต็มไปด้วยทฤษฎีสมคบคิดที่ตั้งคำถามว่าเขาเสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายจริงหรือไม่

กระทรวงยุติธรรมระบุในบันทึกเมื่อปีที่แล้วว่าไม่มีหลักฐานว่าเอปสตีนถูกฆาตกรรม และได้เผยแพร่ภาพจากกล้องวงจรปิดในเรือนจำความยาว 10 ชั่วโมง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าไม่มีใครเข้าไปในห้องขังของเอปสตีนในวันที่เขาเสียชีวิต

เรียบเรียงจาก CNN

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ถูกพบเสียชีวิต! ผู้พิพากษาเกาหลีใต้ผู้ตัดสินเพิ่มโทษอดีตสตรีหมายเลข 1

เดือดอีกรอบ! ทหารอิสราเอลเอาบุหรี่ใส่ปากรูปปั้นพระแม่มารี

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ผู้พิพากษาสหรัฐฯ เปิดจดหมายลาตาย “เจฟฟรีย์ เอปสตีน”

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่

- Website : https://www.pptvhd36.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...