โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นายกฯ ลงนาม พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านแล้ว ยันโปร่งใส ทำเพื่อประชาชน ไม่มีเกี้ยเซียะ -ใต้โต๊ะ

THE STANDARD

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว • thestandard.co
นายกฯ ลงนาม พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านแล้ว ยันโปร่งใส ทำเพื่อประชาชน ไม่มีเกี้ยเซียะ -ใต้โต๊ะ

วันนี้ (6 พฤษภาคม) เวลา 18.10 น. อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการออกร่างพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากวิกฤตด้านพลังงาน และการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. …. (400,000 ล้านบาท) ว่า ได้ลงนามร่าง พ.ร.ก.กู้เงินเรียบร้อยแล้ว จากนั้นจะประกาศในราชกิจจานุเบกษา และจะมีการตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการ โดยมีปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธาน

ทั้งนี้ โครงการที่จะเสนอเข้ามาต้องผ่านการกลั่นกรอง และเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการออก พ.ร.ก.กู้เงิน โดยเงินกู้จำนวนนี้อยู่ในความรับผิดชอบของตนในฐานะนายกรัฐมนตรี

“ขอย้ำว่า ผมเป็นหัวหน้ารัฐบาลที่เพิ่งลงนามใน พ.ร.ก. ดังนั้นเงินกู้นี้ทุกบาททุกสตางค์ต้องกำกับดูแลไม่ให้ใช้ผิดประเภท หรือเกิดการรั่วไหลใด ๆ ขอให้เชื่อมั่นว่าเป็นสิ่งที่ต้องทำ และผมมีความยินดี เต็มใจ และรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ทำ

เพราะฉะนั้น 400,000 ล้านบาทนี้ ขอให้คำมั่นว่า ผมและคณะรัฐมนตรีจะเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ไม่ให้หลุดไปแม้แต่สตางค์แดงเดียว ไม่ให้กระเด็นแม้แต่บาทเดียวไปในสิ่งที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ ทุกอย่างต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้ ต้องไม่มีเกี้ยเซียะ และทำเพื่อประชาชนเท่านั้น” อนุทินกล่าว

เมื่อถามว่า สถาบันจัดอันดับเครดิต เช่น มูดีส์ แสดงความกังวลต่อการออก พ.ร.ก.กู้เงินของไทยหรือไม่ อนุทินกล่าวว่า ภาระสำคัญของรัฐบาลคือดอกเบี้ยเงินกู้ ซึ่งครั้งนี้รัฐบาลได้อัตราดอกเบี้ยต่ำ เนื่องจากกู้ในสกุลเงินบาท จึงไม่มีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน และไม่ต้องขยายเพดานเงินกู้

ทั้งนี้ ยังช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้ระบบการเงิน โดยสถาบันการเงินสามารถปล่อยกู้ให้รัฐบาลได้ ซึ่งเงินกู้ดังกล่าวไม่เป็นหนี้เสีย (NPL) และไม่ต้องตั้งสำรองความเสี่ยงสูง

อนุทินกล่าวว่า เมื่อเทียบภาระดอกเบี้ยกับโอกาสของประชาชน ถือว่าคุ้มค่า เพราะเม็ดเงินจะลงไปถึงประชาชนโดยตรง ไม่ต้องรอผลลัพธ์จากโครงการระยะยาว 5-7 ปี แต่สามารถนำไปใช้ลดต้นทุนการดำรงชีวิตได้ทันที และช่วยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ให้สัมภาษณ์กรณีเดินทางเยือนสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ เพื่อร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 48 ระหว่างวันที่ 7–9 พ.ค. ว่า วันนี้มีการหารือเตรียมความพร้อมตลอดทั้งวัน

เมื่อถามว่า จะมีการหารือทวิภาคีหลายวงหรือไม่ อนุทินกล่าวว่า การประชุมอาเซียนสามารถหารือทวิภาคีได้กับแทบทุกประเทศ เนื่องจากเป็นเวทีระดับภูมิภาคที่ผู้นำมีความคุ้นเคยกัน เมื่อเข้าร่วมประชุมก็จะพบผู้นำที่รู้จักกันอยู่แล้ว แม้ไม่ได้พบกันในห้องประชุมก็ยังสามารถติดต่อสื่อสารกันได้ตลอด ดังนั้นการหารือทวิภาคีจึงเกิดขึ้นได้กับเกือบทุกประเทศที่เข้าร่วม

เมื่อถามว่า จะมีการประกาศจุดยืนใดในที่ประชุมครั้งนี้หรือไม่ อนุทินกล่าวว่า ไทยจะเน้นเรื่องความเข้มแข็งของภูมิภาค การปรับตัว และการสร้างรากฐานที่มั่นคงให้กับอาเซียน ซึ่งปัจจุบันถือเป็นหนึ่งในภูมิภาคที่มีความปลอดภัย หากประเทศสมาชิกมีความร่วมมือกัน ก็จะสามารถสร้างโอกาสและขยายการเติบโตทางเศรษฐกิจได้

อนุทินกล่าวว่า ประเทศไทยยังคงมีความน่าเชื่อถือจากความเข้มแข็งภายในประเทศ และเมื่อผนวกกับศักยภาพของประเทศในภูมิภาค ที่ต่างฝ่ายต่างสนับสนุนกัน จะช่วยผลักดันให้อาเซียนก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางด้านการค้า การคมนาคมขนส่ง และการลงทุนได้

“เราจะใช้โอกาสที่ภูมิภาคอื่นของโลกกำลังเผชิญวิกฤต มาสร้างโอกาสให้กับภูมิภาคของเรา” อนุทินกล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...