โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ธปท. กระทุ้งแบงก์ เร่งอัดฉีดสินเชื่อใหม่-ใช้มาตรการรัฐอุ้มลูกหนี้ สู้พิษราคาพลังงานพุ่ง

การเงินธนาคาร

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

ธปท. ร่อนหนังสือเวียนกระทุ้งสถาบันการเงินเร่งสนับสนุนสินเชื่อใหม่ผ่านมาตรการรัฐ ทั้ง Soft Loan และ SMEs Credit Boost เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตราคาพลังงานและความผันผวนทางเศรษฐกิจปี 2569

7 พฤษภาคม 2569 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้เผยแพร่ หนังสือเวียน เรื่อง ขอความร่วมมือให้สนับสนุนสินเชื่อใหม่ผ่านกลไกและมาตรการของภาครัฐเพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและราคาพลังงาน ให้สถาบันการเงินทุกแห่ง

โดยลงนาม นางสาววิภาวิน พรหมบุญ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายสถาบันการเงิน ระบุว่า ที่ธปท. ว. 2731/2569 เรียน ผู้จัดการ สถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงินทุกแห่ง และ สถาบันการเงินเฉพาะกิจทุกแห่ง

เรื่อง ขอความร่วมมือให้สนับสนุนสินเชื่อใหม่ผ่านกลไกและมาตรการของภาครัฐเพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและราคาพลังงาน ตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้มีหนังสือที่ธปท. ว. 2341/2569 และธปท. ว. 2342/2569 เรื่อง การช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและราคาพลังงาน ลงวันที่ 8 เมษายน 2569 เพื่อขอความร่วมมือสถาบันการเงินและสถาบันการเงินเฉพาะกิจในการช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางด้วยการเติมเงินใหม่และการผ่อนปรนเงื่อนไขการชำระหนี้เดิมเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ความจำเป็นของลูกหนี้ นั้น

ด้วยสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังมีความไม่แน่นอนสูง ส่งผลให้ราคาพลังงานในตลาดโลกผันผวน ผู้ประกอบการได้รับผลกระทบมากจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น กำลังซื้อของประชาชนได้รับแรงกดดันจากค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นและแนวโน้มรายได้ที่ลดลง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อสภาพคล่องและความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ ขณะที่สถาบันการเงินและสถาบันการเงินเฉพาะกิจอยู่ระหว่างประเมินผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว การปล่อยสินเชื่อให้แก่ลูกหนี้บางกลุ่มจึงเป็นไปด้วยความระมัดระวัง

ที่ผ่านมา รัฐบาลและธปท. ได้ออกมาตรการที่สามารถช่วยลดทอนภาระและความเสี่ยงทั้งต่อลูกหนี้และเจ้าหนี้ โดยมุ่งหวังให้สถาบันการเงินและสถาบันการเงินเฉพาะกิจนำมาใช้อย่างผสมผสานเพื่อเพิ่มโอกาสให้ลูกหนี้เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้อย่างต่อเนื่อง อาทิ

(1) โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) ของธนาคารออมสิน เพื่อช่วยลดต้นทุนทางการเงินให้แก่สถาบันการเงินและสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ในการส่งผ่านต้นทุนทางการเงินที่ลดลงนั้นไปยังลูกหนี้เพื่อผ่อนปรนอัตราดอกเบี้ยได้

(2) โครงการ SMEs Credit Boost ที่เป็นกลไกลดความเสี่ยงด้านเครดิตให้แก่สถาบันการเงิน ในการปล่อยสินเชื่อใหม่แก่ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาดกลางและย่อม (SMEs) เพื่อยกระดับศักยภาพของธุรกิจ เช่น การลงทุนเพื่อปรับตัวในการลดต้นทุนด้านพลังงาน (energy transition) หรือการสนับสนุนการเสริมสภาพคล่องที่จำเป็นต่อการดำเนินธุรกิจในช่วงที่ต้นทุนด้านพลังงานอยู่ในระดับสูง

(3) กรอบหลักการ “มีทรัพย์เพิ่ม เติมสภาพคล่อง (SMEs Secure+)” ให้สถาบันการเงินและสถาบันการเงินเฉพาะกิจพิจารณามูลค่าหลักประกันได้ยืดหยุ่นขึ้น โดยนำมาพิจารณาควบคู่กับกระแสเงินสดของลูกหนี้ได้เป็นการเฉพาะชั่วคราว ซึ่งจะทำให้ SMEs ที่มีหลักประกันเข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้น

ในการนี้ธปท. จึงขอความร่วมมือให้สถาบันการเงินและสถาบันการเงินเฉพาะกิจเร่งใช้ประโยชน์จากกลไกและมาตรการสนับสนุนการให้สินเชื่อที่ครอบคลุมทั้งด้านการเงิน ด้านเครดิต และด้านกฎเกณฑ์เพื่อสนับสนุนสินเชื่อแก่ภาคธุรกิจและประชาชนที่มีความจำเป็นต้องได้รับสภาพคล่องหรือเงินทุนในการปรับตัวภายใต้วิกฤตราคาพลังงานที่เกิดขึ้น

นอกจากนี้ หากสถาบันการเงินและสถาบันการเงินเฉพาะกิจประสงค์จะให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ในรูปแบบอื่นเพิ่มเติม แต่ยังมีข้อจำกัดหรืออุปสรรคด้านกฎเกณฑ์หรือการดำเนินการสถาบันการเงินและสถาบันการเงินเฉพาะกิจสามารถหารือกับธปท. เพิ่มเติมเพื่อร่วมกันพิจารณาแนวทางช่วยเหลือลูกหนี้ ภายใต้กรอบการดูแลเสถียรภาพระบบการเงินและการช่วยเหลือลูกหนี้ที่เหมาะสมต่อไป

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ กองทุน - การลงทุน ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...