“บริษัทจีน” ชะลอลงทุนสหรัฐ ความเชื่อมั่นดิ่งต่ำสุดเป็นประวัติการณ์
"บริษัทจีน" ชะลอลงทุนสหรัฐ แม้ยังทำกำไรได้ ความเชื่อมั่นดิ่งต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ เหตุข้อจำกัดการลงทุน นโยบายภาษีผันผวน และแรงตึงเครียดระหว่างสหรัฐ-จีน
วันที่ 5 พฤษภาคม 2569 เวลา 06.21 น. สำนักข่าว Nikkei Asia รายงานว่า บริษัทจีนจำนวนมากชะลอการขยายการลงทุนในสหรัฐในช่วงปีที่ผ่านมา ท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่ไม่เอื้ออำนวยมากขึ้น และยังไม่มีสัญญาณการฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าทั้งสองมหาอำนาจเศรษฐกิจของโลกจะพยายามลดความตึงเครียดระหว่างกันก็ตาม โดยผลสำรวจประจำปีของ Chinese General Chamber of Commerce-USA ระบุว่า ความเชื่อมั่นของบริษัทจีนในสหรัฐต่อสภาพแวดล้อมการลงทุนปรับลดลงสู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ในปีนี้ สะท้อนการพลิกกลับจากแนวโน้มเชิงบวกที่เริ่มฟื้นตัวในปี 2566
ผลสำรวจดังกล่าวถูกเผยแพร่ก่อนการพบกันที่คาดว่าจะเกิดขึ้นระหว่างประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ที่กรุงปักกิ่ง ขณะที่บริษัทจีนในสหรัฐต้องเผชิญข้อจำกัดด้านการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยี และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงแห่งชาติ รวมถึงกฎเกณฑ์ที่จำกัดการถือครองทรัพย์สินและโครงการต่าง ๆ นอกจากนี้นโยบายภาษีที่ผันผวนของสหรัฐยังเพิ่มต้นทุนการนำเข้าและสร้างความไม่แน่นอนต่อห่วงโซ่อุปทาน
ในอีกด้านหนึ่ง รัฐบาลจีนยังคงควบคุมการไหลออกของเงินทุนอย่างเข้มงวด รวมถึงจำกัดการจดทะเบียนในต่างประเทศ และออกมาตรการควบคุมการส่งออกสินค้าและเทคโนโลยีสำคัญ เพื่อลดความเสี่ยงด้านความมั่นคง ส่งผลให้บริษัทต้องดำเนินธุรกิจภายใต้แรงกดดันจากทั้งสองฝั่ง
ผลสำรวจระบุว่าเกือบ 75% ของบริษัทไม่มีการเปลี่ยนแปลงแผนการลงทุนใหม่ในปี 2568 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เริ่มสำรวจในปี 2557 ขณะที่ 15% ลดการลงทุน และ 6% กำลังพิจารณาถอนตัวออกจากตลาดสหรัฐเพิ่มขึ้นจาก 0% ในปีก่อนหน้า สะท้อนความระมัดระวังที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน
แม้เผชิญความท้าทาย แต่บริษัทจีนบางส่วนยังคงมีผลประกอบการที่ดี โดยหนึ่งในสามรายงานว่ารายได้เติบโต และ 81% ยังมีกำไรหรืออย่างน้อยคุ้มทุน อีกทั้งความตั้งใจในการนำกำไรกลับมาลงทุนซ้ำในสหรัฐยังพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 79% แสดงให้เห็นว่าบริษัทจีนยังมองเห็นศักยภาพระยะยาวของตลาดสหรัฐ
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่าโอกาสที่การลงทุนจีนจะกลับไปสู่ระดับสูงสุดในอดีตยังมีจำกัด โดย Rhodium Group ระบุว่า การลงทุนจากจีนในสหรัฐฯ ไม่น่าจะกลับไปใกล้ระดับสูงสุดราว 60,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2569 ได้อีกในเร็ววัน เนื่องจากข้อจำกัดเชิงนโยบายและความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญ
ทั้งนี้บริษัทจีนจำนวนมากยังอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องเดินบนเส้นบางระหว่างข้อจำกัดของทั้งสองประเทศ และจะตัดสินใจเพิ่มการลงทุนได้ก็ต่อเมื่อมีความชัดเจนด้านนโยบายจากทั้งสหรัฐและจีนมากกว่านี้ ขณะที่ความไม่แน่นอนยังคงทำให้เกิดช่องว่างระหว่างแผนการลงทุนที่ประกาศออกมากับการดำเนินการจริงในอนาคต
อ้างอิง : asia.nikkei.com