อย่ามองข้าม! แม่วัย 54 นึกว่าแค่อาการ “วัยทอง” สุดท้ายตรวจพบ “มะเร็งลำไส้”
สัญญาณเตือนอันตราย “เลือดปนในอุจจาระ” เข้าใจผิดว่าเป็นผลข้างเคียงจากการหมดประจำเดือน รักษาล่าช้าจนมะเร็งลำไส้ลามลงตับ
นาตาลีเริ่มมีอาการท้องอืดบ่อยครั้ง ระบบย่อยอาหารแปรปรวน เธอปักใจเชื่อว่าความเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในช่วงวัยทองเป็นต้นเหตุหลัก อาการท้องผูกที่ตามมาทำให้ต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการขับถ่าย จนกระทั่งในเดือนมิถุนายน 2568 เธอถ่ายเลือดปนในอุจจาระ
ลูกชายของเธอเป็นคนกระตุ้นให้ไปพบแพทย์ทันที ผลการตรวจส่องกล้องพบเนื้องอกร้ายในลำไส้ใหญ่อย่างรวดเร็ว นาตาลีเล่าว่าวินาทีนั้นเธอรู้สึกเหมือนชีวิตกำลังดับวูบลงต่อหน้า
หนึ่งเดือนหลังทราบผล นาตาลีเข้ารับการผ่าตัดนานกว่า 10 ชั่วโมงครึ่งเพื่อตัดเนื้องอกและต่อมน้ำเหลืองโดยรอบ ตามด้วยการทำเคมีบำบัดนาน 3 เดือน ทุกอย่างดูเหมือนจะดีขึ้นจนกระทั่งผลตรวจในเดือนธันวาคมพบว่ามะเร็งลามไปที่ตับ
แพทย์วางแผนกำจัดเนื้อร้ายที่ตับด้วยวิธี “จี้ร้อน” ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งเป็นเพียงการเจาะรูเล็กๆ เพื่อทำลายเนื้องอก แต่เหตุการณ์กลับไม่เป็นอย่างที่คิด เมื่อถึงวันนัดหมาย แพทย์สั่งเลื่อนการรักษาออกไปหนึ่งเดือนเพื่อรอให้ธาตุเหล็กทางเส้นเลือดก่อน
“นี่คือชีวิตของฉัน ไม่ใช่การสั่งออเดอร์แมคโดนัลด์ผิด ความล่าช้านี้ทำให้ชีวิตฉันตกอยู่ในความเสี่ยง” นาตาลีกล่าวด้วยความคับแค้นใจ
ความล่าช้าเพียงหนึ่งเดือนส่งผลชีวิตเธอมหาศาล ผลตรวจ MRI ครั้งต่อมาพบว่าเนื้องอกจากเดิมที่มีขนาดเล็กกลับโตขึ้นกว่า 1 นิ้ว จนไม่สามารถใช้วิธีจี้ร้อนแบบเดิมได้อีกต่อไป นาตาลีต้องเข้ารับการผ่าตัดใหญ่เพื่อตัดชิ้นส่วนตับทิ้งในเดือนเมษายนที่ผ่านมา
แม้การผ่าตัดล่าสุดจะประสบความสำเร็จและกำจัดมะเร็งออกไปได้ทั้งหมด แต่นาตาลีต้องเผชิญกับขั้นตอนการตรวจเช็กซ้ำถึงปีละ 4 ครั้ง ต่อเนื่องไปอีก 10 ปีต่อจากนี้ เพื่อเฝ้าระวังไม่ให้เนื้อร้ายกลับมาอีก
อุทาหรณ์ให้ผู้หญิงทุกคนอย่าละเลยความผิดปกติของร่างกาย อาการท้องอืดหรือพฤติกรรมการขับถ่ายที่เปลี่ยนไปอาจไม่ใช่แค่เรื่องของวัยทองเสมอไป หากพบสัญญาณเพียงนิดเดียว การรีบพบแพทย์คือทางออกที่ดีที่สุดก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินแก้
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง