โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กรมทรัพย์สินทางปัญญา ขึ้นทะเบียน GI น้ำช่อดอกมะพร้าวน้ำหอมบ้านแพ้ว เพิ่มมูลค่าสินค้าไทย

JS100

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว • JS100:จส.100
กรมทรัพย์สินทางปัญญา ขึ้นทะเบียน GI น้ำช่อดอกมะพร้าวน้ำหอมบ้านแพ้ว เพิ่มมูลค่าสินค้าไทย

กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ประกาศขึ้นทะเบียน “น้ำช่อดอกมะพร้าวน้ำหอมบ้านแพ้ว” เป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) รายการใหม่ของจังหวัดสมุทรสาคร ชูจุดเด่นอัตลักษณ์จากแหล่งผลิตเฉพาะตัว มุ่งคุ้มครองชื่อสินค้าและรักษาคุณภาพตามแหล่งภูมิศาสตร์ พร้อมยกระดับมูลค่าสินค้าสินค้าเกษตร GI ไทย สู่ตลาดเครื่องดื่มสุขภาพที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวว่า น้ำช่อดอกมะพร้าวบ้านแพ้ว หรือที่รู้จักกันโดยทั่วไปว่า “น้ำตาลสดบ้านแพ้ว” คือน้ำหวานบริสุทธิ์ที่เก็บจากช่อดอก หรือจั่นของมะพร้าวน้ำหอมพันธุ์ต้นเตี้ย โดยช่อดอกที่เหมาะสมต้องอยู่ในระยะที่ดอกยังไม่บาน หรือเป็นดอกที่ยังไม่มีการผสมเกสร หรือยังมีเปลือกแข็ง เกษตรกรจะใช้มีดปาดปลายจั่นทีละน้อย เพื่อให้นำช่อดอกมะพร้าวค่อยๆ หยดลงสู่กระบอกที่รองรับไว้

โดยใช้ระยะเวลาเก็บน้ำช่อดอกมะพร้าวแต่ละครั้งประมาณ 10-12 ชั่วโมง ซึ่งเป็นกรรมวิธีดั้งเดิมที่สืบทอดกันมาแต่โบราณ น้ำช่อดอกมะพร้าวที่เก็บได้สามารถดื่มได้ทันที มีรสชาติหวานละมุนเป็นเอกลักษณ์และมีกลิ่นหอมคล้ายใบเตย เป็นเครื่องดื่มที่มีค่าน้ำตาลต่ำ อุดมไปด้วยแร่ธาตุ มีสารต้านอนุมูลอิสระ กระตุ้นระบบย่อยอาหาร ให้พลังงานและความสดชื่นด้วยความหวานจากธรรมชาติ จึงเป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่รักสุขภาพ เมื่อนำไปผ่านกระบวนการต้ม หรือสเตอริไลซ์ จะสามารถยึดอายุการเก็บรักษาได้ยาวนาน โดยยังคงคุณภาพไว้ได้เช่นเดิม

จังหวัดสมุทรสาครถือเป็นแหล่งปลูกมะพร้าวน้ำหอมที่สำคัญอันดับต้นๆ ของประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอบ้านแพ้วและอำเภอกระทุ่มแบน ซึ่งมีดินเลนและดินเหนียวที่อุดมสมบูรณ์ด้วยแร่ธาตุ และมีแม่น้ำลำน้ำลำคลองมากกว่า 170 สาย

นอกจากนี้ ยังมีภูมิอากาศแบบมรสุมเขตร้อน ทำให้มีความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศสูง มีปริมาณน้ำฝนกระจายตัวสม่ำเสมอตลอดทั้งปีส่งผลให้น้ำช่อดอกมะพร้าวน้ำหอมมีรสชาติหวานหอมเป็นเอกลักษณ์ การขึ้นทะเบียน GI น้ำช่อดอกมะพร้าวบ้านแพ้วครั้งนี้ ถือเป็นการคุ้มครองชื่อสินค้าและคุณภาพตามแหล่งภูมิศาสตร์ ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ 3 รูปแบบ ได้แก่

1) น้ำช่อดอกมะพร้าวน้ำหอมใส ที่ได้จากการเก็บแบบสดใหม่กรองด้วยผ้าสะอาด มีลักษณะสีใส รสหวานและมีกลิ่นหอมคล้ายใบเตย

2) น้ำช่อดอกมะพร้าวน้ำหอมสด ที่ผ่านการต้มโดยใช้ใช้ไฟแรงจนมีสีน้ำตาลใส คงความสดและกลิ่นหอมไว้ได้อย่างครบถ้วน

3) น้ำช่อดอกมะพร้าวน้ำหอมแบสเตอร์ไลซ์มีสีขาวใสไปจนถึงน้ำตาลอ่อน อาจมีตะกอนตามธรรมชาติ แต่ยังคงรสชาติและกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์

ซึ่งผลิตภัณฑ์น้ำช่อดอกมะพร้าวบ้านแพ้วดังกล่าว สามารถสร้างมูลค่าทางการตลาดให้กับชุมชนได้กว่า 11.75 ล้านบาทต่อปี

น้ำช่อดอกมะพร้าวบ้านแพ้ว ถือเป็นผลิตภัณฑ์เกษตรที่มีศักยภาพ สามารถนำมาต่อยอยอดเชิงพาณิชย์ได้อย่างหลากหลาย ซึ่งภายหลังจากขึ้นทะเบียน GI แล้ว กรมทรัพย์สินทางปัญญาพร้อมสนับสนุนให้ชุมชนผู้ผลิตสามารถใช้ประโยชน์จากระบบ GI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งด้านการจัดทำระบบควบคุมคุณภาพและขออนุญาตใช้ตรา GI อย่างถูกต้อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคว่าจะได้รับสินค้าที่มีคุณภาพตรงตามความคาดหวัง การพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม อาทิ การผลิตนำผลไม้ซูเปอร์ฟรุด การพัฒนาผลิตภัณฑ์ปรุงอาหารที่ให้ความหวานจากธรรมชาติ เป็นต้น รวมทั้งการขยายช่องทางการตลาดอย่างต่อเนื่อง ผ่านกิจกรรมส่งเสริมการตลาดที่กรมฯ จัดขึ้นหรือมีความร่วมมือกับภาคเอกชนเพื่อผลักดันให้สินค้า GI นำช่อดอกมะพร้าวบ้านแพ้วเป็นที่รู้จักในวงกว้าง อันจะนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน ช่วยให้เกษตรกรและผู้ประกอบการสามารถจำหน่ายผลผลิตได้ในราคาที่เหมาะสมกับคุณภาพ

การขึ้นทะเบียน GI น้ำช่อดอกมะพร้าวบ้านแพ้วครั้งนี้ ไม่เพียงสะท้อนศักยภาพของสินค้าเกษตรไทยที่มีอัตลักษณ์เฉพาะถิ่นเท่านั้น แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับมาตรฐานการผลิตสร้างความแตกต่างในตลาด และผลักดันสินค้าไทยให้ก้าวสู่ตลาดคุณภาพในระดับที่สูงขึ้น ช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์สินค้าไทยให้มีความน่าเชื่อถือทั้งในด้านคุณภาพและความปลอดภัย พร้อมตอกย้ำบทบาทของทรัพย์สินทางปัญญาในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าท้องถิ่นและขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนให้เติบโตอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน

#มะพร้าวGI

#น้ำตาลสดบ้านแพ้ว

#กรมทรัพย์สินทางปัญญา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...