กองทุนพัฒนาสื่อร่วมเปิดโครงการ ‘จิตวิทยาของการหลอกลวง’ สร้างภูมิคุ้มกันกับประชาชนรู้เท่าทัน
เมื่อวันที่ 7 เม.ย.69 มีงานเปิดตัวโครงการ 'Scam Literacy Thailand' ผลงานผู้รับทุน บริษัท ไทยคอนเซนท์ จำกัด และดำเนินงานร่วมกับ Nabi Asia ในฐานะพันธมิตรด้านวิชาการ ภายใต้การสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ โดยนำความเชี่ยวชาญด้านแนวทางเชิงจิตวิทยามาประยุกต์ใช้ และร่วมมือกับจิตแพทย์เพื่อนำข้อมูลเชิงพฤติกรรมมาสนับสนุนการป้องกันการหลอกลวง ณ โรงแรมเลอเมอริเดียน กรุงเทพมหานคร
ทั้งนี้ งานเปิดตัวดังกล่าวได้รวบรวมผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ องค์กรระหว่างประเทศ สื่อมวลชน และสถาบันการศึกษา เพื่อร่วมกันยกระดับการรับมือกับการหลอกลวงทางดิจิทัล ซึ่งในปัจจุบันความเสียหายได้ขยายวงกว้างไปไกลกว่าการฉ้อโกงทางการเงิน แต่นำไปสู่ระบบการแสวงประโยชน์ในวงกว้าง เช่น การบังคับก่ออาชญากรรม หรือ การค้ามนุษย์ ซึ่งแม้จะมีการรณรงค์สร้างความตระหนักรู้เพิ่มมากขึ้น แต่ประชาชนยังคงตกเป็นเหยื่ออยู่อย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นช่องว่างระหว่างความรู้ความเข้าใจกับการป้องกันที่ได้ผลจริง
เมื่อวิเคราะห์ ถึงแก่นแท้ของอาชญากรรมเหล่านี้ การหลอกลวงดังกล่าวหยั่งรากผ่านการใช้ประโยชน์พฤติกรรมมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นความไว้วางใจ ความรีบเร่ง หรือแรงกดดันทางอารมณ์ แม้เทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์จะพัฒนาไป พฤติกรรมของมนุษย์ตามธรรมชาติเหล่านี้ยังคงอยู่ไม่เปลี่ยนแปลง ด้วยเหตุนี้โครงการ “จิตวิทยาของการหลอกลวง” Scam Literacy Thailand จึงถูกก่อตั้งขึ้นเพื่อเสริมสร้างการรู้เท่าทันสื่อ โดยบูรณาการแนวทางเชิงจิตวิทยาที่ส่งเสริมให้คนเท่าทันและตัดสินใจได้ดีขึ้นภายใต้ความกดดันหรือความเข้มข้นทางอารมณ์ และพัฒนาเครื่องมือรับมือกับการหลอกลวงทางดิจิทัลที่นำไปปฏิบัติได้จริง
“พัชรพร พงษ์ทัดศิริกุล” ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมการรู้เท่าทันและเฝ้าระวังสื่อ กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ได้ให้เกียรติกล่าวเปิดงาน กล่าวว่า” โครงการนี้เป็นตัวอย่างที่ดีของการนำองค์ความรู้จากหลากหลายสาขามาประยุกต์ใช้ร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นด้านสื่อสารมวลชน จิตวิทยา สุขภาพและการวิจัยเชิงพฤติกรรม เพื่อสร้างความเข้าใจให้กับสังคมในประเด็นที่มีความซับซ้อน เพราะการป้องกันภัยรูปแบบนี้จึงมิใช่เพียงการเตือนภัยเกี่ยวกับกลโกงเท่านั้น แต่จำเป็นต้องช่วยให้ประชาชนเข้าใจว่า การหลอกลวงทำอย่างไรในเชิงจิตวิทยา และเราจะสามารถสร้างภูมิคุ้มกันทางความคิดและการตัดสินใจได้อย่างไร และยังสะท้อนให้เห็นถึงการรวมตัวของผู้มีบทบาทจากหลายภาคส่วน ทั้งสื่อมวลชน นักวิชาการ ภาคประชาสังคม หน่วยงานภาครัฐ และองค์กรระหว่างประเทศ ซึ่งล้วนมีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างความรู้เท่าทันภัยไซเบอร์ให้กับสังคม
“วิภาพรรณ วงษ์สว่าง” กรรมการผู้จัดการ ไทยคอนเซนท์ กล่าวว่า "การป้องกันการหลอกลวงไม่อาจอาศัยแค่การให้ข้อมูลเพื่อสร้างความตระหนักรู้เพียงอย่างเดียว แต่เราต้องช่วยให้ผู้คนเข้าใจว่า การตัดสินใจภายใต้ความกดดันหรือความเข้มข้นทางอารมณ์ทำงานอย่างไร เพื่อให้พวกเขารับมือได้เมื่ออยู่ในสถานการณ์จริง"
“ซังฮยอน ปาร์ค” ผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร DDP, Nabi Asia กล่าวว่า "หากการหลอกลวงพัฒนาไปพร้อมกับเทคโนโลยี การป้องกันก็ต้องพัฒนาไปพร้อมกับผู้คน ดังนั้น การเข้าใจว่ามนุษย์เราคิดและตอบสนองอย่างไรภายใต้สถานการณ์ต่างๆ จึงเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างภูมิคุ้มกันที่แท้จริง"
สำหรับการเปิดตัวโครงการมีวิทยากรผู้เชี่ยวชาญให้เกียรติเข้าร่วมงานได้แก่ วิภาพรรณ วงษ์สว่าง กรรมการผู้จัดการ ไทยคอนเซนท์, เอกราช ซาบูร์ เจ้าหน้าที่ประจำประเทศไทย สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC ROSEAP), พันตำรวจเอก ชัยชนะ สุริยวงค์ พ.ต.อ.ชัยชนะ สุริยวงค์ ผู้กำกับการ (สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ กองบัญชาการสอบสวนกลาง และ ซังฮยอน ปาร์ค ผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร โครงการป้องกันการหลอกลวงทางดิจิทัล (DDP) Nabi Asia ติดตามข้อมูลและเข้าถึงสื่อได้ที่: https://scamliteracythailand.com สำรวจแนวทางตั้งรับเชิงจิตวิทยาได้ที่: https://nabiasia.org/