โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สว.เตือน ฝ่ายค้าน ปมยื่นศาลรธน.ตีความ พรก.กู้เงิน ควรหลักรัฐศาสตร์ มากกว่า กฎหมาย

The Better

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว • THE BETTER
“สว.วิวรรธน์” สอนมวย ’ฝ่ายค้าน‘ ใช้ ’หลักรัฐศาสตร์‘ ให้มากกว่า ’ตัวบทกฎหมาย‘ มองภาพใหญ่ศก.ประเทศกำลังติดหล่ม หลังเดินเกมเตรียมยื่นศาลฯตีความพรก.กู้เงิน4แสนล้านขัด รธน.

นายวิวรรธน์ ไกรพิสิทธิ์กุล สมาชิกวุฒิสภา(สว.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การพาณิชย์ และการอุตสาหกรรม วุฒิสภา กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลออกพระราชกำหนด(พรก.)กู้เงิน วงเงิน400,000ล้านบาท โดยแบ่งวงเงินออกเป็น200,000ล้านบาท นำมาดำเนินการมาตรการช่วยเหลือเยียวยาประชาชนแบบเร่งด่วน ผ่านโครงการไทยช่วยไทยพลัส(คนละครึ่งพลัสรวมกับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ)ว่า ในฐานะที่ตนเป็นประธานกมธ.การพาณิชย์ฯ สว. และสัมผัสธุรกิจด้านพาณิชย์ โดยเฉพาะในระดับธุรกิจขนาดเล็ก หรือ Micro SME ขณะนี้การค้าขายไม่ดี ประชาชนในระดับรากหญ้าไม่มีเงิน กำลังซื้อขาด ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ไปยังธุรกิจขนาดย่อม และขนาดกลาง จะทำให้ติดขัด ดังนั้นหากรัฐบาลนำงบฯในส่วน200,000ล้านบาทมาทำโครงการคนละครึ่งพลัส ในระยะเวลา4เดือน จะตอบโจทย์ ตนสนับสนุนเต็มที่ ยิ่งทำเร็วก็จะยิ่งดี เพราะในระยะยาวจะทำให้ลื่นไหลขึ้น ระบบฟันเฟืองเศรษฐกิจจะดีขึ้น หมุนเวียนได้เร็วขึ้น ผู้บริโภคจะประหยัดค่าใช้จ่ายไปถึง60เปอร์เซ็นต์ตามที่รัฐบาลออกให้ และอาจจะกระตุ้นเศรษฐกิจได้2รอบ คือ200,000ล้านบาท จากรัฐบาลที่ออกให้คิดเป็น60เปอร์เซ็นต์ และ160,000แสนล้านของประชาชน ที่คิดเป็น40เปอร์เซ็นต์ รวมเป็น3.6แสนล้าน กระตุ้น2รอบ ก็กลายเป็นรายได้700,000ล้านบาท

“เราจะทำอย่างไรให้เอสเอ็มอีในระดับไมโครไปได้เป็นตัวกลางให้เดินไปได้ ถ้าตัวกลางไปได้ตัวบนก็ไปได้ มันจะส่งต่อกันไปเรื่อยๆ แต่ขณะนี้โซ่เฟืองมันติดขัด ถ้ารัฐบาลมาช่วยสนับสนุนคนละครึ่งพลัสเพื่ออุ้มช่วยให้กับรากหญ้า จะทำให้กำลังซื้อ และการผลิตของเอสเอ็มอีระดับไมโครดีขึ้น ส่งต่อเป็นฟันเฟืองไปยังเอสเอ็มอีขนาดย่อมและขนาดกลาง จะทำให้ระบบเศรษฐกิจคึกคักขึ้น ระยะยาวจะดีด้วยตัวมันเอง ขณะเดียวกันหากสถานการณ์ในตะวันออกกลางมีความชัดเจนขึ้น จะทำให้ภาวะเศรษฐกิจจะกลับมาดั่งเดิม และอาจดีกว่าเดิม” นายวิวรรธน์ กล่าว

เมื่อถามถึงกรณีที่ฝ่ายค้านเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยพรก.กู้เงินฯ จำนวน4แสนล้านบาท จะขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา172 หรือไม่ รวมถึงการปล่อยข่าวมีการสอดไส้กาสิโนในโครงการแลนด์บริดจ์ และระเบียบเศรษฐกิจภาคใต้(SEC) นายวิวรรธน์ กล่าวว่า เป็นอีกแง่มุมหนึ่ง แต่พรก.กู้เงินที่รัฐบาลกำลังจะออก ถึงแม้จีดีพีจะไม่ติดลบก็จริง แต่ต้องยอมรับว่าสงครามเที่ยวนี้ทำให้ระบบเศรษฐกิจแย่ ประเทศไทยเราการเติบโตเราต่ำมาตลอดหลายปี ซ้ำยังได้รับผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน การหากินของรากหญ้าฝืดเคืองลงจริงๆ ถือว่าเป็นภาวะฉุกเฉินเร่งด่วนจำเป็นที่จะต้องดำเนินการ ไม่จำเป็นที่จะต้องให้มันจมดิ่งลงไปแล้วค่อยมาออกมาตรการฉุกเฉิน จะยิ่งแย่เข้าไปใหญ่ ส่วนที่มีการปล่อยข่าวมากระทบโครงการแลนด์บริดจ์ หรือSEC นั้น มันเป็นเรื่องของหลายรัฐบาลมาแล้ว มีการพูดคุย หาข้อมูลจากหลายๆฝ่าย พิจารณาข้อดีข้อเสียต่างๆ มันยังมีอีกหลายขั้นตอน ขณะเดียวมันเป็นแนวคิดในการหานักลงทุน จะต้องมีข้อเสนอแนะ ข้อต่อรองต่างๆ ยังต้องมีการหารือกันอีกหลายยก โครงการคนละครึ่งพลัส ถือเป็นเรื่องเร่งด่วนกว่าที่ต้องทำก่อน

“คนเราจะติดหล่ม ถ้าปล่อยให้ติดหล่มหนักขึ้นไปแล้วค่อยมาช่วย มันก็ใช้แรงมากกว่าปกติ ถ้าติดหล่มแล้วรีบทำเหตุการณ์ให้ดีขึ้นมา เศรษฐกิจจะไปได้เร็วกว่า ขณะนี้มันฝืดเคืองอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องรอให้เกิดการหิวโหย เกิดการลักขโมย แล้วมาเป็นภาวะฉุกเฉิน ผมอยากให้นักการเมืองช่วยกันมองว่า บางครั้งตัวบทกฎหมายมันมีเขียนไว้ แต่มันต้องใช้ระบบรัฐศาสตร์มองภาพใหญ่ในภาวะเศรษฐกิจที่ตอนนี้มันติดหล่มจริงๆ” นายวิวรรธน์ กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...