CIA ประเมิน “อิหร่าน” ทนปิดล้อมได้นานถึง 4 เดือน ท่ามกลางศึกฮอร์มุซปะทุอีกระลอก
สถานการณ์ตะวันออกกลางตึงเครียดอีกครั้ง CIA ประเมิน “อิหร่าน” ทนปิดล้อมได้นานถึง 4 เดือน แม้สหรัฐจะเพิ่มทั้งแรงกดดันทางทหารและมาตรการคว่ำบาตรต่อเนื่อง
วันที่ 9 พฤษภาคม 2569 เวลา 06.48 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ความพยายามยุติสงครามระหว่างสหรัฐและอิหร่านเริ่มชะงักงัน หลังทั้งสองฝ่ายยังคงปะทะกันเป็นระยะในอ่าวเปอร์เซีย ขณะที่หน่วยข่าวกรองสหรัฐประเมินว่า อิหร่านอาจสามารถทนต่อมาตรการปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐได้นานหลายเดือน
รายงานระบุว่า การประเมินของ CIA ชี้ว่า อิหร่านจะยังไม่เผชิญแรงกดดันทางเศรษฐกิจรุนแรงจากการปิดล้อมท่าเรือของสหรัฐไปอีกประมาณ 4 เดือน สะท้อนว่าสหรัฐยังมีอำนาจต่อรองต่อเตหะรานอย่างจำกัด แม้ทั้งสองฝ่ายกำลังพยายามหาทางยุติสงครามที่ไม่เป็นที่นิยมในหมู่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งชาวอเมริกัน
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ข่าวกรองระดับสูงของสหรัฐออกมาปฏิเสธรายงานดังกล่าว โดยระบุว่า “ข้อกล่าวอ้าง” เกี่ยวกับการประเมินของ CIA ไม่เป็นความจริง พร้อมยืนยันว่า การปิดล้อมกำลังสร้างความเสียหายสะสมอย่างหนักต่ออิหร่าน ทั้งการตัดเส้นทางการค้า รายได้หดตัว และเร่งให้เศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะถดถอยเชิงระบบ
ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา การสู้รบในและรอบช่องแคบฮอร์มุซทวีความรุนแรงมากที่สุดนับตั้งแต่มีการหยุดยิงเมื่อหนึ่งเดือนก่อน ขณะที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ถูกโจมตีอีกครั้งในวันศุกร์
สหรัฐกำลังรอคำตอบจากอิหร่านต่อข้อเสนอของวอชิงตัน ซึ่งมุ่งยุติสงครามอย่างเป็นทางการ ก่อนเปิดการเจรจาในประเด็นที่อ่อนไหวมากขึ้น เช่น โครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน
นายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ กล่าวกับผู้สื่อข่าวที่กรุงโรมว่า“เราน่าจะได้รู้บางอย่างภายในวันนี้” และยืนยันว่า สหรัฐกำลังรอคำตอบจากอิหร่าน
ด้าน โฆษกกระทรวงต่างประเทศอิหร่าน ระบุว่า เตหะรานยังอยู่ระหว่างพิจารณาข้อเสนอ และจนถึงช่วงบ่ายในกรุงวอชิงตัน หรือก่อนเที่ยงคืนตามเวลาอิหร่าน ยังไม่มีการตอบกลับอย่างเป็นทางการ
ขณะเดียวกัน สำนักข่าวกึ่งทางการ Fars ของอิหร่านรายงานว่า ยังคงเกิดการปะทะประปรายระหว่างกองกำลังอิหร่านกับเรือรบสหรัฐในช่องแคบฮอร์มุซ ก่อนที่สำนักข่าว Tasnim จะอ้างแหล่งข่าวทางทหารอิหร่านว่า สถานการณ์เริ่มสงบลง แต่ยังมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดการปะทะเพิ่มเติม
กองทัพสหรัฐ ระบุว่า ได้โจมตีเรือ 2 ลำที่เชื่อมโยงกับอิหร่านซึ่งพยายามเข้าเทียบท่าเรือของอิหร่าน โดยเครื่องบินขับไล่สหรัฐยิงใส่ปล่องควันเรือจนต้องเปลี่ยนเส้นทางกลับ
อิหร่านปิดกั้นการเดินเรือของต่างชาติผ่านช่องแคบฮอร์มุซเกือบทั้งหมด นับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นจากการโจมตีทางอากาศร่วมกันของสหรัฐและอิสราเอลต่ออิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ขณะที่สหรัฐประกาศปิดล้อมเรืออิหร่านเมื่อเดือนก่อน
ราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยสัญญาน้ำมันดิบ Brent อยู่เหนือระดับ 101 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แม้ยังลดลงมากกว่า 6% เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อน
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่า ข้อตกลงหยุดยิงยังคงมีผล แม้จะเกิดการปะทะในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งก่อนสงครามเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันคิดเป็นประมาณ 1 ใน 5 ของอุปทานน้ำมันโลก
ความตึงเครียดยังลุกลามออกนอกพื้นที่ช่องแคบ โดยUAE ระบุว่าระบบป้องกันภัยทางอากาศสามารถสกัดขีปนาวุธพิสัยไกล 2 ลูก และโดรนอีก 3 ลำจากอิหร่านได้เมื่อวันศุกร์ ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย
ตลอดช่วงสงคราม อิหร่านโจมตี UAE และรัฐอ่าวอื่น ๆ ที่เป็นที่ตั้งฐานทัพสหรัฐมาอย่างต่อเนื่อง โดย UAE ระบุว่า อิหร่านยกระดับการโจมตีในสัปดาห์นี้ เพื่อตอบโต้หลังทรัมป์ประกาศ “Project Freedom” สำหรับคุ้มกันเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ก่อนจะสั่งระงับปฏิบัติการดังกล่าวหลังผ่านไป 48 ชั่วโมง
อิหร่านกล่าวหาสหรัฐว่าละเมิดข้อตกลงหยุดยิง ซึ่งมีผลมาตั้งแต่วันที่ 7 เมษายน แต่เริ่มเผชิญแรงกดดันอีกครั้งในสัปดาห์นี้
นายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน กล่าวว่า “ทุกครั้งที่มีทางออกทางการทูต สหรัฐกลับเลือกการผจญภัยทางทหารที่ไร้ความรับผิดชอบ”
สำนักข่าว Mehr ของอิหร่านรายงานว่า มีลูกเรือเสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บ 10 ราย และสูญหายอีก 4 ราย หลังเรือพาณิชย์อิหร่านถูกกองทัพเรือสหรัฐโจมตีเมื่อคืนวันพฤหัสบดี
ด้านรูบิโอ หลังหารือกับนายกรัฐมนตรีจอร์เจีย เมโลนี ของอิตาลี ตั้งคำถามว่า เหตุใดอิตาลีและพันธมิตรยุโรปจึงยังไม่สนับสนุนความพยายามของสหรัฐในการเปิดเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง
เขากล่าวว่า“คุณจะยอมรับหรือไม่ หากมีประเทศหนึ่งอ้างสิทธิ์ควบคุมเส้นทางน้ำสากล เพราะหากยอมรับ มันจะกลายเป็นบรรทัดฐานที่อาจเกิดซ้ำในอีกหลายพื้นที่ทั่วโลก”
ขณะเดียวกัน สหรัฐยังเดินหน้าเพิ่มแรงกดดันทางเศรษฐกิจ โดยกระทรวงการคลังสหรัฐประกาศคว่ำบาตรบุคคลและบริษัท 10 แห่ง รวมถึงหลายแห่งในจีนและฮ่องกง ฐานช่วยเหลือกองทัพอิหร่านจัดหาอาวุธและวัตถุดิบสำหรับผลิตโดรน Shahed
กระทรวงการคลังสหรัฐ ระบุว่า พร้อมใช้มาตรการทางเศรษฐกิจเพิ่มเติมต่ออุตสาหกรรมทางทหารของอิหร่าน เพื่อป้องกันไม่ให้เตหะรานฟื้นกำลังการผลิตและขยายอิทธิพลในต่างประเทศ รวมถึงพร้อมใช้มาตรการคว่ำบาตรรองต่อบริษัทต่างชาติหรือสถาบันการเงินที่สนับสนุนการค้าผิดกฎหมายของอิหร่าน ซึ่งอาจรวมถึงเครือข่ายโรงกลั่นน้ำมันอิสระของจีน หรือ “teapot refineries” ด้วย
การประกาศดังกล่าวมีขึ้นเพียงไม่กี่วันก่อนที่ทรัมป์จะเดินทางเยือนจีนเพื่อพบกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง
อ้างอิง : www.reuters.com