โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

กกพ. เร่งโรงไฟฟ้าถ่านหินแม่เมาะเดินเครื่อง ต้นทุนต่ำ คุมค่าไฟอยู่ ทดแทนก๊าซพุ่ง

Khaosod

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

กกพ. ปรับแผนผลิตโรงไฟฟ้าถ่านหินแม่เมาะ ชี้ต้นทุนต่ำ คุมค่าไฟอยู่ เสริมความมั่นคงระบบไฟฟ้าประเทศ สกัดค่าเอฟทีพุ่ง หลังแอลเอ็นจีทะยานอยู่ที่ 25 ดอลลาร์สหรัฐ

นายพูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการ คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ในฐานะโฆษกคณะกรรมการฯ เปิดเผยว่าที่ประชุมได้ติดตามสถานการณ์พลังงานและการบริหารจัดการโรงไฟฟ้าแม่เมาะอย่างใกล้ชิด โดยให้ความสำคัญกับการบริหารต้นทุนการผลิตไฟฟ้าเพื่อลดผลกระทบต่อค่าไฟฟ้าของประชาชน

ในสถานการณ์ที่ราคาพลังงานโลกมีความผันผวน โดยเฉพาะราคาก๊าซธรรมชาติ (แอลเอ็นจี) ที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น การพึ่งพาเชื้อเพลิงนำเข้าอาจส่งผลให้ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยหากราคาแอลเอ็นจี ปรับเพิ่มจากประมาณ 12 ดอลลาร์สหรัฐ/ล้านบีทียู เป็น 25 ดอลลาร์สหรัฐ/ล้านบีทียู จะทำให้ค่าไฟฟ้าผันแปร (เอฟที) เพิ่มขึ้นประมาณ 58 สตางค์/หน่วย

ดังนั้น การปรับแผนการผลิตไฟฟ้าโดยเพิ่มสัดส่วนการผลิตจากโรงไฟฟ้าถ่านหิน ซึ่งมีต้นทุนประมาณ 70 สตางค์/หน่วย และมีเสถียรภาพด้านราคา จึงเป็นกลไกสำคัญในการช่วยลดต้นทุนการผลิตไฟฟ้าในภาพรวม และรักษาเสถียรภาพค่าไฟฟ้าของประเทศ

ทั้งนี้ โรงไฟฟ้าถ่านหินของประเทศไทยดำเนินการภายใต้มาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวด โดยมีระบบควบคุมมลพิษทางอากาศที่ได้มาตรฐานสากล และอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การผลิตไฟฟ้าเป็นไปอย่างสมดุลทั้งด้านความมั่นคงพลังงาน ต้นทุนค่าไฟฟ้า และการดูแลสิ่งแวดล้อมควบคู่กัน

“กกพ. ให้ความสำคัญทั้งความมั่นคงระบบไฟฟ้าและค่าไฟฟ้าของประชาชน โดยได้กำกับดูแลและเน้นย้ำให้มีการปรับแผนการผลิตไฟฟ้าให้เหมาะสมกับสถานการณ์ เพื่อบริหารต้นทุนพลังงานในภาพรวม”

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้รับทราบการบริหารจัดการโรงไฟฟ้าแม่เมาะของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กรณีเกิดเหตุดินสไลด์ในพื้นที่ทิ้งและเก็บมูลดินทรายของเหมืองแม่เมาะ จังหวัดลำปาง ส่งผลกระทบต่อระบบลำเลียงดินและการจัดหาเชื้อเพลิงลิกไนต์สำหรับการผลิตไฟฟ้า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 พ.ย.2568 ส่งผลให้ระบบสายพานลำเลียงดินได้รับความเสียหาย ไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ กระทบต่อการเปิดหน้าดินและการลำเลียงถ่านหินลิกไนต์

“กฟผ. ได้เร่งดำเนินการแก้ไข โดยคาดว่าจะสามารถกลับมาใช้งานได้บางส่วนภายในเดือนก.ค.2569 และจะกลับสู่สภาวะปกติได้ภายในเดือนพ.ย.2569”

ในระหว่างนี้ กฟผ. ได้บริหารจัดการเชื้อเพลิงโดยใช้ถ่านหินลิกไนต์จากแหล่งสำรอง (Stock) ร่วมกับการขนส่งด้วยรถบรรทุก พร้อมปรับแผนการเดินเครื่องโรงไฟฟ้าให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เพื่อรักษาความมั่นคงของระบบไฟฟ้าในพื้นที่ภาคเหนือ

อย่างไรก็ตาม ได้กำชับให้ กฟผ. เร่งดำเนินการซ่อมบำรุงและปรับปรุงระบบสายพานลำเลียงดินโดยเร็ว เพื่อให้สามารถกลับมาดำเนินการได้ตามปกติภายในกรอบเวลาที่กำหนด พร้อมทั้งให้พิจารณาปรับแผนการผลิตไฟฟ้า โดยเฉพาะการเพิ่มสัดส่วนการผลิตจากโรงไฟฟ้าถ่านหินซึ่งมีต้นทุนต่ำ เพื่อช่วยลดต้นทุนการผลิตไฟฟ้าในภาพรวมและบรรเทาผลกระทบต่อค่าไฟฟ้าของประชาชน

อย่างไรก็ตาม เรายืนยันจะกำกับดูแลอย่างเต็มที่ ทั้งด้านความมั่นคงพลังงานและการดูแลค่าไฟฟ้า เพื่อให้ระบบไฟฟ้ามีเสถียรภาพและค่าไฟอยู่ในระดับที่เหมาะสม

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กกพ. เร่งโรงไฟฟ้าถ่านหินแม่เมาะเดินเครื่อง ต้นทุนต่ำ คุมค่าไฟอยู่ ทดแทนก๊าซพุ่ง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...