“สหรัฐ” กดดันไต้หวันผ่านงบกลาโหม 4 หมื่นล้านดอลลาร์ เสริมเขี้ยวเล็บรับมือจีน
"สหรัฐ" กดดันไต้หวันผ่านงบกลาโหม 4 หมื่นล้านดอลลาร์ เสริมเขี้ยวเล็บรับมือจีน ขณะสหรัฐชี้ระบบป้องกันอากาศ-โดรนเป็นอาวุธสำคัญที่ทั่วโลกต้องการ
วันที่ 27 เมษายน 2569 เวลา 14.24 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่าเจ้าหน้าที่การทูตระดับสูงของสหรัฐประจำไต้หวัน เรียกร้องให้รัฐสภาไต้หวันซึ่งฝ่ายค้านครองเสียงข้างมาก เร่งผ่านงบประมาณด้านกลาโหมแบบครอบคลุม โดยชี้ว่าระบบป้องกันภัยทางอากาศและขีปนาวุธ รวมถึงโดรน เป็นเทคโนโลยีสำคัญที่มีความต้องการสูงทั่วโลก
ก่อนหน้านี้Lai Ching-te ประธานาธิบดีไต้หวัน เสนอแผนงบกลาโหมเพิ่มเติมมูลค่า 40,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อจัดซื้ออาวุธจากสหรัฐฯ และพัฒนาอาวุธภายในประเทศ เช่น โดรน โดยมองว่าไต้หวันจำเป็นต้องเสริมศักยภาพการยับยั้งภัยคุกคามจากจีน ซึ่งถือว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของตน
อย่างไรก็ตาม กระบวนการพิจารณางบดังกล่าวในรัฐสภายังไม่คืบหน้า เนื่องจากพรรคฝ่ายค้านหลักอย่างก๊กมินตั๋ง (KMT) ระบุว่า แม้สนับสนุนการเพิ่มงบกลาโหม แต่ไม่ต้องการอนุมัติเช็คเปล่าและต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมจากรัฐบาล
ด้าน Raymond Greene ผู้อำนวยการ American Institute in Taiwan ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวแทนทางการทูตของสหรัฐฯ ในไต้หวัน กล่าวในการให้สัมภาษณ์ว่า การผ่านงบประมาณชุดนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง ทั้งในเชิงสัญญาณต่อประชาคมโลก และเพื่อให้ไต้หวันสามารถจัดหาอาวุธตามความต้องการได้ครบถ้วน
แม้สหรัฐฯ ได้อนุมัติการขายอาวุธให้ไต้หวันไปแล้ว เช่น ระบบจรวดหลายลำกล้อง HIMARS ของ Lockheed Martin แต่งบประมาณกลาโหมเพิ่มเติมยังครอบคลุมการจัดหาระบบป้องกันทางอากาศและขีปนาวุธแบบบูรณาการ รวมถึงโดรน ซึ่ง Greene ระบุว่าเป็นอุปกรณ์ที่มีบทบาทสำคัญและมีความต้องการสูงจากบทเรียนในสงครามตะวันออกกลางและยูเครน
รัฐบาลไต้หวันเตือนว่า หากการอนุมัติงบล่าช้า อาจทำให้ประเทศเสียโอกาสในการอยู่ในลำดับการผลิตและส่งมอบอาวุธจากสหรัฐ
ขณะที่Wellington Koo รัฐมนตรีกลาโหมไต้หวัน กล่าวต่อรัฐสภาว่า ภัยคุกคามจากจีนไม่ใช่เพียงคำพูดลอย ๆ โดยอ้างถึงการพบเรือรบจีนในน่านน้ำใกล้หมู่เกาะเผิงหู พร้อมย้ำว่าการผ่านงบประมาณกลาโหมเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการอยู่รอดของประเทศ
ด้านผู้นำพรรค KMT อย่าง Cheng Li-wun ซึ่งเพิ่งพบกับสี จิ้นผิง ที่กรุงปักกิ่งเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ระบุว่าไต้หวันไม่ควรถูกบีบให้ต้องเลือกข้างระหว่างจีนกับสหรัฐ แต่ยอมรับว่าทั่วโลกกำลังกังวลถึงความเป็นไปได้ของสงครามระหว่างสองฝั่ง
ทั้งนี้สหรัฐถือเป็นพันธมิตรสำคัญและผู้จัดหาอาวุธหลักให้ไต้หวัน โดยในเดือนธันวาคมที่ผ่านมาได้ประกาศแพ็กเกจขายอาวุธมูลค่า 11,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา ขณะที่จีนยังคงเรียกร้องให้สหรัฐยุติการขายอาวุธให้ไต้หวันอย่างต่อเนื่อง
อ้างอิง : reuters.com