โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เปิด 3 เหตุผลทำไม “หุ้นโรงพยาบาล” ยังเป็นหลุมหลบภัยชั้นดี พร้อมกางโผหุ้นเด่นปี 69

Wealthy Thai

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 28 เม.ย. เวลา 02.15 น.

ในช่วงที่เศรษฐกิจไทยยังชะลอตัว และปัจจัยภายนอกประเทศยังมีความไม่แน่นอน การลงทุนในหุ้น Defensiveอาจเป็น “หลุมหลบภัย” ที่น่าสนใจ โดยเฉพาะหุ้นโรงพยาบาลที่มักได้รับความนิยมจากนักวิเคราะห์และนักลงทุนเสมอ วันนี้ Wealthy Thai จึงมี 3 เหตุผลว่าทำไมหุ้นโรงพยาบาลยังเป็นหุ้น Defensiveที่แข็งแกร่ง พร้อมคัดหุ้นเด่นที่น่าลงทุนมาฝาก
บล.กรุงศรี ให้มุมมองว่า กลุ่มโรงพยาบาลยังคงคุณสมบัติ Defensive ที่ดีเนื่องจาก 1) ความต้องการรักษาพยาบาลมีความยืดหยุ่นไม่อิงวัฎจักรเศรษฐกิจมากนัก 2) มีความสามารถในการตั้งราคา และ 3)ฐานะการเงินแข็งแกร่ง ช่วยสร้างเสถียรภาพของกำไรและจำกัดความเสี่ยงได้
ทั้งนี้ ภายใต้ความไม่แน่นอนจากปัจจัยภายนอกยังอยู่ในระดับสูง ฝ่ายวิเคราะห์มองว่าการเลือกลงทุนควรให้ความสำคัญกับคุณภาพของกำไรมากกว่าการเติบโตเพียงอย่างเดียว เนื่องจากโรงพยาบาลที่มีโครงสร้างรายได้กระจายตัว มีอัตรากำไรที่ยั่งยืน และมีกระแสเงินสดสม่ำเสมอ จะสามารถรักษาการเติบโตได้อย่างมีเสถียรภาพ ซึ่งควรเป็นปัจจัยกำหนด Valuation Premium ที่สำคัญ
นอกจากนี้ คุณภาพของกำไรยังเป็นปัจจัยสำคัญที่สร้างความแตกต่างในกลุ่มโรงพยาบาล ดังนี้

  • BDMS โดดเด่นด้านความเป็น Defensive สูงสุดจากกระแสเงินสดสม่ำเสมอ และ EBITDA margin ที่มีเสถียรภาพ

  • BH มีจุดแข็งด้าน EBITDA margin ระดับพรีเมียม แต่มีความผันผวนสูงจากการพึ่งพาลูกค้าต่างชาติเป็นหลัก

  • BCH และ CHG มีความยืดหยุ่นของ EBITDA margin จำกัดจากฐานลูกค้าประกันสังคม และกำไรค่อนข้างผันผวน

  • PR9 มีจุดแข็งด้านการยกระดับ Case mix และ EBITDA margin อยู่ในทิศทางขาขึ้น

ขณะที่แนวโน้มกำไรสุทธิปี 2569 ของแต่ละโรงพยาบาลคาดการณ์ ดังนี้

  • BDMS คาดกำไรปี 2569 ที่ 16,785ล้านบาท เติบโต 6%จากปีก่อน

  • BH คาดกำไรปี 2569 ที่ 7,523ล้านบาท ทรงตัวจากปีก่อน

  • BCH คาดกำไรปี 2569 ที่ 1,338ล้านบาท เติบโต 2%จากปีก่อน

  • CHGคาดกำไรปี 2569 ที่ 935ล้านบาท เติบโต 1%จากปีก่อน

  • PR9คาดกำไรปี 2569 ที่ 848ล้านบาท เติบโต 3%จากปีก่อน

อย่างไรก็ตาม คาดว่ากลุ่มโรงพยาบาลที่ศึกษาจะมีกำไรสุทธิรวมปี 2569 ที่ 27,429 ล้านบาท เติบโตต่อเนื่อง 4%จากปีก่อน จากรายได้และ Margin ขยายตัว
สำหรับกลยุทธ์ลงทุนฝ่ายวิเคราะห์ให้คำแนะนำ Neutral ต่อกลุ่มโรงพยาบาล เนื่องจาก Upside ของกลุ่มโดยรวมยังไม่โดดเด่น ท่ามกลางความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจ ขณะที่ Valuation กลุ่มซื้อขาย P/E ปี 2569 ที่ระดับต่ำกว่า -1.0SD สะท้อน downside ที่จำกัด
ฝ่ายวิเคราะห์เน้นคัดเลือกหุ้นที่มีคุณภาพกำไรสูงและมีโอกาสถูก re-rating โดยปรับหุ้นเด่นเป็น PR9 (แทน BCH) คู่กับ BDMS เนื่องจาก BDMS เด่นด้านการกระจายฐานรายได้และความสม่ำเสมอของกระแสเงินสดช่วยหนุนความมั่นคงของกำไร
ส่วน PR9 มีจุดแข็งด้านการยกระดับ Case mix และ margin อยู่ในทิศทางขาขึ้น ประกอบกับ valuation ยังไม่สะท้อนศักยภาพเต็มที่ ทั้งนี้เราปรับมุมมองต่อ BCH และ CHG เป็น Neutral จากข้อจำกัดด้านความยืดหยุ่นของอัตรากำไร ตามโครงสร้างลูกค้าประกันสังคม และกำไรที่มีความผันผวนมากกว่า
โดยสรุป แม้เศรษฐกิจยังเผชิญความไม่แน่นอน หุ้นกลุ่มโรงพยาบาลยังคงเป็นทางเลือกสำหรับนักลงทุนที่กำลังหาหุ้น Defensive ที่น่าสนใจ จากความต้องการบริการที่สม่ำเสมอและฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม Upside ยังจำกัด นักลงทุนควรเน้นคัดเลือกหุ้นที่มีคุณภาพกำไรสูงและมีศักยภาพเติบโตในระยะยาว โดย BDMS และ PR9 ถูกมองเป็นหุ้นเด่นจากความแข็งแกร่งของกระแสเงินสดและแนวโน้ม margin ที่ปรับตัวดีขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...