เปิด 3 เหตุผลทำไม “หุ้นโรงพยาบาล” ยังเป็นหลุมหลบภัยชั้นดี พร้อมกางโผหุ้นเด่นปี 69
ในช่วงที่เศรษฐกิจไทยยังชะลอตัว และปัจจัยภายนอกประเทศยังมีความไม่แน่นอน การลงทุนในหุ้น Defensiveอาจเป็น “หลุมหลบภัย” ที่น่าสนใจ โดยเฉพาะหุ้นโรงพยาบาลที่มักได้รับความนิยมจากนักวิเคราะห์และนักลงทุนเสมอ วันนี้ Wealthy Thai จึงมี 3 เหตุผลว่าทำไมหุ้นโรงพยาบาลยังเป็นหุ้น Defensiveที่แข็งแกร่ง พร้อมคัดหุ้นเด่นที่น่าลงทุนมาฝาก
บล.กรุงศรี ให้มุมมองว่า กลุ่มโรงพยาบาลยังคงคุณสมบัติ Defensive ที่ดีเนื่องจาก 1) ความต้องการรักษาพยาบาลมีความยืดหยุ่นไม่อิงวัฎจักรเศรษฐกิจมากนัก 2) มีความสามารถในการตั้งราคา และ 3)ฐานะการเงินแข็งแกร่ง ช่วยสร้างเสถียรภาพของกำไรและจำกัดความเสี่ยงได้
ทั้งนี้ ภายใต้ความไม่แน่นอนจากปัจจัยภายนอกยังอยู่ในระดับสูง ฝ่ายวิเคราะห์มองว่าการเลือกลงทุนควรให้ความสำคัญกับคุณภาพของกำไรมากกว่าการเติบโตเพียงอย่างเดียว เนื่องจากโรงพยาบาลที่มีโครงสร้างรายได้กระจายตัว มีอัตรากำไรที่ยั่งยืน และมีกระแสเงินสดสม่ำเสมอ จะสามารถรักษาการเติบโตได้อย่างมีเสถียรภาพ ซึ่งควรเป็นปัจจัยกำหนด Valuation Premium ที่สำคัญ
นอกจากนี้ คุณภาพของกำไรยังเป็นปัจจัยสำคัญที่สร้างความแตกต่างในกลุ่มโรงพยาบาล ดังนี้
BDMS โดดเด่นด้านความเป็น Defensive สูงสุดจากกระแสเงินสดสม่ำเสมอ และ EBITDA margin ที่มีเสถียรภาพ
BH มีจุดแข็งด้าน EBITDA margin ระดับพรีเมียม แต่มีความผันผวนสูงจากการพึ่งพาลูกค้าต่างชาติเป็นหลัก
BCH และ CHG มีความยืดหยุ่นของ EBITDA margin จำกัดจากฐานลูกค้าประกันสังคม และกำไรค่อนข้างผันผวน
PR9 มีจุดแข็งด้านการยกระดับ Case mix และ EBITDA margin อยู่ในทิศทางขาขึ้น
ขณะที่แนวโน้มกำไรสุทธิปี 2569 ของแต่ละโรงพยาบาลคาดการณ์ ดังนี้
BDMS คาดกำไรปี 2569 ที่ 16,785ล้านบาท เติบโต 6%จากปีก่อน
BH คาดกำไรปี 2569 ที่ 7,523ล้านบาท ทรงตัวจากปีก่อน
BCH คาดกำไรปี 2569 ที่ 1,338ล้านบาท เติบโต 2%จากปีก่อน
CHGคาดกำไรปี 2569 ที่ 935ล้านบาท เติบโต 1%จากปีก่อน
PR9คาดกำไรปี 2569 ที่ 848ล้านบาท เติบโต 3%จากปีก่อน
อย่างไรก็ตาม คาดว่ากลุ่มโรงพยาบาลที่ศึกษาจะมีกำไรสุทธิรวมปี 2569 ที่ 27,429 ล้านบาท เติบโตต่อเนื่อง 4%จากปีก่อน จากรายได้และ Margin ขยายตัว
สำหรับกลยุทธ์ลงทุนฝ่ายวิเคราะห์ให้คำแนะนำ Neutral ต่อกลุ่มโรงพยาบาล เนื่องจาก Upside ของกลุ่มโดยรวมยังไม่โดดเด่น ท่ามกลางความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจ ขณะที่ Valuation กลุ่มซื้อขาย P/E ปี 2569 ที่ระดับต่ำกว่า -1.0SD สะท้อน downside ที่จำกัด
ฝ่ายวิเคราะห์เน้นคัดเลือกหุ้นที่มีคุณภาพกำไรสูงและมีโอกาสถูก re-rating โดยปรับหุ้นเด่นเป็น PR9 (แทน BCH) คู่กับ BDMS เนื่องจาก BDMS เด่นด้านการกระจายฐานรายได้และความสม่ำเสมอของกระแสเงินสดช่วยหนุนความมั่นคงของกำไร
ส่วน PR9 มีจุดแข็งด้านการยกระดับ Case mix และ margin อยู่ในทิศทางขาขึ้น ประกอบกับ valuation ยังไม่สะท้อนศักยภาพเต็มที่ ทั้งนี้เราปรับมุมมองต่อ BCH และ CHG เป็น Neutral จากข้อจำกัดด้านความยืดหยุ่นของอัตรากำไร ตามโครงสร้างลูกค้าประกันสังคม และกำไรที่มีความผันผวนมากกว่า
โดยสรุป แม้เศรษฐกิจยังเผชิญความไม่แน่นอน หุ้นกลุ่มโรงพยาบาลยังคงเป็นทางเลือกสำหรับนักลงทุนที่กำลังหาหุ้น Defensive ที่น่าสนใจ จากความต้องการบริการที่สม่ำเสมอและฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม Upside ยังจำกัด นักลงทุนควรเน้นคัดเลือกหุ้นที่มีคุณภาพกำไรสูงและมีศักยภาพเติบโตในระยะยาว โดย BDMS และ PR9 ถูกมองเป็นหุ้นเด่นจากความแข็งแกร่งของกระแสเงินสดและแนวโน้ม margin ที่ปรับตัวดีขึ้น