โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

‘วราวุธ’ ชงบีโอไอปรับเงื่อนไขลงทุน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

“วราวุธ” ฟิต เตรียมชงหารือบอร์ดบีโอไอ ปรับเงื่อนไขการลงทุนใหม่ เตรียมเพิ่ม Local Content ให้สูงขึ้น เน้นจ้างงานคนไทย เฟ้นเฉพาะอุตสาหกรรมที่ไทยได้ประโยชน์ เล็งตั้งกองทุนแสนล้าน ช่วยเอสเอ็มอีทรานส์ฟอร์ม เปิดทางเอกชนร่วมทุนด้าน “บีโอไอ” เผยทุกกิจการเงื่อนไขไม่เบา เข้มทั้งการใช้วัตถุดิบและสิ่งแวดล้อม

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ในการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) ที่มีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน ที่จะมีขึ้นเร็ว ๆ นี้ ทางกระทรวงได้เตรียมหารือเพื่อที่จะเสนอให้มีการปรับปรุงเกณฑ์การส่งเสริมการลงทุนใหม่ และทบทวนเรื่องของกฎหมายหรือระเบียบบางอย่างที่ใช้มานานกว่า 40 ปี ซึ่งปัจจุบันอาจไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันแล้ว เช่น เรื่องสัดส่วน Local Content ในอดีตอาจยังคงกำหนดไว้ไม่ได้สูง

แต่ปัจจุบันบีโอไอควรตั้งให้สูงขึ้นเพื่อให้ผู้ประกอบการไทยมีโอกาสพัฒนา ได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยี (Technology Transfer) และเกิดการพัฒนาศักยภาพ (Capacity Building) เป้าหมายเพื่อให้ประเทศไทยได้ประโยชน์มากที่สุด ยิ่งในสถานการณ์สงครามการค้าโลกปัจจุบันที่กติกาของ WTO เริ่มไม่เข้มแข็งเหมือนเดิม

“สมมุติถ้ามีการลงทุน อย่างเช่นดาต้าเซ็นเตอร์ แล้วใช้วัตถุดิบหรือชิ้นส่วนในประเทศอย่าง PCB 100% แบบนี้ก็น่าสนับสนุนมาก เพราะอย่างเซมิคอนดักเตอร์ ฮาร์ดดิสก์ หรืออุตสาหกรรมต่าง ๆ ถ้าใช้ในประเทศได้ก็เป็นเรื่องที่ดีมาก ดังนั้นภาครัฐอาจต้องตั้งเงื่อนไขใหม่สำหรับการลงทุนเช่น ใช้ Local Content เท่าไร ใช้ทรัพยากรในประเทศแค่ไหน แล้วประเทศไทยหรือคนไทยได้อะไร ต้องเป็นลักษณะ Win-Win ในมุมของกระทรวงอุตสาหกรรมเองก็อยากผลักดันอุตสาหกรรมแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร เพราะประเทศไทยมีความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) อยู่แล้ว ตรงนี้จะช่วยให้เกษตรกรไทยมีรายได้มากขึ้น”

สำหรับนโยบายที่จะผลักดันภาคอุตสาหกรรมที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้ คือ วางเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ที่เป็น New Engine ด้วยการผลักดัน 5 กลุ่มอุตสาหกรรมอัจฉริยะให้เป็นพรีเมี่ยม สร้างรายได้ใหม่ให้ประเทศครอบคลุมเกษตรและอาหาร เช่น เปลี่ยนข้าว ยาง มัน เป็นสินค้าพรีเมี่ยม ขณะเดียวกันต้องดันไทยเป็น Medical Food Hub ของเอเชีย เช่นเดียวกับสมุนไพรและสุขภาพ ยกระดับสมุนไพรสู่อุตสาหกรรมสร้างสรรค์เจาะตลาดสุขภาพทั่วโลก

ส่วนหัตถกรรมอัจฉริยะจะผลักดันผ้าไทยและงานคราฟต์สู่แบรนด์สากล รวมถึงดิจิทัลเทคโนโลยีจะดึงเม็ดเงินลงทุน Data Center & Cloud Services ระดับโลก และอุตสาหกรรมสีเขียวเร่งสร้างระบบนิเวศของ EV และระบบซื้อขายคาร์บอน

ทั้งหมดนี้จะมีกลไกใหม่สำคัญที่จะผลักดัน คือ การตั้งคณะกรรมการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมไทย ร่วมกับสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และบีโอไอ พร้อมผลักดันการจัดตั้งกองทุนเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรม เพื่อสนับสนุนทุนอุดหนุนการสร้างนวัตกรรมให้ SMEs รวมทั้งการรีสกิล และอัพสกิลแรงงานให้ทันต่อเทคโนโลยีใหม่ และตลาดคาร์บอนเครดิต รองรับมาตรการกำแพงภาษีคาร์บอน (CBAM) จากต่างประเทศ

“เรามีแผนที่จะตั้งกองทุนเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมวงเงินระดับแสนล้านบาท แต่จะทยอยทำเป็นเฟส โดยรูปแบบของกองทุน ดังกล่าวจะดึงให้ภาคเอกชนเข้ามาร่วมทุน ซึ่งภายในสัปดาห์นี้เตรียมหารือกับทางธนาคารโลก (World Bank) อย่างไรก็ตามต้องหารือกับทางกระทรวงการคลังเพิ่มเติม เนื่องจากกระทรวงอุตสาหกรรมมีกองทุนเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐอยู่แล้ว ซึ่งต้องไม่ซ้ำซ้อนกัน เนื่องจากเป้าหมายของกองทุนนี้ต้องการช่วย SMEs รายเล็กที่ต้องการปรับเปลี่ยนธุรกิจไปสู่อุตสาหกรรมในอนาคต การปรับเปลี่ยนเครื่องจักร เป็นต้น เรามีสเป็กคนที่อยากให้ดึงมาร่วมทุนอยู่แล้ว อยากได้บริษัทเอกชนที่เก่ง มีเงิน เพื่อมาช่วยซัพพอร์ตอุตสาหกรรม”

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ในรายละเอียดจะมีการหารือกันในที่ประชุมบอร์ดที่จะมีขึ้นช่วงต้นเดือนพฤษภาคม 2569 นี้ ทั้งนี้ ในเงื่อนไขการลงทุนของบีโอไอนั้นได้มีการกำหนดและเป็นเกณฑ์ไว้สำหรับนักลงทุนแต่ละกิจการอยู่แล้ว เช่น อุตสาหกรรมดิจิทัล กิจการ Data Center ที่ใช้พลังงานประสิทธิภาพสูง มีหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่นักลงทุนต้องดำเนินตามถึง 16 ข้อ

เช่น ต้องเสนอแผนงานในการสร้างประโยชน์ให้กับประเทศไทย เช่น การจัดฝึกอบรม การจัดทำหลักสูตรร่วมกับสถาบันการศึกษา การทำวิจัยและพัฒนา การพัฒนาทักษะของผู้ประกอบการ SMEs ไทย การสนับสนุน Supply Chain ในประเทศ เป็นต้น

โดยต้องดำเนินการตามแผนที่เสนอให้แล้วเสร็จก่อนการใช้สิทธิและประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล หรืออุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร กิจการผลิตผลิตภัณฑ์จากยางธรรมชาติ ที่ต้องมีปริมาณการใช้ยางธรรมชาติเป็นวัตถุดิบไม่น้อยกว่า 51% หรืออุตสาหกรรมเทคโนโลยีชีวภาพจากการผลิตผลิตภัณฑ์เคมีชีวภาพ (Biochemicals) ที่ต้องใช้วัตถุดิบที่มาจากผลผลิตทางการเกษตร ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากการเกษตร วัสดุชีวมวล เศษหรือผลพลอยได้จากอุตสาหกรรมแปรรูปการเกษตรไม่น้อยกว่า 51% และส่วนใหญ่ทุกอุตสาหกรรมต้องมีเทคโนโลยีควบคุมดูแลด้านสิ่งแวดล้อมที่มีประสิทธิภาพ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘วราวุธ’ ชงบีโอไอปรับเงื่อนไขลงทุน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...