โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สาวทอมหึงโหด บุกบ้านรัวแทงแฟนใหม่ ของสาวอดีตคนรักเจ็บหนัก

สยามนิวส์

เผยแพร่ 13 เม.ย. เวลา 04.31 น. • Som
วันที่ 13 เม.ย.2569 มีการเปิดเผยภาพจากกล้องวงจรปิดของบ้านหลังหนึ่ง ซึ่งอยู่ตรงข้ามบ้านพักหลังเกิดเหตุภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ต.บางโฉลง อ.บางพลี

วันที่ 13 เม.ย.2569 มีการเปิดเผยภาพจากกล้องวงจรปิดของบ้านหลังหนึ่ง ซึ่งอยู่ตรงข้ามบ้านพักหลังเกิดเหตุภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ต.บางโฉลง อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ซึ่งสามารถบันทึกภาพได้ขณะที่ สาวทอมอดีตคนรักของบ้านที่เกิดเหตุ ขณะเดินย้อนกลับเข้ามาเปิดประตูรั้วบุกเข้าไปภายในบ้านพัก ก่อนจะวิ่งไปคว้ามีดทำครัวออกมาแทงเข้าตามร่างกายหลายแห่งของ สาวทอมคนใหม่ของบ้านหลังเกิดเหตุ

ภาพจากกล้องวงจรปิดจะได้ยินเสียงทั้ง 2 คนมีปากเสียงกันจนเสียงดังลั่นหมู่บ้าน หลังจากนั้นไม่ถึงนาที เสียงจากกล้องวงจรปิดจะได้ยินเสียงทางฝั่งของ สาวทอม ตะโกนถามทำไมทำแบบนี้ จากนั้นเสียงร้องดังด้วยความเจ็บปวดของ สาวทอม จากการถูก หญิงสาว ใช้มีดทำครัวแทงซ้ำหลายครั้ง จน สาวทอม ตะโกนขอความช่วยเหลือให้คนช่วยชีวิต

โดยมีฝั่งของแฟนสาวที่อยู่ในบ้านออกมาเจอ ซึ่งเจ้าตัวถึงกับร้องเสียงหลงและพยามเข้ากอดปล้ำฝั่งของผู้ก่อเหตุไม่ให้ก่อเหตุซ้ำ จนมีเพื่อนบ้านที่ได้ยินเสียงพากันตื่นออกมาดูและเข้าช่วยเหลือประคองร่างของสาวทอม ที่บาดเจ็บสาหัสออกมายังนอกบ้าน ก่อนจะรีบโทรแจ้งกู้ภัยและตำรวจให้มาช่วยเหลือ

ขณะที่ผู้ก่อเหตุยังคงถือมีดไว้ โดยมีแฟนสาวกอดล็อกตัวเอาไว้ไม่ให้หลบหนี กระทั่งมีเจ้าหน้าที่ รปภ.ของหมู่บ้านเดินทางมาระงับเหตุ และเข้าแย่งมีดออกจากมือผู้ก่อเหตุ ก่อนจะควบคุมรอตำรวจมาถึง เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเวลา 23.10 น.ของวันที่ 12 เม.ย.ที่ผ่านมา

หลังเกิดเหตุไม่นาน เจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัยเดินทางมายังที่เกิดเหตุ พบผู้บาดเจ็บคือ สาวทอม มีบาดแผลจากการถูกของมีคมหลายแห่ง โดยพบบาดแผลที่ต้นขาขวา 1 แผล หัวไหล่ซ้าย 1 แผล ขมับซ้าย 1 แผล และด้านหลังศีรษะอีก 1 แผล อาการสาหัส เจ้าหน้าที่ต้องประสานทีมกู้ชีพจากโรงพยาบาลบางพลีเข้าให้การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลใกล้เคียงเป็นการด่วน

จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุบริเวณหน้าบ้านพักพบกองเลือดจำนวนมากที่พื้น รวมถึงรั้วกำแพงปูนข้างบ้าน โดยมีมีดทำครัวยาวประมาณ 1 ฟุต เปื้อนเลือดและมีเศษผมติดอยู่ ซึ่งเป็นอาวุธของกลางที่ทางเจ้าหน้าที่ รปภ.ยึดได้จากมือของผู้ก่อเหตุ ส่วนผู้ก่อเหตุไม่ทันหลบหนี ถูก รปภ.และเพื่อนบ้านคุมตัวส่งตำรวจดำเนินคดี น.ส.วรรณทินีย์ ให้การโดยยอมรับว่า ตนเป็นคนแทงฝั่งของผู้บาดเจ็บจริง สาเหตุมาจากเรื่องชู้สาว ซึ่งผู้ก่อเหตุอ้างว่าผู้บาดเจ็บเป็นชู้แฟนสาวของตนเอง จึงเกิดความแค้นทำให้ตัดสินใจลงมือก่อเหตุ

หญิงสาว ให้การอ้างต่อว่า ตนคบหาอยู่กินกับแฟนสาวที่บ้านหลังนี้มาประมาณ 5 ปี พอเขามีคนใหม่ ตนจึงถูกไล่ออกจากบ้านได้ประมาณ 1 สัปดาห์ โดยที่แฟนเอาชู้เข้ามาอยู่ในบ้าน จึงเกิดความแค้นดังกล่าว ขณะที่ หญิงสาวที่เป็นอดีตคนรักของคนก่อเหตุและเป็นคนรักใหม่ของผู้บาดเจ็บ กล่าวว่า ตนคบกันมาประมาณ 5 ปี ที่ผ่านมามักมีปากเสียงกันมาตลอดในเรื่องหึงหวง

อีกทั้งก่อนหน้านี้ฝั่งของผู้ก่อเหตุเคยคิดทำร้ายตัวเองมาแล้วถึง 2 ครั้ง จนทนพฤติกรรมไม่ไหว ตัดสินใจขอเลิกราแยกทางกันไป จนกระทั่งมาเจอแฟนทอมคนใหม่ที่เพิ่งคบหากันได้สักพักไม่นาน โดยจะเทียวไปเทียวมาหาสู่กันตลอด

พอมาวันนี้รอบแรกฝั่งของผู้ก่อเหตุมาดักรอที่หน้าบ้านหลังเลิกงาน จึงพากันเข้ามาเคลียร์ใจกันทั้ง 3 คน จนได้ข้อตกลงกันไม่ยุ่งเกี่ยวข้องอะไรกันอีก พอเคลียร์ใจกันจบก็ยังพากันนั่งดื่มเบียร์ด้วยกันทั้ง 3 คน หลังจากนั้นฝั่งของผู้ก่อเหตุก็เดินทางกลับไป และไม่นานก็ย้อนกลับมาอีกครั้ง โดยอาศัยช่วงที่ตนเอาขยะออกมาทิ้งหน้าบ้าน ฝั่งผู้ก่อเหตุได้วิ่งสวนเข้าไปในบ้านและหยิบมีดทำครัวที่อยู่ในครัวหลังบ้านออกมาไล่แทงผู้บาดเจ็บจนบาดเจ็บสาหัสดังกล่าว

ด้าน เจ้าหน้าที่ รปภ. เล่านาทีเสี่ยงตายเข้าไประงับเหตุและแย่งมีดจากมือผู้ก่อเหตุว่า พอได้รับแจ้งเหตุก็รีบเดินทางมาตรวจสอบ และพบว่าผู้ก่อเหตุยังถือมีดอยู่ในมือ โดยมีฝ่ายหญิงกอดล็อกคอเอาไว้ หากปล่อยไว้เกรงว่าจะบานปลาย จึงตัดสินใจเข้าไปแย่งมีดจากมือและควบคุมตัวรอส่งตำรวจ พร้อมทั้งประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยให้รีบมาช่วยคนเจ็บ

เบื้องต้นตำรวจได้ควบคุมตัวผู้ก่อเหตุไปยัง สภ.บางพลี และพบว่าเจ้าตัวถูกมีดของตัวเองเข้าที่แขนเป็นแผลเล็กน้อย จึงประสานให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยพาตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อทำการรักษาและสั่งอายัดตัวเตรียมดำเนินคดีข้อหาหนักคือพยามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ส่วนอาการของผู้บาดเจ็บยังไม่พ้นขีดอันตราย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...