ท่องเที่ยวฝ่าวิกฤตสงคราม มีนาฯ ยังบวก-คาดกระทบ Q2
ปี 2568 ที่ผ่านมาแม้ว่าอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเผชิญแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ ตลอดจนการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวที่ทวีความรุนแรง โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชีย แต่ภาคการท่องเที่ยวไทยยังคงมีบทบาทสำคัญในฐานะกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ
เป็นปีที่จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยมีตลาดอาเซียน ยุโรป และตะวันออกกลางเข้ามามีบทบาทสำคัญในการทดแทนตลาดจีนที่ยังไม่กลับสู่ระดับเดิม
เรียกว่าทุกอย่างอยู่ในแนวโน้มที่ดีในทุกมิติ ทั้งในด้านจำนวนนักท่องเที่ยว รายได้ ภาพลักษณ์ด้านความปลอดภัย ฯลฯ ซึ่งคาดการณ์กันว่าการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวจะยิ่งดีต่อเนื่องในปี 2569 นี้
มีนาฯ’69 นทท. บวก 2%
โดยสถานการณ์ล่าสุดของภาคการท่องเที่ยวกลับต้องเผชิญกับวิกฤตอีกครั้ง เมื่อเกิดสงครามสหรัฐ-อิหร่านเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ส่งผลกระทบสายการบินจำนวนหนึ่งหยุดให้บริการชั่วคราวเนื่องจากมีปิดน่านฟ้า เส้นทางบินยุโรปที่บินผ่านฮับตะวันออกกลางถูกยกเลิก ขณะที่เส้นทางบินที่เหลืออยู่ต่างทยอยปรับขึ้นราคาตั๋วกระทบต่อการตัดสินใจเดินทาง
จากรายงานของกองเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่า เดือนมีนาคม 2569 ซึ่งเป็นเดือนที่ได้รับผลกระทบจากสงครามเต็มๆ มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติรวม 2,775,199 คน ลดลงจากเดือนกุมภาพันธ์ 15% แต่หากเทียบกับเดือนมีนาคม 2568 พบว่าเติบโตเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.01 สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวราว 1,310,000 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.84
โดยมีนักท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก 1,785,056 คน คิดเป็นร้อยละ 64.32 เติบโตเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.98% ยุโรป 819,016 คน คิดเป็นร้อยละ 29.51 ลดลงร้อยละ 4.20 อเมริกา 148,241 คน คิดเป็นร้อยละ 5.35 ลดลงร้อยละ 2.05 ตะวันออกกลาง 12,485 คน คิดเป็นร้อยละ 0.45 ลดลงร้อยละ 33.26 และแอฟริกา 10,221 คน คิดเป็นร้อยละ 0.37 ลดลงร้อยละ 6.31
ทั้งนี้จีนยังคงเป็นตลาดที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติสูงสุดเป็นอันดับ 1 จำนวน 410,624 คน เติบโตเพิ่มขึ้นร้อยละ 38.20 รองลงมาคือ มาเลเซีย 342,188 คน เติบโตเพิ่มขึ้นร้อยละ 17.01 รัสเซีย 221,202 คน ลดลงร้อยละ 6.14 อินเดีย 208,484 คน เติบโตเพิ่มขึ้นร้อยละ 10.91 และเยอรมัน 110,858 คน ลดลงร้อยละ 2.99
ไตรมาส 1/69 ร่วง 2.43%
หากรวมทั้งไตรมาส 1/2569 (1 มกราคม-31 มีนาคม 2569) พบว่า มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติสะสมรวม 9,316,909 คน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปี 2568 ร้อยละ 2.43 สร้างรายได้รวม 453,810 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปี 2568 ร้อยละ 1.96
โดยนักท่องเที่ยว 10 อันแรก ประกอบด้วย จีน 1,488,713 คน มาเลเซีย 959,002 คน รัสเซีย 725,958 คน อินเดีย 625,598 คน เกาหลีใต้ 412,151 คน สหราชอาณาจักร (UK) 353,527 คน เยอรมัน 346,016 คน สหรัฐอเมริกา (USA) 320,071 คน ญี่ปุ่น 307,580 คน และฝรั่งเศส 305,448 คน (ดูตารางประกอบ)
ลดพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่ง
“ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์” ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) บอกว่า ปี 2569 นี้ภาคการท่องเที่ยวไทยยังคงเผชิญปัจจัยท้าทายจากภายนอก อาทิ ภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว และต้นทุนการเดินทางที่มีความผันผวน รวมถึงสงครามตะวันออกกลาง แต่ด้วยโครงสร้างตลาดนักท่องเที่ยวที่มีความหลากหลายมากขึ้น ได้ช่วยเสริมสร้างเสถียรภาพให้กับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย และลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่งมากเกินไป
โดยในไตรมาสแรก (1 มกราคม-31 มีนาคม 2569) ประเทศไทยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติรวม 9.31 ล้านคน โดยตลาดหลักยังคงเป็นนักท่องเที่ยวชาวจีน รองลงมาคือ มาเลเซีย รัสเซีย อินเดีย และเกาหลีใต้ ขณะเดียวกันตลาดระยะไกล อาทิ สหราชอาณาจักร (UK) เยอรมนี สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น ยังคงเป็นกลุ่มสำคัญในการสร้างรายได้เฉลี่ยต่อคนต่อทริปในระดับสูง
ลดเป้าทั้งปีเหลือ 30-34 ล้านคน
ทั้งนี้ในปี 2569 มีการปรับคาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ ภายใต้สมมติฐานว่าสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางจะคลี่คลายภายใน 1-3 เดือน โดยคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ 30-34 ล้านคน ลดลงร้อยละ 18 จากเป้าหมายเดิม
โดยมีปัจจัยหลักจากการชะลอตัวของตลาดตะวันออกกลาง ยุโรป และอเมริกา รวมถึงข้อจำกัดด้านเส้นทางบิน และความผันผวนของราคาน้ำมันในตลาดโลก ขณะที่การเดินทางท่องเที่ยวของชาวไทยคาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 206 ล้านคน-ครั้ง ลดลงร้อยละ 3 จากเป้าหมาย
และคาดการณ์ภาพรวมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยจะสร้างรายได้รวมประมาณ 2.58 ล้านล้านบาท
“ฐาปนีย์” ย้ำด้วยว่า สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนถึงความจำเป็นในการปรับกลยุทธ์การตลาดจากการมุ่งเน้นเชิงปริมาณ สู่การสร้างคุณค่า (Value over Volume) โดยให้ความสำคัญกับการเพิ่มมูลค่าต่อการเดินทาง การพัฒนาสินค้าและประสบการณ์ท่องเที่ยวคุณภาพสูง การสื่อสารภาพลักษณ์ด้านความคุ้มค่า ความปลอดภัย ตลอดจนการใช้เทคโนโลยีและแพลตฟอร์มดิจิทัลอย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้เพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทย ภายใต้บริบทเศรษฐกิจโลกที่ยังคงมีความเปราะบางอย่างต่อเนื่อง
สงครามกระทบ Q2/2569
ด้าน “ชัย อรุณานนท์ชัย” ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) ระบุว่า จากผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการธุรกิจการท่องเที่ยวในประเทศไทย (Thailand Tourism Confidence Index) ในช่วงไตรมาส 1/2569 พบว่าเป็นช่วงที่มีทั้งสัญญาณการเติบโตที่สดใสจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เพิ่มขึ้น โดยมีดัชนีเชื่อมั่นผู้ประกอบการท่องเที่ยวอยู่ที่ระดับ 81 ดีขึ้นจากไตรมาสก่อน (อยู่ในระดับ 72) แต่ลดลงจากช่วงเดียวกันของปี 2568 ที่อยู่ในระดับ 83
อย่างไรก็ตามคาดว่าภาพรวมของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะลดลงในไตรมาส 2/2569 เนื่องจากเข้าสู่นอกฤดูกาลท่องเที่ยวของประเทศไทย และปัญหาสงครามตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อกลุ่มนักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดระยะไกล (Long Haul) ซึ่งเป็นตลาดที่กำลังมีอัตราการเติบโตดีเกิดการชะลอการเดินทาง
แต่หากเทียบกับไตรมาส 2/2568 เชื่อว่าจะยังดีกว่า เพราะความขัดแย้งระหว่างจีนและญี่ปุ่นยังส่งผลบวกโดยอ้อมต่อไทย ซึ่งนักท่องเที่ยวจีนที่เพิ่มขึ้นนี้จะทดแทนนักท่องเที่ยวยุโรป อเมริกา และตะวันออกกลางที่ลดลง
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ท่องเที่ยวฝ่าวิกฤตสงคราม มีนาฯ ยังบวก-คาดกระทบ Q2
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net