ทป.โชว์ 2 เดือน ยื่นขอคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา 14,394 คำขอ 'ป๊อปมาร์ท' ติดท็อป 5 เครื่องหมายการค้า
ทป.โชว์ 2 เดือน ยื่นขอคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา 14,394 คำขอ ‘ป๊อปมาร์ท’ ติดท็อป 5 เครื่องหมายการค้า
เมื่อวันที่ 18 มีนาคม นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ช่วง 2 เดือนแรกปี 2569 มีการยื่นคำขอจดทะเบียนสิทธิบัตรและเครื่องหมาย รวม 11,870 คำขอ เพิ่มขึ้น 1.37% เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ขณะที่ยอดแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ 2,524 รายการ เพิ่มขึ้น 4.38% โดยภาพรวมเทรนด์สุขภาพมาแรง สะท้อนทิศทางการพัฒนาเทคโนโลยีและการลงทุนของภาคธุรกิจที่มุ่งตอบโจทย์สังคมผู้สูงอายุและพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ ซึ่งให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ยอดขอจดทะเบียนและแจ้งข้อมูลทรัพย์สินทางปัญญา รวม 14,394 คำขอ ประกอบด้วย
1.เครื่องหมายการค้า มีการยื่นคำขอ 9,025 คำขอ เพิ่มขึ้น 2.22% โดยการจดทะเบียน 6,470 เครื่องหมาย ลดลง 11.94% สาเหตุจดไม่เท่าที่ยื่น เพราะบางส่วนยังไม่ได้มาชำระค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนภายในระยะ 60 วัน จำนวน 1,500 คำขอ กลุ่มสินค้าที่มีการยื่นขอรับความคุ้มครองเครื่องหมายการค้ามากที่สุด 5 อันดับแรก ครองอันดับ 1 คงเป็น บริการด้านค้าปลีก การขาย และการตลาด รองลงมาคือ สินค้าผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและความงาม ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพอนามัย การรักษาโรค และสมุนไพรที่ใช้ในทางการแพทย์ เครื่องมือและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และผลิตภัณฑ์ที่ทำจากพืช ธัญพืช เครื่องปรุงแต่งกลิ่นและรสอาหาร สัดส่วนเป็นคนไทย 52% และต่างชาติ 48% สำหรับผู้ยื่นคำขอมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ บริษัท มาสเตอร์ อโกรเทค จำกัด ธุรกิจอาหารเสริมพืชและปุ๋ยของไทย 48 คำขอ รองลงมาคือ บริษัท ป๊อป มาร์ท (สิงคโปร์) โฮลดิ้ง พีทีอี.แอลทีดี 47 คำขอ บริษัท ยูนีซัน จำกัด ในธุรกิจด้านเภสัชภัณฑ์และเคมีภัณฑ์ของไทย 44 คำขอ บริษัท ไลน์แมน คอร์ปอเรชั่น พีทีอี.แอลทีดี จากสิงคโปร์ 30 คำขอ และบริษัท กวางตง ชุนเท็กซ์ อีลิท อิเล็กทรอนิกส์ เทคโนโลยี จากจีน 24 คำขอ
2.สิทธิบัตรการประดิษฐ์ ยื่นคำขอ 1,254 คำขอ ลดลง 6.49% โดยจดทะเบียนแล้ว 1,113 ฉบับ เพิ่ม 24.50% นวัตกรรมที่มีการยื่นขอรับความคุ้มครองสิทธิบัตรการประดิษฐ์มากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ ยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ เช่น ยาเคมีสังเคราะห์ ยาสมุนไพร ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ รองลงมาคือ นวัตกรรมด้านการสื่อสาร เช่น ระบบสื่อสารและอุปกรณ์ส่งสัญญาณ เทคโนโลยีเครือข่ายไร้สาย ระบบรับ–ส่งข้อมูลความเร็วสูง และอุปกรณ์สื่อสารอัจฉริยะ ตามด้วยนวัตกรรมแอนติบอดี้และยาชีววัตถุ เช่น แอนติบอดีเชิงรักษา วัคซีนชีววัตถุ และผลิตภัณฑ์ชีวเภสัชภัณฑ์ ตามอาหารและเครื่องดื่ม และวัสดุเหล็กกล้า เช่น เหล็กกล้าที่มีความแข็งแกร่งสูงระดับพิเศษ เหล็กกล้าทนการสึกหรอ เหล็กกล้าทนความร้อน และเหล็กกล้าสำหรับงานโครงสร้างที่ต้องรับแรงสูง (28 คำขอ) โดยมีสัดส่วน คนไทย 9% และต่างชาติ 91% โดยผู้ยื่นคำขอมากสุด 5 อันดับแรก เป็นต่างชาติ ได้แก่ บริษัท ควอลคอมม์ อินคอร์ปอเรเต็ด จากสหรัฐอเมริกา บริษัท โตโยต้า จิโดชา คาบูชิกิ ไคชา จากญี่ปุ่น บริษัท นิปปอน สตีล คอร์ปอเรชั่น จากญี่ปุ่น บริษัท เจเอฟอี สตีล คอร์ปอเรชั่น จากญี่ปุ่น และบริษัท โนเกีย เทคโนโลยี โอวาย จากฟินแลนด์
3.อนุสิทธิบัตร ยื่นคำขอ 720 คำขอ เพิ่มขึ้น 2.71% ในจำนวนนี้ยอดจดทะเบียน 440 ฉบับ เพิ่มขึ้น 31.34% สำหรับนวัตกรรมที่มีการยื่นขอรับความคุ้มครองอนุสิทธิบัตรมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ อาหารและเครื่องดื่ม ตามด้วย ยาสมุนไพร ส่วนระบบสื่อสารและอุปกรณ์ส่งสัญญาณ และการจัดการสารสนเทศ อุปกรณ์ทางการแพทย์ และเทคโนโลยีชีวภาพที่เกี่ยวกับแอนติบอดีเอนไซม์ โดยมีสัดส่วนผู้ยื่นคำขออนุสิทธิบัตร เป็นคนไทย 96% และต่างชาติ 4% ผู้ยื่นคำขอมากที่สุด 5 อันดับแรก เป็นสถาบันการศึกษาไทยทั้งหมด ได้แก่ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ และ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
4.สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ มีการยื่นคำขอ 871 คำขอ เพิ่มขึ้น 3.81% ในจำนวนนี้จดทะเบียนแล้ว 1,249 ฉบับ เพิ่มขึ้น 70.63% สำหรับการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่มีการยื่นขอรับความคุ้มครองมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ บรรจุภัณฑ์ ขยับมาอยู่อันดับที่ 1 รองลงมาคือ ลวดลายผ้า เครื่องประดับ อุปกรณ์ก่อสร้าง และรถยนต์และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง โดยมีสัดส่วนคนไทย 65% และต่างชาติ 35% ผู้ยื่นคำขอมากที่สุด 5 อันดับแรกเป็นคนไทย ได้แก่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ บริษัท เอส วินเทค ฟาซาด ดีไซน์ จำกัด บริษัท อนันทา จิวเวลรี่ จำกัด มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย และนายสุนทร ปราชญ์นิวัฒน์
5.ลิขสิทธิ์ มีการยื่นแจ้งข้อมูล 2,524 ผลงาน เพิ่มขึ้น 4.38% ผลงาน มากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ วรรณกรรม (งานนิพนธ์ โปรแกรมคอมพิวเตอร์) ศิลปกรรม (จิตรกรรม ประติมากรรม ภาพพิมพ์) ดนตรีกรรม โสตทัศนวัสดุ และงานอื่นใด (งานทอผ้า งานเย็บปักถักร้อย) สัดส่วนผู้ยื่น เป็นคนไทย 99% และต่างชาติ 1% สำหรับผู้ยื่นแจ้งข้อมูลมากสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ มหาวิทยาลัยทักษิณ มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ และบริษัท สตาร์ฟิชเอ็ดดูเคชั่น วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด ซึ่งลิขสิทธิ์เป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่ได้รับความคุ้มครองทันทีที่สร้างสรรค์ โดยไม่ต้องยื่นจดทะเบียนกับกรม
นางอรมน กล่าวว่า กรมเดินหน้าเร่งรัดการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาและพัฒนางานบริการประชาชนให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยพัฒนาเครื่องมือและเทคโนโลยีสมัยใหม่มาช่วยสืบค้นข้อมูลในกระบวนการตรวจสอบคำขอ จัดให้มีช่องทางเร่งรัดการจดทะเบียน ผ่านบริการ Fast Track เครื่องหมายการค้า กรณีต้องนำหลักฐานการจดทะเบียนไปแสดงต่อหน่วยงานราชการอื่น จะทราบผลการพิจารณาครั้งแรกภายใน 3 เดือน (จากเดิม 10 เดือน) นับจากวันยื่นคำขอ และสาขาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ สำหรับสินค้าขายออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล จะทราบผลภายใน 4 เดือน สำหรับนวัตกรรมด้านการแพทย์และสาธารณสุข อาหารแห่งอนาคต นวัตกรรมรักษ์สิ่งแวดล้อม และนวัตกรรมดิจิทัล โดยสิทธิบัตรการประดิษฐ์ ทราบผลภายใน 12 เดือน (จากเดิม 38.5 เดือน) และอนุสิทธิบัตร ทราบผลภายใน 6 เดือน (จากเดิม 12 เดือน) และ Fast Track สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ ในสาขานวัตกรรมรักษ์สิ่งแวดล้อมและชิ้นส่วนยานยนต์ ทราบผลภายใน 3 เดือน (จากเดิม 10 เดือน)
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ทป.โชว์ 2 เดือน ยื่นขอคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา 14,394 คำขอ ‘ป๊อปมาร์ท’ ติดท็อป 5 เครื่องหมายการค้า
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th