โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ท่องเที่ยว

ปักหมุด “สุพรรณบุรี” เมืองสร้างสรรค์ด้านดนตรี

เดลินิวส์

อัพเดต 25 เม.ย. เวลา 22.58 น. • เผยแพร่ 26 เม.ย. เวลา 03.00 น. • เดลินิวส์
วิถีลูกทุ่งที่หยั่งรากลึกจากเสียงเพลงพื้นบ้านดั้งเดิม ทั้งเพลงเรือ เพลงอีแซว และลำตัด บวกกับมนต์เสน่ห์ของสำเนียงเหน่อแบบสุพรรณ เป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้ “สุพรรณบุรี” เป็นจังหวัดหนึ่งเดียวที่ได้การรับรองให้เป็น “UNESCO Creative Cities Thailand” สมาชิกเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ด้านดนตรี ในปี พ.ศ. 2566

เรื่องราวดนตรีที่ยังมีทั้งกลิ่นไออดีตและเชื่อมโยงกับปัจจุบันคือ “บ้านดนตรีไทย by ครูเอียด” หนึ่งในจิ๊กซอว์สำคัญที่ทำให้ภาพลักษณ์เมืองสร้างสรรค์ด้านดนตรีชัดเจน แม้พื้นที่อำเภอด่านช้างอาจดูห่างไกลจากตัวเมืองแต่กลับมีรากฐานทางดนตรีไทยที่เข้มแข็ง การบ่มเพาะและส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น จาก ครูเอียด-สุนทร รักษ์เดช ครูดนตรีไทยผู้มีใจรักและมุ่งมั่นในการสืบสานศิลปะแขนงนี้ ครูเอียดไม่ได้มองดนตรีไทยเป็นแค่ของเก่าที่เก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์ แต่ทำให้ดนตรีไทยมีชีวิต เข้าถึงเด็กและเยาวชนในท้องถิ่นได้จริง

การสอนที่เน้นความสุข ให้เด็ก ๆ สนุกไปกับการเล่นดนตรี ไม่ใช่เพียงแค่การท่องจำทำนอง แต่คือการฝึกฝนวินัยและการทำงานร่วมกัน มีเครื่องดนตรีไทยหลากหลายประเภทให้เรียนรู้ ทั้งระนาด ฆ้องวง ซอ และเครื่องสายต่าง ๆ ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่น

ขณะที่ “ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ชุมชนป่าสะแก” แห่งเดิมบางนางบวชก็มีบรรยากาศอบุอุ่นไม่น้อยหน้ากัน เพราะที่นี่คือแหล่งเรียนรู้ดนตรีพื้นบ้านที่สามารถ "สอนตีกลองยาวให้เป็นได้ภายใน 5 นาที" เป็นที่ว่าไม่ใช่แค่ตีให้มีเสียงดัง แต่สามารถตีไปพร้อม ๆ กันตั้งแต่ต้นจนจบเพลง โดยเฉพาะเพลงฉ่อยและเพลงอีแซว

เคล็ดลับที่ทำให้ตีเป็นไว คือการสอนแบบใช้ภาษาใจหรือใช้คำพูดง่าย ๆ มาแทนจังหวะกลอง ทำให้ผู้ที่ไม่มีพื้นฐานเลยสามารถตีเข้าจังหวะพื้นฐานของเพลงฉ่อยหรือเพลงอีแซวได้ทันที บอกเลยว่าไม่ต้องกลัวว่าจะตีผิดตีถูก คร่อมจังหวะหรือไม่ทันเพื่อนบ้าง เพราะที่นี่ไม่ได้เน้นความเป๊ะระดับมืออาชีพ แต่เน้นให้ผู้มาเยือนสนุกและกล้าสัมผัสดนตรีไทย เพื่อลดกำแพงที่มองว่าดนตรีไทยเป็นเรื่องยากหรือไกลตัวลง

นอกจากจะสอนตีกลองแล้วที่นี่ยังมี “พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านป่าสะแก” พิพิธภัณฑ์มีชีวิตที่ก่อตั้งโดยอุดม บูรณะพาณิชย์ เพื่อเป็นแหล่งรวบรวมของเก่าและประวัติศาสตร์ชุมชน ของเก่าที่มีมากมายที่สุดของพิพิธภัณฑ์ส่วนตัวนี้ก็คือ “แสตมป์” ทั้งของในประเทศและต่างประเทศ ที่มีมากมายจนผนังบ้านไม่มีพื้นที่ให้ติดโชว์ แต่ไฮไลท์ที่รวมอยู่ก็คือ ของขลังของ “เสือดำ” หรือ นายดำ สะราคำ ขุนโจรชื่อดังระดับตำนานของเมืองสุพรรณบุรีที่มีบ้านเกิดอยู่ที่ตำบลป่าสะแก

แต่หากต้องการเจาะลึกความเป็นเมืองดนตรีให้ครบถ้วน อย่าลืมแวะไปที่ "ห้องจัดแสดงประวัติศาสตร์ดนตรีเมืองสุพรรณ" ภายใน "พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ สุพรรณบุรี" ทันทีที่ก้าวเข้าสู่ห้องนี้จะได้รับรู้เรื่องราวของศิลปินเลือดสุพรรณตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ทั้งระดับศิลปินแห่งชาติ ครูเพลง ไปจนถึงร็อกสตาร์รุ่นใหม่ นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงเครื่องดนตรีและวิถีชีวิต ทั้งเพลงอีแซว เพลงเรือ และลำตัด พร้อมหุ่นจำลองการละเล่นที่ทำให้เห็นภาพว่าในอดีตชาวสุพรรณฯ ใช้เพลงเหล่านี้ในการโต้ตอบกันอย่างไร

อีกด้านคือโซนที่รวบรวมข้อมูลศิลปินระดับตำนานอย่าง สุรพล สมบัติเจริญ, พุ่มพวง ดวงจันทร์, สายัณห์ สัญญา, ไวพจน์ เพชรสุพรรณ ที่มีทั้งเสื้อผ้าชุดหางเครื่อง และของใช้ส่วนตัวของศิลปินบางส่วนที่หาชมได้ยาก ต่อเนื่องมาสู่ดนตรีร่วมสมัยโดยมีการนำเสนอเรื่องราวของศิลปินอย่าง แอ๊ด คาราบาว และ ตูน Bodyslam เพื่อยืนยันว่าเมืองนี้ผลิตบุคลากรคุณภาพในทุกแนวดนตรี และดีเอ็นเอดนตรีของคนสุพรรณฯ ไม่เคยหยุดนิ่ง

ขณะที่ Ma Mu Me” (มา มู มี) คาเฟ่ในสไตล์มินิมอลที่ซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ของ ดาราปุระ วังยาง รีสอร์ท อำเภอศรีประจันต์ ไม่ใช่แค่คาเฟ่ที่เปิดต้อนรับผู้มาเยือนให้มานั่งชิล แต่ยังมีส่วนเสริมสำคัญอย่างการสอนร้องเพลง เปิดเป็นห้องอัดให้ใคร ๆ ที่นึกอยากอัดเสียงร้องของตัวเองลงแผ่นแบบนักร้องมืออาชีพบ้างสักครั้ง รวมไปถึงเปิดสอนเด็ก ๆ ที่อยู่ในละแวกใกล้เคียงให้เข้ามาเรียนดนตรีเพื่อสร้างนักดนตรีรุ่นใหม่ของสุพรรณบุรี ทั้งยังมีกิจกรรมพิเศษอย่างการแสดงดนตรีแนวอะคูสติกเบา ๆ เข้ากับบรรยากาศผ่อนคลายโดยรอบด้วย

ส่วน“วัดประตูสาร” คืออีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ของดนตรีสุพรรณ ไม่ใช่แค่ภาพจิตรกรรมฝาผนังภายในอุโบสถที่มีเรื่องราวของดนตรีแฝงอยู่กับภาพวงดนตรีปี่พาทย์ หรือความเชื่อมโยงกับบุคคลสำคัญในวงการดนตรีไทยอย่าง ครูมนตรี ตราโมท ศิลปินแห่งชาติชาวสุพรรณบุรี อีกทั้งเพลงคุ้นหูอย่าง “ค้างคาวกินกล้วย” ก็มีความเกี่ยวพันกับวิถีชีวิตและเสียงดนตรีในย่านวัดประตูสาร ซึ่งเป็นย่านที่อยู่อาศัยของศิลปินและนักดนตรีมาแต่อดีต รวมถึงวงปี่พาทย์พาทย์เก่าแก่อย่าง“คณะประคองศิลป์” ที่สืบทอดมาถึงรุ่นที่ 4 ก็มีรากฐานมาจากวงปี่พาทย์ในยุครัชกาลที่ 5 ที่เคยได้รับการอุปถัมภ์จากพระผู้ใหญ่ในย่านนี้

จุดสำคัญอีกอย่างก็คือ ในบริเวณวัดนี้เคยเป็นท่าเรือแห่งการประชันเพลงเรือมาก่อน ที่นี่ถือเป็นจุดชุมนุมใหญ่ของเหล่านักเล่นเพลงพื้นบ้าน ในช่วงงานบุญไหว้พระวัดป่าเลไลยก์ ในห้วงเวลานั้นนักเล่นเพลงจากทั่วสารทิศจะพายเรือมาจอดพักที่ท่าน้ำหน้าวัดประตูสาร ก่อนจะเปิดประชันเพลงเรืออย่างสนุกสนาน จากนั้นเหล่านักเพลงจึงเดินเท้าต่อไปยังวัดป่าเลไลยก์เพื่อประชันเพลงอีแซวบนบก

เพื่อยกระดับเมืองสู่การเป็นจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวคุณภาพระดับสากล ภายใต้ภาพลักษณ์ "The New Thailand" เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ทรงคุณค่าให้นักท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับจังหวัดสุพรรณบุรี จัดงาน UNESCO Creative Cities Thailand @SUPHANBURI” ณ โบราณสถานวัดสนามชัย จังหวัดสุพรรณบุรี

นายอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท. มุ่งมั่นเปลี่ยนผ่านการท่องเที่ยวเชิงปริมาณสู่เชิงคุณภาพ ภายใต้นโยบาย Value is the New Volume โดยเลือกสุพรรณบุรีเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญ เนื่องจากศักยภาพของการเป็น เมืองสร้างสรรค์ด้านดนตรี (City of Music) ของยูเนสโก งานนี้ไม่ใช่เพียงการจัดแสดงดนตรี แต่คือการสร้างสรรค์ประสบการณ์ (Creative Tourism) ที่เชื่อมโยงวิถีชีวิตดั้งเดิมเข้ากับรสนิยมสมัยใหม่ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มคุณภาพและกระจายรายได้สู่ชุมชนอย่างแท้จริง

ด้าน นายณัฐพงษ์ สงวนจิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี กล่าวเสริมว่า สุพรรณบุรี คือศูนย์รวมมรดกทางดนตรีที่รุ่มรวยที่สุดแห่งหนึ่ง เรามี เบญจภาคีดนตรีสุพรรณ ที่ครอบคลุมทั้งเพลงไทยเดิม เพลงพื้นบ้าน เพลงลูกทุ่ง เพลงเพื่อชีวิต และสากลป๊อบร็อค การจัดงาน ณ โบราณสถานวัดสนามชัยในครั้งนี้ จะพิสูจน์ให้เห็นว่าสุพรรณบุรีสามารถรักษาความหลากหลายทางวัฒนธรรมและส่งต่อความภาคภูมิใจนี้สู่ระดับโลกได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ไฮไลต์ 4 โซนสร้างสรรค์ ได้แก่ โซนเวทีการแสดง The Rhythm of Suphanburi: สัมผัสความมหัศจรรย์ของดนตรี 5 สายธาร และศิลปินชื่อดังที่มาร่วมรังสรรค์โชว์พิเศษวันละ 3 ชุด ตลอดการจัดงาน โซนนิทรรศการ UNESCO Creative Cities: เจาะลึกความเป็นมาของเมืองสร้างสรรค์ดนตรี และการร้อยเรียง "เบญจภาคีดนตรีสุพรรณ" ที่ฝังรากลึกในวิถีเกษตรกรรม โซนกิจกรรม Workshop: พื้นที่ที่ให้นักท่องเที่ยวได้ร่วมลงมือทำ ผ่านกิจกรรมคราฟต์และดนตรีที่ได้รับแรงบันดาลใจจากท้องถิ่น และโซนจำหน่ายสินค้าและอาหาร: ชิมเมนูท้องถิ่นรสเลิศและอุดหนุนสินค้าสร้างสรรค์จากปราชญ์ท้องถิ่นและผู้ประกอบการรุ่นใหม่

ร่วมสัมผัสจิตวิญญาณแห่งดนตรี ในงาน UNESCO Creative Cities Thailand @SUPHANBURI” ณ โบราณสถานวัดสนามชัย จ.สุพรรณบุรี วันที่ 1-3 พฤษภาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 15.00 – 21.00 น. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ TAT Contact Center โทร.1672 และ Facebook : UNESCO Creative Cities Thailand

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...