ลิ้นจี่ นพ.1 นครพนม ผลผลิตวูบ 50% สภาพอากาศแปรปรวน เกษตรกรโอดรายได้หด
ชาวสวนลิ้นจี่ในจังหวัดนครพนมกำลังประสบปัญหาหนักจากสภาพอากาศแปรปรวน ส่งผลให้ผลผลิตลิ้นจี่สายพันธุ์ นพ.1 ซึ่งเป็นสายพันธุ์ขึ้นชื่อของภาคอีสาน ออกผลน้อยลงกว่า 50% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ทำให้เกษตรกรขาดรายได้ไปกว่าครึ่ง แม้ว่าราคาลิ้นจี่จะปรับตัวสูงขึ้นเท่าตัวจากเดิมกิโลกรัมละ 80 บาท เป็น 100-150 บาท แต่ก็ไม่เพียงพอต่อต้นทุนการผลิตและไม่สามารถส่งขายได้ทัน เนื่องจากผลผลิตมีน้อยและหมดก่อนฤดูกาล ปัญหานี้กระทบต่อเศรษฐกิจชุมชนอย่างมาก โดยเฉพาะในพื้นที่บ้านนาโดน ตำบลขามเฒ่า อำเภอเมืองนครพนม ซึ่งมีพื้นที่ปลูกลิ้นจี่สายพันธุ์ นพ.1 กว่า 500 ไร่ สร้างรายได้หมุนเวียนในชุมชนปีละหลายสิบล้านบาทมานานกว่า 50 ปี
ลิ้นจี่สายพันธุ์ นพ.1 เป็นสายพันธุ์ที่พัฒนามาจากภาคเหนือ และมีการวิจัยขยายพันธุ์จนได้ผลผลิตคุณภาพดี เป็นที่รู้จักในเรื่องรสชาติอร่อย กรอบ เนื้อเยอะ ไม่แพ้สายพันธุ์จากภาคเหนือ โดยปกติจะออกผลผลิตในช่วงเดือนเมษายนถึงมิถุนายนของทุกปี นอกจากนี้ ในพื้นที่ยังมีต้นลิ้นจี่ นพ.1 อายุเก่าแก่กว่า 90 ปี ที่บ้านเลขที่ 48 หมู่ 4 ตำบลนาโดน ซึ่งมีขนาดใหญ่ สูงกว่า 10 เมตร ลำต้นเส้นผ่าศูนย์กลางกว่า 50 เซนติเมตร กลายเป็นแหล่งเรียนรู้และดึงดูดนักท่องเที่ยว รวมถึงนักวิชาการเกษตรมาเยี่ยมชมและศึกษา จนได้รับการขนานนามว่า "ต้นลิ้นจี่ 100 ล้าน" ซึ่งเป็นต้นลิ้นจี่ที่เป็นสัญลักษณ์และสร้างรายได้ให้กับชุมชนมายาวนาน
นางรัศมี อุทาวงค์ เกษตรกรผู้ปลูกลิ้นจี่ เปิดเผยว่า ปีนี้ผลผลิตออกมาเพียงประมาณ 20% เนื่องจากสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย ทั้งหนาวน้อยและระยะเวลาสั้น มีทั้งร้อน ฝน และลม สภาพดินฟ้าอากาศที่แปรปรวน ทำให้ต้นลิ้นจี่ไม่สมบูรณ์ แม้ราคาขายจะดีขึ้น แต่ก็ยังไม่คุ้มค่ากับต้นทุนการผลิตที่ลงทุนไป ถือเป็นการประคองตัวให้รายได้สมดุลกับรายจ่ายเท่านั้น ซึ่งแตกต่างจากปีก่อนๆ ที่มีผลผลิตมากและสร้างรายได้ที่ดีกว่านี้
📰 อ่านข่าวฉบับเต็มพร้อมภาพประกอบทั้งหมด
👉 คลิกอ่านต่อที่ 77kaoded.news