สหรัฐโจมตีเกาะคาร์กเส้นเลือดใหญ่เศรษฐกิจส่งออกน้ำมันอิหร่าน
บลูมเบิร์ก รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า สหรัฐฯ ได้ทิ้งระเบิดเป้าหมายทางทหารบนฐานที่มั่นสำคัญของอิหร่านในอ่าวเปอร์เซีย และขู่ว่าจะโจมตีโครงสร้างพื้นฐานน้ำมันเพิ่มเติม หากเตหะรานยังคงปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซเส้นทางขนส่งพลังงาน ซึ่งเป็นการยกระดับความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมาสองสัปดาห์และทำให้ภูมิภาคนี้ปั่นป่วน
ทรัมป์กล่าวว่า สหรัฐฯ ได้ “ดำเนินการโจมตีทางอากาศที่ทรงพลังที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของตะวันออกกลาง” รวมถึงการทำลายเป้าหมายทางทหารบนเกาะคาร์ก ทรัมป์เขียนในโพสต์บนโซเชียลมีเดียว่า “ด้วยเหตุผลด้านความเหมาะสม ผมเลือกที่จะไม่ทำลายโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันบนเกาะ” แต่เขาเตือนอิหร่านว่าเขาจะพิจารณาการตัดสินใจนั้นอีกครั้งทันทีหากพวกเขาขัดขวางเรือที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
ทรัมป์ บอกกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า สหรัฐฯ จะดำเนินการโจมตีต่อไปตราบเท่าที่จำเป็น พร้อมทั้งยืนยันว่า “เราดำเนินการได้เร็วกว่ากำหนดการมาก” เขายังบอกเป็นนัยว่ากองทัพเรือสหรัฐฯ จะเริ่มคุ้มกันเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ “ในเร็วๆ นี้”
วันที่ 14 ของสงครามถือเป็นการโจมตีครั้งใหญ่ที่สุดต่อสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน โดยสหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีเป้าหมายประมาณ 15,000 แห่งนับตั้งแต่เริ่มสงคราม นายพีท เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ กล่าว
ในอิหร่าน เจ้าหน้าที่แสดงท่าทีท้าทาย ภาพที่โพสต์บนโซเชียลมีเดียแสดงให้เห็น อาลี ลาริจานี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุด และรัฐมนตรีหลายคนเข้าร่วมการชุมนุมในวันศุกร์
สหรัฐระดมทหารจากฐานทัพที่ญี่ปุ่น
สหรัฐฯ ยังส่งหน่วยนาวิกโยธินที่ 31 จากญี่ปุ่นไปยังตะวันออกกลาง ซึ่งการเดินทางน่าจะใช้เวลาอย่างน้อยหนึ่งสัปดาห์ หน่วยนี้มีกำลังพลมากถึง 2,400 นาย และเรือบัญชาการ USS Tripoli บรรทุกฝูงบินขับไล่ F-35 เครื่องบินขับไล่ V-22 Osprey และเฮลิคอปเตอร์
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ปิดเหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเป็นวันที่สองติดต่อกัน ส่งผลให้ราคาปิดสูงสุดในรอบกว่าสามปี ขณะที่ ราคาน้ำมันดิบล่วงหน้าสหรัฐฯ ปิดใกล้ระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2022 น้ำมันหลายล้านบาร์เรลยังคงติดค้างอยู่ในอ่าวเปอร์เซีย และการจราจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซที่สำคัญก็หยุดชะงักลงอย่างสิ้นเชิง
ความพยายามของรัฐบาลทรัมป์และรัฐบาลอื่นๆ ในการควบคุมต้นทุนพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นสำหรับผู้บริโภคยังไม่ประสบผลสำเร็จมากนัก ประเทศในเอเชียกำลังเผชิญกับปัญหาการขาดแคลนก๊าซหุงต้มและเชื้อเพลิงสำหรับรถยนต์ ในสหรัฐฯ ราคาน้ำมันเบนซินที่ปั๊มอยู่ในระดับสูงสุดในรอบประมาณสองปีแล้ว
ด้านสำนักข่าวซีเอ็นบีซี รายงานว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ได้โพสต์ลงบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย Truth อีกครั้ง โดยระบุว่า “อิหร่านมีแผนจะยึดครองตะวันออกกลางทั้งภูมิภาค และลบอิสราเอลให้หายไปจากแผนที่ เหมือนกับตัวอิหร่านเอง แผนเหล่านั้นตอนนี้ ‘ตายสนิท’ แล้ว!”
ในการให้สัมภาษณ์ช่วงดึกวันศุกร์ ทรัมป์บอกกับผู้สื่อข่าวก่อนขึ้นเครื่องแอร์ฟอร์ซวันไปฟลอริดาว่า ปฏิบัติการทางทหารของเขาจะดำเนินต่อไป “ตราบเท่าที่จำเป็น” เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าสงครามจะยืดเยื้อนานแค่ไหน เขาตอบว่า “ผมบอกคุณไม่ได้ หมายความว่าผมมีภาพในใจของผมเองอยู่แล้ว” เขาเสริมว่า “ผมจะไม่บอกกรอบเวลาให้คุณ แต่ตอนนี้เรานำหน้าแผนไปไกลแล้ว”
เขายังถูกผู้สื่อข่าวถามด้วยว่า เขาหมายถึงอะไรเมื่อพูดถึง “การยอมจำนนโดยไม่มีเงื่อนไข (unconditional surrender)” และทรัมป์ตอบว่า “สำหรับผมมันก็หมายความตรงไปตรงมาง่าย ๆ ว่า เราอยู่ในสถานะที่เหนือกว่าแบบที่ไม่เคยมีใครเห็นมาก่อน จะพูดคำเหล่านั้นออกมาหรือไม่ก็ตาม…”
เกาะคาร์กเส้นเลือดใหญ่รายได้น้ำมันของอิหร่าน
บรรดานักวิเคราะห์ระบุว่า ความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯจะเคลื่อนไหวเข้ายึดเกาะคาร์ก ซึ่งเป็นศูนย์กลางยุทธศาสตร์ที่สำคัญยิ่งและมักถูกเรียกว่าเป็น ‘เส้นเลือดใหญ่ด้านน้ำมัน’ ของอิหร่านนั้น ถือเป็นความเสี่ยงที่สูงมาก ทั้งในมิติภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจ
เกาะปะการังแห่งนี้มีความยาวราว 5 ไมล์ ตั้งอยู่ห่างจากชายฝั่งแผ่นดินใหญ่ของอิหร่านประมาณ 15 ไมล์ ในเขตน่านน้ำทางตอนเหนือของอ่าวเปอร์เซีย และตลอดระยะเวลาราวสองสัปดาห์ของปฏิบัติการโจมตีอิหร่านที่นำโดยสหรัฐฯ และอิสราเอล เกาะแห่งนี้ยังไม่ถูกแตะต้อง
ตามรายงานของ Axios เมื่อวันที่ 7 มีนาคม รัฐบาลทรัมป์ได้มีการหารือกันเรื่องการเข้ายึดเกาะดังกล่าว โดยอ้างอิงจากแหล่งข่าวนิรนาม 4 รายที่รับรู้การหารือนั้น
เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวระบุไว้ก่อนหน้านี้ว่า พวกเขาคาดว่าราคาน้ำมันจะร่วงลงอย่างมากเมื่อปฏิบัติการ “Epic Fury” สิ้นสุดลง ขณะที่โฆษกทำเนียบขาว แคโรไลน์ เลวิตต์ ระบุว่า ประธานาธิบดี “อย่างชาญฉลาด” ยังคงเปิดทางเลือกทุกทางไว้บนโต๊ะ
เกาะคาร์กได้กลายเป็นจุดสนใจของนานาชาติ เพราะถูกมองว่าเป็นหนึ่งในเป้าหมายทางเศรษฐกิจที่เปราะบางที่สุดของอิหร่าน โดยท่าเรือส่งออกบนเกาะแห่งนี้คิดเป็นราว 90% ของการส่งออกน้ำมันดิบของประเทศ และมีศักยภาพในการรองรับการขนถ่ายน้ำมันได้ประมาณ 7 ล้านบาร์เรลต่อวัน รายได้จากการส่งออกน้ำมันที่เกาะคาร์กยังเป็นแหล่งรายได้สำคัญของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) หากสหรัฐยึดเกาะได้ย่อมลดศักยภาพของกองทัพอิหร่าน
นักวิเคราะห์ระบุว่า ความพยายามจะโจมตีหรือเข้ายึดเกาะดังกล่าวจำเป็นต้องใช้ปฏิบัติการภาคพื้นดิน ซึ่งดูเหมือนว่าสหรัฐฯ ยังไม่ต้องการทำ การโจมตีเกาะนี้ยังมีแนวโน้มที่จะทำให้ราคาน้ำมันสูงอยู่แล้วปรับตัวขึ้นอย่างรุนแรงและยืดเยื้อ
รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ พีท เฮกเซ็ธ ก่อนหน้านี้ปฏิเสธที่จะตัดความเป็นไปได้ในการส่งกองกำลังภาคพื้นดินของสหรัฐฯ เข้าไปในอิหร่านออกไปโดยสิ้นเชิง แต่ยืนยันว่าสหรัฐฯ จะไม่ปล่อยให้ตัวเองติดหล่มอยู่ในประเทศนั้น
ขณะที่สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า มีการคาดการณ์กันอย่างกว้างขวางว่า กองกำลังสหรัฐฯ อาจพยายามเข้ายึดเกาะคาร์ก ณ เวลาใดเวลาหนึ่ง ซึ่งนอกจากจะสามารถตัดตอนการส่งออกน้ำมันของอิหร่านแล้ว ยังอาจใช้เป็นฐานปฏิบัติการที่เป็นประโยชน์สำหรับการโจมตีแผ่นดินใหญ่ของอิหร่านได้ด้วย
รายงานจากสื่อสหรัฐฯที่ระบุว่า ขณะนี้มีเรือสะเทินน้ำสะเทินบกซึ่งบรรทุกนาวิกโยธินอย่างน้อยสองพันนายกำลังมุ่งหน้าไปยังอ่าวเปอร์เซีย ยิ่งทำให้กระแสคาดการณ์ดังกล่าวทวีความรุนแรงขึ้น
กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็น แต่หากมีการยืนยันว่ามีการส่งกำลังดังกล่าวจริง ก็จะทำให้ฝ่ายวางแผนทางทหารมีทางเลือกใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน