นครพนมปลูกทุเรียนหมอนทองสำเร็จ! สส.มนพรหนุนดันเกษตรเศรษฐกิจใหม่สู่ตลาดจีน-เวียดนาม
เกษตรกรนครพนมสร้างความฮือฮาด้วยความสำเร็จในการปลูกทุเรียนหมอนทอง สายพันธุ์ยอดนิยม เช่น ก้านยาว และมูซานคิง บนพื้นที่กว่า 20 ไร่ ใน ต.บ้านผึ้ง อ.เมืองนครพนม ซึ่งเป็นผลงานของ ด.ต.พิทักษ์ ต่อยอด อดีตนายก อบต.บ้านผึ้ง ที่บุกเบิกปลูกมานานกว่า 5 ปี และเริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตชุดแรกแล้ว โดยมั่นใจในรสชาติความอร่อยไม่แพ้ทุเรียนจากจังหวัดอื่น ๆ ตั้งราคาขายหน้าสวนที่กิโลกรัมละ 160 บาท และคาดว่าปีแรกจะได้ผลผลิตไม่ต่ำกว่า 2 ตัน
ความสำเร็จนี้ได้รับการชื่นชมจาก สส.เดือน มนพร เจริญศรี อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยทีมงานและผู้นำชุมชน รวมถึงเกษตรจังหวัดนครพนม ที่ลงพื้นที่เยี่ยมชมสวนทุเรียนดาบพิทักษ์ เพื่อวางแนวทางเสนอต่อรัฐบาลในการส่งเสริมการเพาะปลูกทุเรียนในพื้นที่จังหวัดนครพนมให้เป็นเกษตรทางเลือกใหม่ที่สร้างรายได้ สอดคล้องกับนโยบายของพรรคเพื่อไทยในการลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ และขยายโอกาส โดยข้อมูลการเกษตรระบุว่า ปัจจุบันนครพนมมีพื้นที่ปลูกทุเรียนกว่า 11,000 ไร่ และเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในการส่งออกทุเรียนผ่านสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3 ไปยังจีนและเวียดนาม สร้างมูลค่าการส่งออกมหาศาล
สส.เดือน มนพร เจริญศรี กล่าวเสริมว่า นครพนมมีสวนทุเรียนกระจายอยู่ทั่วทั้งจังหวัดกว่า 162 สวน คิดเป็นพื้นที่ปลูกกว่า 11,000 ไร่ กำลังถูกจับตามองในฐานะ "พืชเศรษฐกิจใหม่" ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทำเลที่ตั้งที่เชื่อมต่อเส้นทางการค้าชายแดนผ่านสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3 นครพนม-คำม่วน ซึ่งเอื้อต่อการส่งออกผลไม้ไปยังเวียดนามและจีนผ่านด่านศุลกากรนครพนม การมีแหล่งปลูกทุเรียนในพื้นที่ภาคอีสานจะช่วยลดต้นทุนและระยะเวลาการขนส่งผลผลิตได้อย่างมาก เป็นประโยชน์ต่อคุณภาพและโอกาสทางการตลาดของเกษตรกร และยืนยันว่านครพนมไม่เพียงแต่เป็นเมืองชายแดน แต่กำลังก้าวสู่การเป็นพื้นที่เศรษฐกิจด้านการเกษตรแห่งใหม่ที่น่าจับตา พร้อมทั้งเตรียมหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อผลักดันนโยบายส่งเสริมการปลูกทุเรียนเพื่อการส่งออกและช่วยเหลือเกษตรกรในการลดต้นทุนการผลิต โดยเฉพาะราคาปุ๋ย เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้ไม่ต่ำกว่ากิโลกรัมละ 100 บาท
📰 อ่านข่าวฉบับเต็มพร้อมภาพประกอบทั้งหมด
👉 คลิกอ่านต่อที่ 77kaoded.news