โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

นครพนมปลูกทุเรียนหมอนทองสำเร็จ! สส.มนพรหนุนดันเกษตรเศรษฐกิจใหม่สู่ตลาดจีน-เวียดนาม

77kaoded

อัพเดต 14 พ.ค. เวลา 19.14 น. • เผยแพร่ 14 พ.ค. เวลา 12.14 น. • 77 ข่าวเด็ด

เกษตรกรนครพนมสร้างความฮือฮาด้วยความสำเร็จในการปลูกทุเรียนหมอนทอง สายพันธุ์ยอดนิยม เช่น ก้านยาว และมูซานคิง บนพื้นที่กว่า 20 ไร่ ใน ต.บ้านผึ้ง อ.เมืองนครพนม ซึ่งเป็นผลงานของ ด.ต.พิทักษ์ ต่อยอด อดีตนายก อบต.บ้านผึ้ง ที่บุกเบิกปลูกมานานกว่า 5 ปี และเริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตชุดแรกแล้ว โดยมั่นใจในรสชาติความอร่อยไม่แพ้ทุเรียนจากจังหวัดอื่น ๆ ตั้งราคาขายหน้าสวนที่กิโลกรัมละ 160 บาท และคาดว่าปีแรกจะได้ผลผลิตไม่ต่ำกว่า 2 ตัน

ความสำเร็จนี้ได้รับการชื่นชมจาก สส.เดือน มนพร เจริญศรี อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยทีมงานและผู้นำชุมชน รวมถึงเกษตรจังหวัดนครพนม ที่ลงพื้นที่เยี่ยมชมสวนทุเรียนดาบพิทักษ์ เพื่อวางแนวทางเสนอต่อรัฐบาลในการส่งเสริมการเพาะปลูกทุเรียนในพื้นที่จังหวัดนครพนมให้เป็นเกษตรทางเลือกใหม่ที่สร้างรายได้ สอดคล้องกับนโยบายของพรรคเพื่อไทยในการลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ และขยายโอกาส โดยข้อมูลการเกษตรระบุว่า ปัจจุบันนครพนมมีพื้นที่ปลูกทุเรียนกว่า 11,000 ไร่ และเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในการส่งออกทุเรียนผ่านสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3 ไปยังจีนและเวียดนาม สร้างมูลค่าการส่งออกมหาศาล

สส.เดือน มนพร เจริญศรี กล่าวเสริมว่า นครพนมมีสวนทุเรียนกระจายอยู่ทั่วทั้งจังหวัดกว่า 162 สวน คิดเป็นพื้นที่ปลูกกว่า 11,000 ไร่ กำลังถูกจับตามองในฐานะ "พืชเศรษฐกิจใหม่" ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทำเลที่ตั้งที่เชื่อมต่อเส้นทางการค้าชายแดนผ่านสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3 นครพนม-คำม่วน ซึ่งเอื้อต่อการส่งออกผลไม้ไปยังเวียดนามและจีนผ่านด่านศุลกากรนครพนม การมีแหล่งปลูกทุเรียนในพื้นที่ภาคอีสานจะช่วยลดต้นทุนและระยะเวลาการขนส่งผลผลิตได้อย่างมาก เป็นประโยชน์ต่อคุณภาพและโอกาสทางการตลาดของเกษตรกร และยืนยันว่านครพนมไม่เพียงแต่เป็นเมืองชายแดน แต่กำลังก้าวสู่การเป็นพื้นที่เศรษฐกิจด้านการเกษตรแห่งใหม่ที่น่าจับตา พร้อมทั้งเตรียมหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อผลักดันนโยบายส่งเสริมการปลูกทุเรียนเพื่อการส่งออกและช่วยเหลือเกษตรกรในการลดต้นทุนการผลิต โดยเฉพาะราคาปุ๋ย เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้ไม่ต่ำกว่ากิโลกรัมละ 100 บาท

📰 อ่านข่าวฉบับเต็มพร้อมภาพประกอบทั้งหมด
👉 คลิกอ่านต่อที่ 77kaoded.news

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...