24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 30 เมษายน 2569
24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 30 เมษายน 2569
>> กระทรวงเกษตรฯ จัดการซ้อมใหญ่ (ครั้งที่ 1) งานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ปีพุทธศักราช 2569 ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง
07.00 น. ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง โดยมี นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทำหน้าที่พระยาแรกนา เทพีคู่หาบทอง ได้แก่ นางสาวฉันทิสา อารีเสวต นายสัตวแพทย์ชำนาญการ สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ และนางสาวอภิชญา ฟูแสง นักวิชาการตรวจสอบบัญชีชำนาญการ กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ เทพีคู่หาบเงิน ได้แก่ นางสาวพรจิตรา จันทร์เจริญ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ กรมส่งเสริมการเกษตร และนางสาวศรัญญา ทองคำ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ กรมส่งเสริมการเกษตร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานฝ่ายต่าง ๆ เข้าร่วม โดยขณะนี้ทุกฝ่ายมีความพร้อมในการจัดงานพระราชพิธีฯ ซึ่งจะมีขึ้นในวันพุธที่ 13 พฤษภาคม 2569 ที่จะถึงนี้ งานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญเป็นพระราชพิธีที่สืบเนื่องมาแต่โบราณ มีความงดงาม และมีความหมายอย่างยิ่งต่อพสกนิกรชาวไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม
นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้ทำหน้าที่พระยาแรกนา เปิดเผยว่า พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ หรือที่นิยมเรียกกันสั้น ๆ ว่า พิธีแรกนา กำหนดจัดขึ้นในราวเดือนหกของทุกปี ซึ่งเป็นระยะเหมาะสมที่จะเริ่มต้นการทำนาอันเป็นอาชีพหลักของประชาชนคนไทย เพื่อความเป็นสิริมงคล และบำรุงขวัญเกษตรกรให้เกิดความมั่นใจในการเพาะปลูก โดยเป็นพระราชพิธี 2 พิธีรวมกัน คือ พระราชพิธีพืชมงคล ซึ่งเป็นพิธีสงฆ์ กับพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ซึ่งเป็นพิธีพราหมณ์ ทั้งนี้ พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ได้สืบทอดมายาวนานตั้งแต่ครั้งสมัยกรุงสุโขทัยและได้มีการจัดงานเต็มรูปแบบ ตามประเพณีครั้งสุดท้าย ในปี 2479 แล้วว่างเว้นไป จนกระทั่งในปี 2503 คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้ฟื้นฟูพระราชประเพณีนี้ขึ้นมาใหม่ และได้กระทำติดต่อกันมาทุกปีจนถึงปัจจุบัน
>> เพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ซอยเจริญรัถ 14 ประชาชนช่วยกันใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ
09.05 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ซอยเจริญรัถ 14 ถนนเจริญรัถ แขวงคลองต้นไทร เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นบ้านครึ่งตึกครึ่งไม้ 2 ชั้น ประกอบกิจการให้เช่าพักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้นล่าง เพลิงลุกไหม้ฝ้าเพดาน กองเสื้อผ้าและปั๊มลมไฟฟ้าพื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 2 ตารางเมตร ประชาชนใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ ก่อนรถดับเพลิงถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงใช้น้ำทำการดับถ่านและใช้พัดลมทำการระบายควัน
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรที่สายไฟบริเวณฝ้าเพดาน ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัย ปากคลองสาน
>> “นายกฯ” นั่งหัวโต๊ะ ประชุม ก.ตร. ถกแต่งตั้งตำรวจนอกวาระ-ดันชั้นประทวนขึ้นสัญญาบัตร ลุยปรับหลักเกณฑ์แต่งตั้งตำรวจ เปิดทางเลื่อนตำแหน่งสายสอบสวน
09.18 น. นายอนุทิน ชาญวีระกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) เป็นประธานการประชุม ก.ตร. ครั้งที่ 4/2569
สำหรับวาระที่น่าสนใจในการประชุมครั้งนี้ อยู่ในระเบียบวาระที่ 4 เรื่องเสนอเพื่อพิจารณา รวม 3 เรื่อง ได้แก่ เรื่องที่ 1 การปรับปรุงแก้ไขหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินความรู้ความสามารถ เพื่อใช้พิจารณาแต่งตั้งข้าราชการตำรวจสายงานสืบสวนสอบสวน ที่ดำรงตำแหน่งควบ และสามารถปรับระดับเพิ่มหรือลดได้ในตัวเอง ให้ดำรงตำแหน่งสูงขึ้น ตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565
เรื่องที่ 2 การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจนอกวาระประจำปี ซึ่งเป็นการพิจารณาบุคลากรในกรณีพิเศษนอกเหนือจากรอบปกติ เพื่อให้สอดคล้องกับภารกิจและความจำเป็นของหน่วยงาน และเรื่องที่ 3 การคัดเลือกและแต่งตั้งข้าราชการตำรวจชั้นประทวน ให้เลื่อนขึ้นเป็นข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตร กรณีมีเหตุพิเศษ ตามที่คณะกรรมการ ก.ตร. กำหนด
ทั้งนี้ ก่อนเริ่มการประชุม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธาน ก.ตร.ได้เรียกร้องผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติร่วมประชุม ประมาณ 10 นาที จากนั้นได้เริ่มการประชุมโดยนายกรัฐมนตรีกล่าวเปิดการประระชุมว่า
วันนี้เป็นการประชุม ก.ตร.ครั้งที่ 4/2569 โดยได้แสดงความยินดีกับ นายสุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ ก.ตร. ผู้ทรงคุณวุฒิเมื่อปี 2567 ที่ที่เข้าร่วมการประชุมกตล. ครั้งนี้เป็นนัดสุดท้าย หลังจากได้รับการคัดเลือกให้ดำรงตำแหน่งเป็นผู้ตรวจการแผ่นดินคนใหม่ ทำหน้าที่ที่มีความสำคัญในฐานะองค์กรอิสระเพื่ออำนวยความยุติธรรมต่างๆให้กับประชาชนจึงแสดงความยินดี พร้อมขอบคุณในความทุ่มเทที่ได้ทำหน้าที่เป็น ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิในระยะหนึ่ง ส่วนวาระการประชุมวันนี้ทางคณะกรรมการ ก.ตร.จะร่วมกันพิจารณาด้วยความละเอียดรอบคอบ
ทั้งนี้ มีรายงานว่าหลังจากที่นายสุจินต์ พ้นจากตำแหน่ง ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ ทาง ก.ตร.จะทำหนังสือไปยัง นายวิตถวัลย์ สุนทรขจิต อดีตอธิบดีกรมคุมประพฤติ ที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็น ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิแทนตำแหน่งของนายสุจินต์ฯ โดยจะเข้าร่วมการประชุมในวาระคร้งต่อไป
>> ตำรวจหางดง กวาดล้างวัยรุ่นซิ่งกลางคืน ยึดรถแต่ง ทำประวัติ ผู้ปกครองโดนทัณฑ์บน
10.45 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ช่วงกลางดึกคืนที่ผ่านมา ตำรวจ สภ.หางดง จ.เชียงใหม่ จัดกำลังสายตรวจออกตรวจเข้มในพื้นที่เสี่ยง ได้แก่ ถนนสายหางดง–สะเมิง ตำบลบ้านปง และถนนสายบ้านท่าไม้ลุง ตำบลน้ำแพร่ อำเภอหางดง
ผลการปฏิบัติ เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดรถจักรยานยนต์ดัดแปลงสภาพไม่มีหลักฐานการครอบครอง จำนวน 8 คัน พร้อมทั้งทำประวัติและเก็บข้อมูลกลุ่มวัยรุ่น 10 ราย รวมถึงจัดทำบันทึกทัณฑ์บนผู้ปกครอง 1 ราย เพื่อควบคุมพฤติกรรมไม่ให้กระทำผิดซ้ำ
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้นำของกลางและผู้เกี่ยวข้องส่งพนักงานสอบสวน สภ.หางดง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป พร้อมย้ำจะเดินหน้ากวดขันอย่างต่อเนื่อง เพื่อความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่อย่างเข้มงวด
>> ผู้การนนท์ แถลงข่าว จับสองผัวเมียค้ายาเสพติด อ้างแค่รับจ้างทำมานานกว่า 2 เดือน
11.00 น. พล.ต.ต.เดชรพี คงดี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี ร่วมแถลงข่าว การจับกุม นายเอ (นามสมมติ) อายุ 23 ปี และ น.ส. บี (นามสมมติ) อายุ 24 ปี สองสามีภรรยา พร้อมของกลาง ยาบ้า 250,000 เม็ด เคตามีน 1,950 กรัม ยาอี 2,050 เม็ด อาวุธปืน 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุน รถยนต์ สีดำ 1 คัน โดยกล่าวหาว่า ร่ามกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษชนิด ร้ายแรงประเภท 1 (ยาบ้า ยาอี) และร่วมกันจำหน่ายวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภท 2 (เคตามีน) โดยมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย จับกุมตัวได้ที่ ริมถนนใต้ทางด่วนงามวงศ์วาน ต.บางเขน อ.เมืองนนทบุรี
พล.ต.ต.เดชรพี กล่าวว่า ตำรวจสืบสวนจังหวัดนนทบุรี สืบทราบว่า จะมีการนัดส่งยาเสพติดบริเวณใต้ทางด่วนงามวงศ์วาน จึงนำกำลังไปดักซุ่ม เมื่อถึงเวลาได้มีรถยนต์เก๋ สีดำ ขับเข้ามายังจุดนัดหมาย ตำรวจที่ดักซุ่มได้เข้าสกัดจับ จากตรวจค้นในรถพบยาเคตามีน 1,000 กรัม ยาบ้า จำนวน 200,000 เม็ด ก่อนนำตัวไปตรวจค้นที่ห้องพักคอนโด ซอยแจ้งวัฒนะ 17 ต.ปากเกร็ด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี พบยาบ้า 50,000 เม็ด ยาเคตามีน 950 กรัม ยาอี 2,050 เม็ด อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ ขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก กระสุน 5 นัด
จากการสอบสวน ให้การรับสารภาพ อ้างว่า มีคนมาจ้างให้ไปรับยาเสพติดจากสถานที่ต่างๆ ตามแต่เจ้าของยาจะแจ้งมาเพื่อนำยาเสพติดไปให้กับลูกค้า ได้ค่าจ้างครั้งละ 20,000 บาท ทำมานานกว่า 2 เดือน หลังสอบสวนนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.รัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี ดำเนินคดีตามกฏหมาย
>> จับบริษัทตุ๋นลวงโลก ขายฝันทำงานต่างแดน ผู้เสียหายกว่า 100 ราย สูญเงินเกือบ 20 ล้านบาท
11.04 น. กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดยกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย ฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันหลอกลวงผู้อื่นว่าสามารถหางาน หรือส่งไปฝึกงานในต่างประเทศได้ และโดยการหลอกลวงดังว่านั้นได้ไปซึ่งทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากผู้ถูกหลอกลวง, ร่วมกันโฆษณาจัดหางานโดยฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนด , ร่วมกันโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคนพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมฯ" โดยจับกุมได้ที่ห้องพักใน อ.แม่สอด จ.ตาก
พฤติการณ์ เมื่อประมาณ เดือน ส.ค.68 ถึง เม.ย.69 กลุ่มผู้เสียหายได้หาข้อมูลไปทำงานต่างประเทศ เห็นประกาศรับสมัครพนักงานด้านการเกษตร ในเพจชื่อ หางานต่างประเทศ “รับสมัครพนักงานด้านการเกษตร ประเทศนิวซีแลนด์และประเทศออสเตรเลีย จะได้รับเงินเดือน 90,000 – 100,000 บาท มีที่พักฟรี ซึ่งต้องมาสมัครเองที่บริษัทเท่านั้น”
หลังจากนั้นมีกลุ่มของผู้ต้องหาติดต่อกลับมา แจ้งว่ามีงานอยู่ที่ประเทศนิวซีแลนด์และประเทศออสเตเรีย เป็นงานเกี่ยวกับเก็บผลไม้, ทำเกษตรกรรม, ทำงานภายในฟาร์มมีรายได้ดี ประมาณเดือนละ 85,000 บาท หากทำงานล่วงเวลา อาจจะมีรายได้ประมาณ 100,000 บาท ถ้าสนใจสมัคร โดยสามารถสมัครผ่านผู้แจ้งได้ เนื่องจากเป็นตัวแทนของบริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งบริษัทตั้งอยู่ที่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี
เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อ ต้องชำระเงินค่าใช้จ่ายต่างๆ รวมรายจ่ายทั้งสิ้น 162,750 บาท ซึ่งบางรายต้องเอารถยนต์ไปจำนำ, ขายที่นา หรือกู้เงินมาจ่ายเป็นค่าสมัคร โดยภายหลังที่ได้ชำระเงินไปแล้ว กลุ่มของผู้ต้องหาจะแจ้งว่า ให้ผู้เสียหายเดินทางมาอบรมพื้นที่กรุงเทพฯ แต่สุดท้ายไม่ได้มีการอบรม ผู้เสียหาย 100 กว่าราย มีทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ
จากการสืบสวนทราบว่ากลุ่มของผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องมี 4 ราย แบ่งหน้าที่กันทำ กระทั่งวานนี้( 28 เม.ย.69) ชุดสืบสวนของ กก.3 บก.ปคม. สืบสวนพบว่า ผู้ต้องหาชาย2รายที่จับกุมได้ครั้งนี้หลบหนีมาอยู่ในพื้นที่ จังหวัดตาก จึงวางแผนเข้าควบคุมตัวชั้นจับกุม ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธว่าไม่ได้หลอกลวงกลุ่มผู้เสียหาย แต่ตนมีหน้าที่จัดหาเอกสารสมัครงาน, คุยรายละเอียดเบื้องต้นขั้นตอนการสมัคร และการเดินทางไปทำงานต่างประเทศ แล้วส่งต่อให้น.ส.พิ(ผู้ต้องหาอีกราย) ทำสัญญาและจ่ายเงินต่างๆ ส่งเงินทั้งหมดจะส่งมอบให้ นายวัน(ผู้ต้องหาอีกคน)
>> ศาลมีคำสั่งประหารชีวิต "แอม ไซยาไนด์" ฆ่าวางยาผู้กองนุ้ย แต่ลดโทษ 1 ใน 3 เหลือจำคุกตลอดชีวิต "ให้การเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี"
12.01 น. ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ห้องพิจารณา 913 ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อ526/2568 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 9 เป็นโจทก์ฟ้อง นางสรารัตน์ รังสิวุฒาภรณ์ หรือ แอมไซยาไนด์ อายุ 39 ปี เป็นจำเลยในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตรตรองไว้ก่อน เป็นคดีที่ 4
จากกรณีเมื่อวันที่ 9 ส.ค. 65 จำเลยใส่สารพิษไซยาไนด์ ในอาหารและเครื่องดื่มให้ ร.ต.อ.หญิง สุกานดา วิมลมาลย์ ผู้ตาย อดีตรองสารวัตรการเงิน สภ.ภูผาม่าน จ.ขอนแก่น ดื่มจนถึงแก่ความตาย จำเลยให้การปฏิเสธต่อสู้คดี
โดยในวันนี้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์เบิกตัวนางสรารัตน์ เจ้าตัวสวมแว่นตาสีดำ ท่าทางปกติ เข้ามาเพื่อฟังคำพิพากษาของศาล “ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานทั้งสองฝ่ายแล้วเห็นว่า พยานหลักฐานของโจทก์มีน้ำหนักแน่นหนา น่าเชื่อถือ เบิกความไปตามความจริง ไม่มีเหตุโกรธเคืองกับจำเลยมาก่อน จึงเชื่อว่าโจทก์เบิกความไปตามจริง ขณะที่ข้อต่อสู้ของจำเลยมีพิรุธน่าสังสัยหลายประการไม่อาจหักล้างพยานหลักฐานของโจทก์ได้ เชื่อว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้องจริง พิพากษาประหารชีวิต”
"อย่างไรก็ตามคำเบิกความของจำเลยเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาบ้าง ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกไว้ตลอดชีวิต และให้นับโทษคดีนี้ต่อจากโทษอีก 2 คดีของศาลอาญานี้ที่จำเลยได้รับโทษประหารชีวิตและจำคุกตลอดชีวิตก่อนหน้านี้"
>> ตชด.เชียงราย สกัดขบวนการยานรก รวบ 3 หนุ่ม ยึดยาบ้า 6 ล้านเม็ด
12.14 น. ที่กองร้อย ตชด.327 เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน จังหวัดเชียงราย พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงผลการจับกุมครั้งสำคัญ โดยสามารถยึดยาบ้า บรรจุในกระสอบฟางกว่า 20 กระสอบ พร้อมรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ที่ใช้ก่อเหตุ
เหตุการณ์เกิดขึ้นช่วงเช้าวันที่ 29 เมษายนที่ผ่านมา หลังเจ้าหน้าที่สืบทราบว่าจะมีการลำเลียงยาเสพติดโดยใช้รถยนต์ดัดแปลง เพื่อหลีกเลี่ยงด่านตรวจบริเวณกิ่วทัพยั้ง จึงวางกำลังซุ่มสกัด จนกระทั่งพบรถต้องสงสัยในพื้นที่บ้านปงอ้อ และเข้าตรวจค้นจับกุมได้ทันที จากการตรวจสอบพบของกลางยาบ้าประมาณ 6,000,000 เม็ด ซุกซ่อนมาในรถยนต์ พร้อมยึดรถจักรยานยนต์ที่ใช้เป็นรถนำอีก 1 คัน
ด้านผู้บังคับบัญชาระบุว่า ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายเข้มงวดในการสกัดกั้นยาเสพติดตามแนวชายแดน เพื่อป้องกันไม่ให้ทะลักเข้าสู่พื้นที่ตอนใน โดยเน้นการบูรณาการข้อมูลข่าวสารและเพิ่มศักยภาพการทำงานของหน่วยในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
>> ไล่ล่ากระบะขนยาบ้า เสียหลักชนต้นไม้ ก่อนตรวจค้นพบของกลาง และขยายผลเจอซุกเพิ่ม รวมกว่า 8 ล้านเม็ด
12.54 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงเพชรบูรณ์ - พิจิตร ร่วมตำรวจปราบปรามยาเสพติดและทหาร สกัดขบวนการลำเลียงยาบ้าจากชายแดนภาคเหนือ ใช้รถ 4 คันขับเป็นขบวน มุ่งหน้าเข้าภาคกลาง
หลังสืบทราบว่าเครือข่ายนี้ลำเลียงยาจากพื้นที่ อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ ผ่าน จ.ลำปาง จ.พิษณุโลก ก่อนเข้าสายสระบุรี-หล่มสัก มุ่งหน้า จ.ลพบุรี
กระทั่งถึงพื้นที่ อ.ศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์ ตำรวจแสดงตัวเข้าตรวจค้น รถกระบะพยายามหลบหนี ก่อนเสียหลักพุ่งชนต้นไม้ ตรวจค้นพบยาบ้า 16 กระสอบ ประมาณ 4 ล้านเม็ด
จากนั้นขยายผลรวบผู้ร่วมขบวนอีก 4 คน เป็นชายอายุ 45 ปี, 43 ปี, 41 ปี และ 19 ปี พร้อมรถที่ใช้ก่อเหตุรวม 4 คัน ตรวจค้นเพิ่มเติมพบยาบ้าอีก 16 กระสอบ ซุกในไร่อ้อยพื้นที่ อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ รวมของกลางทั้งหมดประมาณ 8 ล้านเม็ด พร้อมโทรศัพท์มือถือ 7 เครื่อง เบื้องต้นแจ้งข้อหาร่วมกันมียาบ้าไว้เพื่อขาย และนำตัวส่งพนักงานสอบสวน บก.ปส.3 ดำเนินคดีตามกฎหมาย
>> ผบ.ตร.สั่งสอบด่วน ปม “ดาบตำรวจภาค 9” ชวนเด็กบกพร่องทางสมองเล่นพนัน ย้ำหากผิดจริงโดนทั้งวินัย - อาญา
13.01 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน จากกรณีครอบครัวในจังหวัดพัทลุงร้องเรียนผ่านสื่อว่า “ดาบตำรวจ” สังกัดตำรวจภูธรภาค 9 ชักชวนลูกชายที่มีความบกพร่องทางสมองไปเล่นพนันไฮโลในบ้านพัก และทำหน้าที่เป็นเจ้ามือเอง
ล่าสุด พล.ต.ท.ชัยต์พจน สูวรรณรักษ์ ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล ในฐานะรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้สั่งการไปยังผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ให้เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยด่วน พร้อมกำชับให้ดำเนินการในส่วนที่สามารถทำได้ทันที และให้รายงานกลับมาให้ทราบภายในวันนี้
เบื้องต้นหากพบว่ามีการกระทำผิดจริง โดยเฉพาะหากเป็นข้าราชการตำรวจ จะต้องถูกดำเนินการอย่างเด็ดขาด ทั้งทางวินัยและทางอาญา ซึ่งถือเป็นความผิดร้ายแรง และมีโทษสูงกว่าบุคคลทั่วไป พร้อมยืนยันว่าการเล่นการพนันเป็นความผิดอยู่แล้ว ยิ่งเป็นข้าราชการตำรวจยิ่งต้องถูกลงโทษทั้งสองทาง ไม่มีข้อยกเว้น” พล.ต.ท.ชัยต์พจน กล่าว
ขณะนี้อยู่ระหว่างรอรายงานข้อเท็จจริงจากตำรวจภูธรภาค 9 โดยหากพบการกระทำผิด จะมีการดำเนินการทันทีตามขั้นตอน พร้อมยืนยันว่าจะไม่ปล่อยผ่าน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน เรื่องนี้เข้าข่ายความผิดวินัยร้ายแรง
ทั้งนี้ มีรายงานว่าหน่วยงานต้นสังกัดได้เริ่มดำเนินการบางส่วนแล้ว เช่น การสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราวระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยเปรียบเหมือน “พักนักกีฬาข้างสนาม” ก่อนพิจารณาบทลงโทษต่อไป
>> ประเทศไทย เตรียมพร้อมเปิดประตูด่าน รับคนไทยกว่า 600 คนกลับ แต่ฝั่งกัมพูชายังเล่นแง่
13.27 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน สถานการณ์เมื่อเช้านี้ บริเวณหน้าด่านคลองลึก อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว เตรียมความพร้อมเปิดด่านชายแดน เพื่อรับกลับคนไทยที่ตกค้างอยู่ฝั่งประเทศกัมพูชากว่า 600 คน แต่บรรยากาศตึงเครียด หลังฝ่ายกัมพูชายังไม่ยอมเปิดด่าน ตามที่ได้มีการประสานและตกลงกันไว้ก่อนหน้านี้
ซึ่งขณะนี้ หน่วยงานความมั่นคงและฝ่ายปกครองของไทย ได้จัดเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ พร้อมทั้งวางมาตรการรองรับประชาชนคนไทย ที่จะเดินทางกลับเข้าประเทศ ทั้งในด้านการอำนวยความสะดวก การคัดกรอง และการดูแลความปลอดภัยบริเวณจุดผ่านแดน โดยคาดว่าจะมีคนไทยทยอยเดินทางกลับจำนวนมาก
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังคงอยู่ในขั้นตอนการเจรจาและประสานรายละเอียดบางประการ ซึ่งยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน ขณะที่เจ้าหน้าที่ไทยยังคงตรึงกำลังในพื้นที่และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ด้านประชาชนที่รอข้ามแดน ต่างเฝ้ารอความชัดเจนจากทั้งสองฝ่าย โดยบางส่วนเริ่มมีความกังวลเกี่ยวกับระยะเวลาในการรอคอย รวมถึงผลกระทบต่อการเดินทางและความเป็นอยู่
>> กองทัพเรือ สกัดจับขบวนการลักลอบขนชาวจีน 7 ราย ผ่านช่องทางธรรมชาติ ชายแดนจันทบุรี
14.37 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) โดยหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี (ฉก.นย.จันทบุรี) ออกลาดตระเวนในพื้นที่รับผิดชอบ บริเวณบ้านป่าวิไล อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี และตรวจพบรถยนต์ต้องสงสัยจำนวน 1 คัน จึงได้เข้าตรวจสอบทราบว่า ผู้ขับขี่เป็นชายไทย อายุ 39 ปี โดยภายในรถบรรทุกบุคคลสัญชาติจีน จำนวน 7 ราย พร้อมสัมภาระ
จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ขับขี่ให้การว่าได้รับการว่าจ้างจากนายหน้า ให้ไปรับบุคคลสัญชาติจีนที่ลักลอบเดินทางเข้ามาจากประเทศกัมพูชาผ่านช่องทางธรรมชาติ บริเวณพื้นที่ชายแดน อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี ในอัตราค่าจ้างรายละ 1,000 บาท เพื่อไปส่งในพื้นที่อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี
ขณะที่บุคคลต่างด้าวสัญชาติจีนทั้ง 7 ราย ให้การเบื้องต้นว่า ทำงานอยู่ในพื้นที่ปอยเปต จังหวัดบันทายมีชัย ประเทศกัมพูชา และต้องการเดินทางเข้าประเทศไทย ก่อนจะเดินทางกลับประเทศจีนต่อไป โดยจากการตรวจสอบพบว่า 6 คน ไม่มีหนังสือเดินทาง และมี 1 คน มีเอกสารเดินทางแต่อยู่ในประเทศเกินกำหนด
จากการตรวจสอบโทรศัพท์มือถือและสัมภาระเบื้องต้นยังไม่พบพยานหลักฐานชัดเจนที่เชื่อมโยงกับขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวบุคคลทั้งหมด พร้อมของกลาง นำส่งกองร้อยทหารพรานนาวิกโยธินที่ 541 บ้านป่าวิไล และประสานสถานีตำรวจภูธรโป่งน้ำร้อน เพื่อดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป
>> นายกฯ โชว์ผลงานกวาดล้างอาชญากรรมข้ามชาติ ย้ำเดินหน้าต่อเนื่อง เอาผิดทุกเครือข่ายไม่มีละเว้น
15.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานการแถลงข่าวผลการปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ ทุจริตสวมตัว แปลงสัญชาติ และบ่อนการพนันผิดกฎหมาย โดยย้ำว่าเป็นนโยบายสำคัญในการสร้างความมั่นคงปลอดภัยให้ประชาชน และได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานเร่งดำเนินการอย่างจริงจังต่อเนื่อง
โดยวันนี้มีผลการปฏิบัติงานที่สำคัญ อาทิ ปฏิบัติการ “ตัดหมอกเวียงแหง” “สลายหมอกเชียงดาว” และ “ตัดบัตรกรุงเก่า” รวมถึงการดำเนินคดีเครือข่ายจ้างคนไทยจดทะเบียนสมรสและแจ้งเกิดบุตรให้ได้สัญชาติไทย ดำเนินการทางวินัยกับเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้อง และปราบปรามบ่อนการพนันผิดกฎหมาย ควบคู่กับการออกตรวจตรา ตั้งจุดตรวจและจุดสกัดทั่วประเทศ
นายกฯ ยืนยันรัฐบาลเดินหน้าปราบปรามผู้มีอิทธิพลและเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ยึดหลักการ “ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม” ผู้ใดที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด จะถูกจะดำเนินการทางกฎหมายอย่างเด็ดขาด โดยยึดประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ
>> เหตุวาตภัยในพื้นที่ อ.บ้านตาก จ.ตาก เบื้องต้นบ้านเรือนได้รับความเสียหาย 25 หลัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้ความช่วยเหลือ
16.00 น. กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอำเภอบ้านตาก รับแจ้งว่า เกิดเหตุวาตภัยในพื้นที่ อ.บ้านตาก จ.ตาก บ้านเรือนราษฎรได้รับความเสียหายเบื้องต้น 25 หลังคาเรือน ตำบลแม่สลิด ม.3 จำนวน 1 หลังคาเรือน ม.4 จำนวน 3 หลังคาเรือน ม.5 จำนวน 14 หลังคาเรือน ม.8 จำนวน 1 หลังคาเรือน ม.11 จำนวน 6 หลังคาเรือน ต้นไม้ล้มทับเส้นทางสัญจรและสายไฟ จำนวน 3 แห่ง ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต
สำหรับบ้านเรือนประชาชนที่ได้รับความเสียหาย อำเภอได้แจ้งประสาน อปท.ในพื้นที่เข้าให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับความเดือดร้อนพร้อมทั้งเข้าสำรวจความเสียหาย และให้การช่วยเหลือราษฎรเป็นการเร่งด่วน ต่อไป
>> รถกระบะเสียหลักชนต้นไม้ข้างทาง ริมถนนมิตรภาพ พ่อ-แม่เสียชีวิต ลูกน้อยวัย 5 ขวบรอดหวุดหวิด จ.นครราชสีมา
16.58 น. อาสาสมัครกู้ภัยสว่างแสงธรรม อำเภอสูงเนิน รับแจ้งอุบัติเหตุรถกระบะเสียหลักชนต้นไม้ บริเวณถนนมิตรภาพ ขาเข้ากรุงเทพฯ ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 122+600 ในพื้นที่ ตำบลนากลาง อำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา
ที่เกิดเหตุ พบรถกระบะ ยี่ห้อ โตโยต้า วีโก้ สีเทา ป้ายทะเบียน สระบุรี สภาพด้านหน้าพังยับเยิน อัดติดกับต้นไม้ข้างทาง ภายในรถมีผู้บาดเจ็บ 3 ราย อาสากู้ภัยต้องใช้เครื่องตัดถ่าง งัดซากรถเพื่อช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน เพื่อนำผู้บาดเจ็บออกมาจากตัวรถ
โดยผู้บาดเจ็บ คนขับ เป็นชายไทย อายุ 36 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัส เจ้าหน้าที่พยายามปั๊มหัวใจ (CPR) ก่อนเร่งนำส่งโรงพยาบาลสูงเนิน, ผู้โดยสาร เป็นหญิงไทย อายุ 32 ปี พบว่าเสียชีวิตแล้ว ส่วนอีก 1 ราย เป็นเด็กหญิง อายุ 5 ขวบ บาดเจ็บไม่สาหัส และต่อมาได้รับว่า ผู้บาดเจ็บชาย ได้เสียชีวิตที่โรงพยาบาล
ระหว่างการช่วยเหลือ เด็กหญิงผู้รอดชีวิตอยู่ในอาการตกใจอย่างหนัก ได้ถามเจ้าหน้าที่กู้ภัยด้วยความหวาดกลัวว่า “พ่อกับแม่หนูเสียชีวิตหรือยัง แล้วหนูจะเสียชีวิตไหม” สร้างความสะเทือนใจให้กับเจ้าหน้าที่เป็นอย่างมาก โดยเจ้าหน้าที่ได้ช่วยกันปลอบขวัญจนสามารถนำตัวเด็กออกมาจากรถได้อย่างปลอดภัย
เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สูงเนิน จะทำการสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุครั้งนี้ต่อไป
>> แม่ค้าก๋วยเตี๋ยว ขี่รถจักรยานยนต์ลงทางต่างระดับ เสียหลักหลุดโค้งพุ่งชนประสานงารถกระบะเสียชีวิต จ.นนทบุรี
18.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางศรีเมือง จ.นนทบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูเดินทางเข้าตรวจสอบหลังจากได้รับแจ้งมีรถจักรยานยนต์ชนประสานงากับรถยนต์กระบะมีผู้เสียชีวิต เหตุเกิดถนนบางกรวย-ไทรน้อย ก่อนขึ้นต่างระดับบางกรวย-ไทรน้อย ต.บางกร่าง อ.เมืองนนทบุรี จากนั้นจึงประสานแพทย์เวรจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ร่วมตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุเป็นถนน 4 ช่องจราจร รถวิ่งสวนทางกันฝั่งละ 2 ช่อง ช่วงโค้งอันตรายจะมีเสายางสีส้มกันแบ่งฝั่งช่องจราจร พบร่างผู้เสียชีวิต เป็นผู้หญิงไทย อายุ 55 ปี เป็นแม่ค้าขายก๋วยเตี๋ยว นอนเสียชีวิตอยู่หน้ารถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ สีขาว ทะเบียน กทม.ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อ ยามาฮ่า สีแดง-ดำ ทะเบียนป้ายเหลือง นนทบุรี โดยสภาพหน้ารถทั้ง 2 คันได้รับความเสียหาย
ภาพจากกล้องหน้ารถของรถกระบะโตโยต้าสามารถบันทึกภาพเหตุการณ์ไว้ได้พบว่า ผู้เสียชีวิต ขับขี่รถจักรยานยนต์ ลงมาจากสะพานต่างระดับด้วยความเร็วและเกิดเสียหลักหลุดโค้งชนรูดผ่านเสายางสีส้ม ก่อนจะข้ามเลนชนประสานงากับรถกระบะอย่างแรง
ทางด้าน คนขับรถกระบะ กล่าวว่า ตนเองเปิดร้านขายข้าวแกงอยู่ที่ตลาดบางศรีเมือง หลังจากปิดร้านก็กำลังขับรถกลับบ้านเมื่อมาถึงที่เกิดเหตุซึ่งเป็นทางโค้งก่อนขึ้นสะพาน พบว่ารถจักรยานยนต์ขี่ลงจากสะพานมาด้วยความเร็วชนเสายางสีส้มข้ามมาในเลนของตนและสังเกตเห็นผู้เสียชีวิต พยายามเอาเท้าลงลากกับพื้นเหมือนพยามจะช่วยเบรค จนกระทั่งพุ่งชนประสานงาหน้ารถอย่างแรง
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจรวบรวมหลักฐาน พร้อมสอบปากคำคนขับรถกระบะไว้ประกอบกับภาพจากกล้องหน้ารถซึ่งเป็นหลักฐาน ส่วนผู้เสียชีวิตได้มอบร่างให้ทางเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูนำส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์เพื่อชันสูตรต่อไป
>> รถกระบะชนคุณยายวัย 71 ปี เสียชีวิตกลางถนนหมายเลข 324 จ.กาญจนบุรี
19.47 น. รับแจ้งจาก อาสาสมัครมูลนิธิขุนรัตนาวุธ มีอุบัติเหตุ รถกระบะชนคนข้ามถนน และมีผู้บาดเจ็บ กลางถนนหมายเลข 324 บริเวณ ใกล้เคียง ร้านทุ่งนาปลาเผา ในพื้นที่ ม.3 ต.พนมทวน อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี
ที่เกิดเหตุ พบรถกระบะ อีซูซุ ดีแม็กซ์ สีเทา จอดอยู่ข้างทาง สภาพกันชนหน้ารถมีร่องรอยการชนได้รับความเสียหาย ห่างออกไป พบร่างของผู้บาดเจ็บ 1 ราย มีอาการสาหัส ทางเจ้าหน้าที่กู้ชีพ - กู้ภัยร่วมตรวจสอบ พบว่าได้เสียชีวิตแล้ว ตรวจสอบเอกสาร เป็นหญิงไทย อายุ 71 ปี ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พนมทวน
>> รถสองแถวพาญาติกลับงานแก้บน ชนกับรถนั่งส่วนบุคคล กลางสี่แยก บาดเจ็บระนาวสิบกว่าราย จ.พัทลุง
21.54 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทลุง ตรวจสอบอุบัติเหตุ รถยนต์ชนกัน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย บริเวณสี่แยกชลประทาน ถนนสายบ้านตำนาน ในพื้นที่ หมู่ 5 ต.ตำนาน อ.เมือง จ.พัทลุง
ที่เกิดเหตุ พบรถนั่งส่วนบุคคล โตโยต้า ยารีส ป้ายทะเบียน พัทลุง สภาพด้านหน้าพังยับ ห่างออกไปพบ รถกระบะสองแถวไม่ประจำทาง โตโยต้า ป้ายทะเบียน ประจวบคีรีขันธ์ ลักษณะพลิกตะแคงตกลงไปในคูชลประทานข้างทาง
ตรวจสอบ พบว่ามีผู้โดยสารกระเด็นออกจากรถหลายราย นอนกระจัดกระจายกลางถนน เจ้าหน้าที่ต้องเร่งปฐมพยาบาลก่อนลำเลียงส่งโรงพยาบาล รวมผู้บาดเจ็บทั้งสองคัน 12 ราย ล่าสุดอาการปลอดภัย
จากการสอบสวนเบื้องต้น ชายไทย อายุ 47 ปี ผู้ขับขี่รถเก๋ง ซึ่งได้รับบาดเจ็บแน่นหน้าอก ให้การว่า ขณะขับรถกลับจากทำธุระพร้อมภรรยาและบุตร เมื่อมาถึงสี่แยกดังกล่าว ได้มีรถสองแถวขับออกมาจากทางแยกกะทันหัน ทำให้ไม่สามารถเบรกได้ทัน จึงพุ่งชนอย่างจัง
ขณะที่ ชายไทย อายุ 48 ปี คนขับรถสองแถว ให้การว่า ได้พาญาติเดินทางมาร่วมแก้บนในงานมโนราห์โรงครูวัดท่าแค หลังเสร็จงานได้ใช้เส้นทางลัดผ่านบ้านตำนาน และเมื่อถึงสี่แยกได้ชะลอรถแล้ว แต่ถูกรถเก๋งพุ่งชนด้านข้างอย่างแรง จนรถเสียหลักพลิกคว่ำ
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่า อุบัติเหตุครั้งนี้อาจเกิดจากความไม่ชำนาญเส้นทาง ประกอบกับทัศนวิสัยบริเวณสี่แยกไม่ดี อย่างไรก็ตาม จะได้เร่งสอบสวนอย่างละเอียดเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป
>> แผ่นดินไหว ที่ประเทศเมียนมา
21.56 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 3.4 ความลึก 10 กม. ภายในพื้นที่ของประเทศเมียนมา ศูนย์กลางห่างออกไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี ประมาณ 313 กม. ไม่มีผลกระทบต่อไทย
>> รถจักรยานยนต์หลุดโค้ง ผู้ขับขี่ร่างกระเด็นตกร่องกลางเสียชีวิต จ.นนทบุรี
22.20 น. รับแจ้งจากมูลนิธิร่วมกตัญญู เกิดอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่น เวฟ สีน้ำเงิน ทะเบียน กทม. เสียหลักหลุดโค้ง ช่วงทางลงต่างระดับบางคูเวียง มาจากถนนนครอินทร์ ฝั่งมุ่งหน้าออกถนนกาญจนาภิเษก ในพื้นที่ อ.บางกรวย จ.นนทบุรี
ห่างออกไปพบผู้ขับขี่ ร่างกระเด็นไปตกอยู่ที่ร่องเกาะกลางถนน ตรวจสอพบว่าได้เสียชีวิตแล้ว ทราบต่อมา เป็นชายไทย อายุ 43 ปี ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปลายบาง