COTTO ขยายพอร์ต “วัสดุปิดผิว” ครบวงจร ดันสุขภัณฑ์อัตโนมัติ เจาะดีมานด์ดีไซน์–ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่
COTTO วางกลยุทธ์ปี 2569 เดินหน้าขยายพอร์ต วัสดุปิดผิวกว่า 10 ประเภท เสริมความครบวงจร พร้อมเปิดตัวสุขภัณฑ์อัตโนมัติรับเทรนด์สุขอนามัย–ไร้สัมผัส ชูจุดแข็งฐานการผลิตในประเทศและซัพพลายเชนยืดหยุ่น รองรับการแข่งขันและการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน
1 พฤษภาคม 2569 นายทนงชัย อัศวินชัยโชติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสซีจี เซรามิกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ COTTO เปิดเผยว่า บริษัทเดินหน้าปรับพอร์ตธุรกิจเชิงกลยุทธ์ในปี 2569 โดยมุ่งขยายสัดส่วนสินค้า “วัสดุปิดผิว” (Surface Solutions) ให้ครอบคลุมมากกว่า 10 ประเภท เพื่อตอบโจทย์ตลาดงานออกแบบครบวงจร (Total Solution) ควบคู่การผลักดันนวัตกรรมสุขภัณฑ์อัตโนมัติ รองรับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับสุขอนามัย เทคโนโลยี และดีไซน์
ทิศทางธุรกิจของCOTTO ยังคงเน้นการเติบโตผ่าน 2 แกนหลัก ได้แก่ กลุ่มสินค้า High Value Added (HVA) ที่สร้างมาร์จิ้นสูง และกลุ่ม Smart Value Products (SVP) ที่ขยายฐานลูกค้าด้วยราคาที่เข้าถึงได้ โดยทั้งสองกลุ่มถูกออกแบบให้ตอบสนองดีมานด์ที่หลากหลายในตลาดวัสดุก่อสร้างและตกแต่งที่มีการแข่งขันสูงขึ้น
ในเชิงผลิตภัณฑ์ บริษัทได้เร่งขยายพอร์ต “วัสดุปิดผิว” ครอบคลุมตั้งแต่กระเบื้อง Vinyl (SPC) ไม้ หินสังเคราะห์ ไปจนถึง Worktop, Mosaic, Grout รวมถึง Door & Window และ Bathroom Furniture เพื่อเพิ่มสัดส่วนรายได้จากโซลูชันแบบครบวงจร และเจาะกลุ่มสถาปนิก–นักออกแบบรุ่นใหม่ที่ต้องการความยืดหยุ่นในการเลือกวัสดุให้สอดคล้องกับแนวคิดงานดีไซน์
ขณะเดียวกัน กลุ่มCOTTO Bathroom ยังคงเป็นอีกเสาหลักสำคัญ โดยบริษัทเตรียมเปิดตัว “SENSIS” สุขภัณฑ์อัตโนมัติที่ใช้เทคโนโลยี Kick Sensor แบบไร้สัมผัส และ “SILN Series” อ่างล้างหน้าดีไซน์ซ่อนระบบระบายน้ำ ซึ่งสะท้อนกลยุทธ์การยกระดับสินค้าไปสู่ Smart Living และ Well-being มากขึ้น
ในด้านกลยุทธ์ซัพพลายเชน COTTOใช้ความได้เปรียบจากการเป็นผู้ผลิตที่ควบคุมกระบวนการตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยมีฐานการผลิตหลักในประเทศ ช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้า และเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารต้นทุน โดยเฉพาะในกลุ่มวัสดุใหม่ เช่น SPC และ Luxury Vinyl ภายใต้แบรนด์ LT by COTTO ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการรับมือกับความผันผวนของต้นทุนและการแข่งขันจากผู้เล่นต่างประเทศ
ด้านการทำตลาด บริษัทเน้นการสร้างประสบการณ์แบรนด์ผ่านงาน งานสถาปนิก’69 และโชว์รูม COTTO LiFE ดอนเมือง โดยนำเสนอสินค้าในรูปแบบ“5 Curations” ภายใต้แนวคิด REFINED / FLOW เพื่อสื่อสารการเชื่อมโยงวัสดุกับงานออกแบบผ่านมุมมองของสถาปนิกชั้นนำ สะท้อนการวางตำแหน่งแบรนด์ในระดับพรีเมียมและดีไซน์ไดรเวน
ในมิติความยั่งยืน COTTOยังคงเดินหน้าสู่เป้าหมาย Net Zero ปี 2050 ผ่านการพัฒนากระบวนการผลิตที่ลดการใช้ทรัพยากรและลดการปล่อยคาร์บอน ควบคู่กับการได้รับการรับรองมาตรฐานสิ่งแวดล้อมและรางวัลด้านการออกแบบในระดับสากล ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์สร้างความแตกต่างในระยะยาว
ทั้งนี้ บริษัทให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรในอุตสาหกรรม ผ่านศูนย์ Technical เพื่อยกระดับมาตรฐานงานติดตั้ง ซึ่งถือเป็นองค์ประกอบสำคัญในการรักษาคุณภาพสินค้าและเสริมความเชื่อมั่นของลูกค้า
โดยรวม กลยุทธ์ของCOTTO ในปีนี้สะท้อนการปรับตัวจากผู้ผลิตสินค้า ไปสู่ผู้ให้บริการโซลูชันด้านวัสดุตกแต่งครบวงจร ที่ผสานนวัตกรรม ดีไซน์ และความยั่งยืน เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของตลาดและสร้างการเติบโตในระยะยาว