โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ค้าปลีก ขานรับไทยช่วยไทย อนุทิน คิกออฟ 1 เม.ย. พณ.คาดประหยัดค่าครองชีพกว่า 3 พันล้าน

MATICHON ONLINE

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ค้าปลีกคึกคัก ขานรับโครงการไทยช่วยไทย นายกฯอนุทิน กดปุ่มคิกออฟ 1 เม.ย. พณ.คาดช่วยประหยัดค่าครองชีพกว่า 3 พันล้าน

เมื่อวันที่ 30 มีนาคม นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า จากการได้ลงพื้นที่ตรวจความพร้อมการเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยของห้างค้าปลีกรายใหญ่ 8 ราย พบว่า ทุกห้างเตรียมความพร้อมทั้งจำนวนสินค้าและรายละเอียดการปิดป้ายแสดงราคา โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดตัวโครงการไทยช่วยไทย พร้อมกันทั่วปรเทศ ในวันที่ 1 เมษายน พร้อมลงพื้นที่ห้างค้าปลีกในวันเดียวกันด้วย

ประเมินเบื้องต้น คาดว่าการซื้อสินค้าในโครงการไทยช่วยไทย จะช่วยประชาชนประหยัดเงินต่อชิ้นกว่า 25% และสูงสุดถึง 50% คิดเป็นมูลค่าประหยัดเงิน คาดว่าจะไม่น้อยกว่า 1,500 ล้านบาทต่อเดือน หากโครงการทำต่อเนื่อง 2 เดือนจะช่วยประหยัดค่าครองชีพได้กว่า 3,000 ล้านบาท จากโครงการนี้ และหากได้รับการตอบรับ ก็จะประสานขยายโครงการต่อเนื่อง

ทั้งนี้ โครงการไทยช่วยไทย เกิดจากการที่นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้สั่งการให้ลงพื้นที่ตรวจสอบความพร้อมของห้างโมเดิร์นเทรดที่เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยซึ่งเป็นโครงการที่จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชน บรรเทาผลกระทบจากค่าครองชีพที่สูงขึ้น เนื่องจากต้นทุนด้านพลังงานที่ปรับเพิ่มขึ้น โดยได้ร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตรที่เกี่ยวข้องกับการผลิตและจำหน่ายสินค้าอุปโภค-บริโภค เข้าร่วมโครงการ ‘ไทยช่วยไทย ลดภาระ ลดค่าครองชีพ’ กว่า 19 ราย โดยนำสินค้ากลุ่ม House Brand และกลุ่มแบรนด์ทางเลือก (Second-tier Brand) มาจำหน่ายในราคาพิเศษ 25 – 58% รวมกว่า 1,000 รายการ เช่น สินค้าอุปโภค (สบู่ แชมพู ผงซักฟอก ยาสีฟัน )และ สินค้าบริโภค (ข้าวสาร น้ำตาล น้ำปลา น้ำมันพืช ซอสปรุงรส บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารกระป๋อง เป็นต้น ) โครงการเริ่มเปิดจำหน่ายพร้อมกันทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 และโครงการมีระยะเวลา 2 เดือน

โดยวันจันทร์ที่ 30 มีนาคม ได้ลงพื้นที่ 4 ห้างโมเดิร์นเทรด ได้แก่ ห้างแม็คโคร สาขานครอินทร์, ห้างโลตัส สาขานครอินทร์, ท็อป ซูเปอร์มาร์เก็ต สาขาเซ็นทรัล เวสเกต และ GO Wholesale สาขารังสิต เพื่อตรวจความพร้อมของร้านค้าก่อนเริ่มโครงการฯ ซึ่งปรากฎว่า มีประชาชนเข้ามาจับจ่ายใช้สอยซื้อสินค้าอุปโภค-บริโภคจำนวนมาก มีการจัดโปรโมชันสินค้าราคาพิเศษมาอย่างต่อเนื่อง และมีสินค้า House Brand เป็นของตัวเอง เมื่อเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยฯ กับกระทรวงพาณิชย์ จึงสามารถลดราคาสินค้าได้ในราคาที่พิเศษมากยิ่งขึ้น ซึ่งช่วยลดภาระค่าครองชีพแก่ประชาชนได้เพิ่มมากขึ้นด้วยเช่นกัน

“จากการพูดคุยกับผู้บริหารของทั้ง 4 ห้าง ได้แจ้งว่า ห้างมีความพร้อม 100% ในการเข้าร่วมโครงการฯ โดยได้เตรียมสินค้าอุปโภค-บริโภคที่จำเป็นในชีวิตประจำวันไม่น้อยกว่า 1,000 รายการเข้าร่วมโครงการฯ ซึ่งมีทั้งสินค้ากลุ่ม House Brand และกลุ่มแบรนด์ทางเลือก (Second-tier Brand) มาจำหน่ายในราคาพิเศษ และจะมีการเติมสินค้าตลอดไม่ให้ขาด จึงคาดว่าจะสามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างเต็มที่ โดยสินค้ากลุ่ม House Brand กลุ่มแบรนด์ทางเลือก (Second-tier Brand) จะมีราคาถูกกว่าสินค้าแบรนด์ทั่วไปเฉลี่ย 25 – 58% และเมื่อเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยก็จะยิ่งลดราคามากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ มั่นใจว่า โครงการไทยช่วยไทยของกระทรวงพาณิชย์จะสามารถช่วยลดภาระค่าครองชีพให้แก่ประชาชนได้อย่างแน่นอน โดยประชาชนสามารถเลือกซื้อสินค้าได้ตามรสนิยมความชอบซึ่งมีแบรนด์ต่างๆ ให้เลือกมากมาย โดยสินค้ากลุ่ม House Brand และกลุ่มแบรนด์ทางเลือก (Second-tier Brand) ที่ผลิตและจำหน่ายโดยผู้ประกอบการรายใหญ่ของประเทศล้วนเป็นสินค้าที่ต้องผ่านมาตรฐาน คุณภาพดี สามารถใช้อุปโภค-บริโภคได้ในราคาสมเหตุสมผลที่ประชาชนสามารถจับต้องได้ง่าย และช่วยประหยัดเงินในกระเป๋า

“สินค้าในโครงการไทยช่วยไทย ไม่แค่ลดภาระ ลดค่าครองชีพ’ประชาชนโดยตรง ยังช่วยลดต้นทุนผู้ประกอบการร้านอาหาร เครื่องดื่ม และร้านค้าย่อย(โชห่วย)ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ เตรียมขยายความมือในการดูแลต้นทุนประกอบอาหาร เพื่อให้ราคาอาหารจานด่วนได้อีกทาง คาดว่าจะเคาะโครงการได้เร็วๆนี้” นาย พูนพงษ์ กล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ค้าปลีก ขานรับไทยช่วยไทย อนุทิน คิกออฟ 1 เม.ย. พณ.คาดประหยัดค่าครองชีพกว่า 3 พันล้าน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...