แนนโน๊ะ ep 4 การตั้งคำถามกับ ‘My Body, My Choice’ แบบงงๆ ที่จบลงด้วยการโทษเจ้าของร่างกาย เหยียดผู้หญิง ดูถูกผู้ชาย และ normalize การละเมิดสิทธิคนอื่น
เดินทางมาถึงอีพี 4 แล้ว การกลับมาของ ‘แนนโน๊ะ’ หรือ A Girl From Nowhere ฉบับ reset ดูเหมือนจะสอบผ่านในแง่ของ ‘นักแสดง’ เพราะได้พิสูจน์ให้หลายเสียงที่เคยปรามาสไว้ได้เห็นแล้วว่าแนนโน๊ะคนใหม่ (รับบทโดย เบ็คกี้-รีเบคก้า) รวมถึงนักแสดงอีกหลายๆ คนในเรื่องล้วนทำหน้าที่ของตัวเองได้เป็นอย่างดี
แต่ขณะเดียวกันเรื่องของบทและน้ำเสียงของผู้สร้างกลับสร้างข้อกังขาให้คนดูจำนวนไม่น้อย และในอีพี 4 ปัญหาเรื่องบทกับน้ำเสียงของผู้สร้างก็ยิ่งชัดเจนกว่า 3 อีพีที่ผ่านมา เรียกได้ว่าเสน่ห์ความเป็นหญิงแบบขบถๆ ในตัวแนนโน๊ะ ที่คอยตั้งคำถามกับอนุรักษนิยม ที่ได้หายไปโดยสิ้นเชิง อีพีนี้ แนนโน๊ะ (หรือก็คือเสียงของผู้สร้าง) คล้ายจะหันกลับมาตั้งคำถามกับแนวคิดเสรีนิยมแทน
จากทีเซอร์ที่ตั้งคำถามกับคอนเซปต์ My Body, My Choice หรือ “ร่างกายของเรา เป็นสิทธิของเรา (จริงเหรอ?)” ทำให้เราอดตื่นเต้นไปด้วยไม่ได้ว่าซีรีส์จะให้คำตอบอีกด้านกับเราแบบไหน ในการโต้แย้งว่า My Body, My Choice มีข้อน่ากังวลในตัวของมันเอง และแนนโน๊ะจะช่วยทำให้ทุกคนได้เห็นและเข้าใจมากขึ้นอย่างไรบ้าง
แต่สิ่งที่เราได้เห็นกลับเป็นการทำงานกับคอนเซปต์ My Body, My Choice แบบผิวเผินและแทบจะมีอคติด้วยซ้ำ
ทั้งที่จริงแล้ว หลักการง่ายๆ ของ My Body, My Choice ก็คือ
1. ร่างกายของเรา ก็เป็นสิทธิของเราที่จะจัดการหรือใช้มันอย่างไร ถึงระดับไหนก็ได้ ตราบใดที่ไม่เข้าข่ายความรุนแรงหรือไปละเมิดสิทธิคนอื่น
2. ร่างกายของทุกคน ควรได้รับการเคารพในสิทธิและเสรีภาพ ผู้อื่นไม่มีสิทธิละเมิดหรือรุกล้ำเข้ามาในขอบเขตที่เกินไปกว่าเจ้าของร่างกายอนุญาต
หลักใหญ่ใจความมีเท่านี้ แต่ดูเหมือนผู้สร้างแนนโน๊ะ ซีซัน reset อีพี 4 อาจจะเข้าใจ My Body, My Choice คลาดเคลื่อนไปสักนิด และนำเสนอได้ชวนงงงวยอยู่มาก
ตั้งแต่การนำเสนอตัวละคร ‘บลอสซั่ม’ (รับบทโดย เจนเย่-เมธิกา) ที่โปรโมทคอนเซปต์ My Body, My Choice เพื่อจะได้ขายความเซ็กซี่และ ‘หาแสง’ ให้ตัวเองเป็นคนดัง เมื่อเธอเดินไปที่ไหนคนก็จะตะโกนคอนเซปต์นี้ใส่ราวกับเป็นแฟนชานท์ ซีรีส์มีน้ำเสียงเสียดสีตัวละครบลอสซั่มค่อนข้างชัดเจน บลอสซั่มเป็นตัวละครที่กำลังถูกตั้งคำถามใส่ ทั้งที่จริง คำตอบก็อยู่ในวลี My Body, My Choice ตั้งแต่แรกแล้ว ว่านั่นคือร่างกายของเธอ เธอจะใช้มันเพื่อหาเงินหรือหาแสง ก็ย่อมไม่ใช่เรื่องผิดอะไร มันคือสิทธิของเธอ
ไม่เพียงเท่านั้น บทยังเลือกจะเขียนให้บลอสซั่มอิจฉาแนนโน๊ะ ที่ขอใช้สโลแกน My Body, My Choice มาขายเสียวบ้าง และได้รับความนิยมสูงปรี๊ด จนทำให้บลอสซั่มทรยศแนวคิดตัวเองด้วยการเอาเรื่องของแนนโน๊ะไปฟ้องครูใหญ่ ทางด้านแนนโน๊ะก็พยายามกระตุ้นต่อมอิจฉาของบลอสซั่มอยู่เรื่อยๆ เพื่อจะบอกอะไรบางอย่างกับเธอ (?) ที่สุดแล้วก็วนกลับมาที่การเขียนให้ผู้หญิงอิจฉากันเอง ทำร้ายกันเอง เป็นด้านกลับของเพื่อนหญิงพลังหญิงโดยสิ้นเชิง และกลายเป็นภาพสะท้อนความเกลียดชังผู้หญิง (Misogyny) โดยที่ผู้สร้างอาจไม่รู้เนื้อรู้ตัวด้วยซ้ำ
และกลับมาที่การตั้งคำถามกับคำว่า My Body, My Choice ร่างกายของเรา เป็นสิทธิของเรา จริงเหรอ? ซีรีส์ก็เลือกจะให้คำตอบว่า ‘ไม่จริง’ เพราะเมื่อคุณเลือกขายร่างกาย คนที่จ่ายเงินก็พร้อมจะถือสิทธิในการเข้ามาฉีกทึ้งร่างกายของคุณ แต่แทนที่จะตั้งคำถามกับบรรดาตัวละครที่ละเมิดสิทธิคนอื่นผ่านฉาก Body Horror สั้นๆ นั้น ซีรีส์ก็ยังคงตั้งหน้าตั้งตาตั้งคำถามกับตัวเจ้าของร่างกายเอง และโทษว่าเป็นความผิดของเหยื่อแทน ว่าเลือกจะขายโป๊เอง ไม่ระวังตัวเอง “ก็เลยโดนแบบนี้ไง” ซึ่งน่าเจ็บปวดใจที่เหยื่อในกรณีคุกคามทางเพศหรือข่มขืนหลายกรณีในชีวิตจริง ก็ยังถูกกล่าวโทษด้วยวิธีคิดแบบเดียวกันนี้อยู่บ่อยๆ
จากที่แนนโน๊ะภาค 1-2 มักเล่าถึงปัญหาที่มาจากมุมมองชายเป็นใหญ่ แต่แนนโน๊ะภาคใหม่อีพี 4 นี้ กลับบอกให้ผู้หญิงถอยกลับเข้าสู่กรอบเดิมๆ รู้จักรักนวลสงวนตัว “เพื่อความปลอดภัยของตัวเอง” โดยเลิกตั้งคำถามกับพฤติกรรมของคนที่ไม่เคารพสิทธิของคนอื่นไปโดยปริยาย ตัวละครชายในเรื่องถูกทำให้เต็มไปด้วยความหื่นกระหายและไร้ความยั้งคิดจนเกินจริง ราวกับกำลัง Normalize พฤติกรรมเหล่านี้ของผู้ชายให้เป็นเรื่องปกติ ซึ่งจะบอกว่าเป็นการดูถูกผู้ชายเพื่อพยายามสอนผู้หญิงก็อาจไม่เกินเลยไปนัก
จึงนับเป็นเรื่องน่าเสียดาย เมื่อแนนโน๊ะซีซั่น 1-2 พาเรามาไกลระดับหนึ่งแล้ว แต่ซีซั่นใหม่ กลับพาเราเดินถอยหลังเสียอย่างนั้น
บทความต้นฉบับได้ที่ : แนนโน๊ะ ep 4 การตั้งคำถามกับ ‘My Body, My Choice’ แบบงงๆ ที่จบลงด้วยการโทษเจ้าของร่างกาย เหยียดผู้หญิง ดูถูกผู้ชาย และ normalize การละเมิดสิทธิคนอื่น
ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com