“สีหศักดิ์” ชี้ดับไฟใต้เกี่ยวข้องหลายมิติ ชี้พูดคุยสันติสุขเป็นแค่ส่วนหนึ่ง
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวภายหลังได้รับคำสั่งแต่งตั้งให้เป็นประธานคณะกรรมการผู้แทนพิเศษของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า ในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องให้มีการบูรณาการการทำงานร่วมกัน การเจรจาสันติสุขถือเป็นอีกแนวทางหนึ่ง และการแก้ไขปัญหาพื้นที่ การแก้ไขปัญหาอัตลักษณ์ การพัฒนาพื้นที่อื่นๆ รวมถึงการแก้ไขปัญหาความยุติธรรม ถือเป็นปัจจัยสำคัญในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ถึงเวลาที่การดำเนินการต่างๆ จะเป็นไปในทิศทางเดียวกัน รวมถึงการพูดคุยกับกลุ่มก่อความไม่สงบ และการแก้ไขปัญหาทางการเมืองก็ต้องพูดคุยกับประชาชนในพื้นที่ ตนมองว่าเป็นสิ่งดี สิ่งเหล่านี้ฝ่ายกระทรวงกลาโหมเป็นผู้เสนอ
ผู้สื่อข่าวถามว่า การดำเนินการแนวทางนี้ถือเป็นการใช้การเมืองนำการทหารใช่หรือไม่ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า บางส่วนก็คือเรื่องการเมือง บางส่วนก็คือเรื่องการทหาร รวมถึงมิติการต่างประเทศเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เพราะมีประเทศมาเลเซียเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่การดำเนินการไปในทิศทางเดียวกันถือเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด
เมื่อถามว่า การพูดคุยสันติสุขมีมาในทุกรัฐบาล แต่รัฐบาลชุดนี้จะพลัสอย่างไร นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า หากมีการประสานการพูดคุย โดยตระหนักว่าการพูดคุยกับกลุ่มดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่ง แต่ไม่ได้เป็นหนทางการแก้แก้ไขปัญหาทั้งหมด เพราะการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้จะต้องเน้นที่ประชาชนเป็นที่ตั้ง
ก่อนหน้านี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ลงนามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 139 /2569 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการผู้แทนพิเศษของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ด้วยรัฐบาลมีนโยบายในการแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมุ่งเน้นการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน คู่ขนานไปกับการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ และการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องเป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561 - 2580) นโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ (พ.ศ. 2566 - 2570) และนโยบายการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. 2568 - 2570 เพื่อสร้างสภาวะแวดล้อมที่เอื้อต่อการแก้ไขปัญหาและพัฒนาพื้นที่ รวมถึงสนับสนุนการขับเคลื่อนกระบวนการพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้มีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติ และประชาชนเป็นสำคัญ
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 11 (6) และ (9) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 นายกรัฐมนตรีจึงมีคำสั่ง ดังต่อไปนี้ ให้มีคณะกรรมการผู้แทนพิเศษของรัฐบาล ในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ประกอบด้วย นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯและรมว.ต่างประเทศ เป็นประธาน พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม เป็นรองประธานกรรมการคนที่ 1 นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) รองประธานกรรมการคนที่ 2 โดยมีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา เป็นที่ปรึกษา
ขณะที่คณะกรรมการ ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงกลาโหม ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงยุติธรรม ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ เลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้(ศอ.บต.) ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้แทนหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่พิจารณา
โดยมีพล.อ.ณัฐพงษ์ เพราแก้ว รองเสนาธิการทหาร เป็นกรรมการและเลขานุการ นายนันทพงศ์ สุวรรณรัตน์ รองเลขาธิการ ศอ.บต. นายภพหล้า ปิยะปานันท์ ที่ปรึกษาด้านนโยบายและยุทธศาสตร์ความมั่นคงและหัวหน้าคณะทำงานประชาสัมพันธ์เพื่อความมั่นคงของ สมช. เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ
ทั้งนี้ ให้คณะกรรมการผู้แทนพิเศษของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้ 1. ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์หรือแผนปฏิบัติการที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม 2. ประสานงานระหว่างคณะรัฐมนตรีและราชการส่วนกลางกับหน่วยงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมทั้งประสานงานกับรัฐมนตรีที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้กำกับและติดตามการปฏิบัติราชการในเขตตรวจราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อเร่งรัดการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้มีผลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว
3. ให้ความเห็นและข้อเสนอแนะในการบูรณาการงาน ประสานงาน เร่งรัด ติดตามและประเมินผลการดำเนินงาน เพื่อให้การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561-2580) นโยบายของรัฐบาล นโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ (พ.ศ. 2566-2570) และนโยบายการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. 2568-2570 รวมทั้งนโยบายที่นายกรัฐมนตรีกำหนด
4.รายงานปัญหา อุปสรรค และเสนอแนะแนวทางการป้องกันหรือแก้ไขปัญหาต่อ สมช. หรือนายกรัฐมนตรีแล้วแต่กรณี
5. แต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานได้ตามความจำเป็น และ 6.ดำเนินการอื่นใดตามที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย