โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

สัญญาณ “อ้วนจากฮอร์โมน” อ้วนง่าย ลดน้ำหนักยาก สุขภาพพัง

PPTV HD 36

อัพเดต 14 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ลดน้ำหนักไม่ลงทั้งที่คุมอาหาร-ออกกำลังกาย อาจเกิดจากฮอร์โมนผิดปกติ ควรพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุและรักษาอย่างเหมาะสม

ในยุคที่ “โรคอ้วน” ไม่ใช่แค่เรื่องรูปร่าง แต่เกี่ยวข้องกับโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง และโรคหัวใจ หลายคนพยายามลดน้ำหนักอย่างจริงจัง ทั้งควบคุมอาหาร ออกกำลังกาย หรือใช้ตัวช่วยต่าง ๆ แต่กลับพบว่า “น้ำหนักไม่ลด” หรือ “ลดแล้วกลับมาเพิ่ม” หนึ่งในสาเหตุที่ถูกมองข้าม คือ ภาวะอ้วนจากความผิดปกติของฮอร์โมน (Hormonal Obesity)ซึ่งเป็นปัจจัยทางชีวภาพที่ทำให้การลดน้ำหนักยากกว่าปกติ และต้องอาศัยการประเมินเชิงลึกโดยแพทย์เฉพาะทาง

อาการ “ไวรัสฮันตา” คล้ายไข้หวัดใหญ่ อัตราเสียชีวิตสูง ยังไม่มียารักษาเฉพาะ

เตือนภัย! ไตวายเฉียบพลัน จากภาวะขาดน้ำฮีทสโตรก อันตรายถึงชีวิต

ภาวะอ้วนจากความผิดปกติของฮอร์โมน คืออะไร ?

ภาวะอ้วนจากความผิดปกติของฮอร์โมน คือ ภาวะที่ความไม่สมดุลของฮอร์โมนในร่างกาย ส่งผลต่อระบบเผาผลาญ ความหิว ความอิ่ม และการสะสมไขมัน ทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นหรือควบคุมน้ำหนักได้ยาก แม้จะพยายามปรับพฤติกรรมแล้วก็ตาม

ฮอร์โมนทำหน้าที่เสมือน “ตัวควบคุมระบบ” ของร่างกาย หากระบบนี้ผิดจังหวะ ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพียงน้ำหนักเพิ่ม แต่ยังรวมถึงอาการอ่อนเพลีย นอนไม่หลับ อารมณ์แปรปรวน หรือรอบเดือนผิดปกติ

ฮอร์โมนเกี่ยวข้องกับความอ้วน ?

  • ฮอร์โมนอินซูลิน (Insulin) อินซูลินควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด หากร่างกายมีภาวะดื้ออินซูลิน (Insulin Resistance) จะกระตุ้นให้เกิดการสะสมไขมัน โดยเฉพาะบริเวณหน้าท้อง
  • ฮอร์โมนไทรอยด์ (Thyroid Hormone) ภาวะไทรอยด์ทำงานต่ำ (Hypothyroidism) ทำให้ระบบเผาผลาญต่ำลง น้ำหนักขึ้นง่าย เหนื่อยเพลียง่าย ผิวแห้ง และขี้หนาว
  • ฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) ฮอร์โมนความเครียดที่สูงเรื้อรัง ทำให้ร่างกายสะสมไขมันช่องท้อง และกระตุ้นความอยากอาหาร
  • ฮอร์โมนเพศหญิง (Estrogen / Progesterone) ในผู้หญิงที่ขาดฮอร์โมนเอสโตรเจนหรือเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนส่งผลให้ไขมันสะสมมากขึ้น โดยเฉพาะไขมันช่องท้อง
  • ฮอร์โมนเลปติน (Leptin) ฮอร์โมนที่ควบคุมความอิ่ม หากร่างกายดื้อหรือขาดฮอร์โมนเลปติน จะรู้สึกหิวบ่อย และควบคุมปริมาณอาหารได้ยาก

สัญญาณเตือน อ้วนจากความผิดปกติของฮอร์โมน

หากมีอาการร่วมหลายข้อ ควรเข้ารับการประเมินโดยแพทย์ ไม่ควรสรุปว่าเป็นเพราะอายุ หรือ เพราะเผาผลาญไม่ดีเพียงอย่างเดียว

  • น้ำหนักขึ้นเร็ว แม้ไม่ได้กินมากขึ้น
  • ไขมันสะสมเฉพาะจุด โดยเฉพาะหน้าท้อง
  • มีใบหน้ากลมแดง ผิวแตกลายมากบริเวณหน้าท้อง ต้นแขนและต้นขา และเป็นลักษณะสีม่วง
  • อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย
  • รอบเดือนผิดปกติ หรือมีบุตรยาก
  • ลดน้ำหนักแล้วไม่ลง แม้ควบคุมอาหารอย่างเคร่งครัด

การวินิจฉัยภาวะอ้วนจากความผิดปกติของฮอร์โมน

การประเมินจะไม่ใช่เพียงการชั่งน้ำหนักหรือคำนวณค่าดัชนีมวลกาย (BMI) เท่านั้น แต่รวมถึง

  • การซักประวัติพฤติกรรมการกิน การนอน การออกกำลังกาย และความเครียด
  • การตรวจร่างกายอย่างละเอียด
  • การตรวจเลือดประเมินระดับฮอร์โมนระดับน้ำตาลในเลือดและไขมันในเลือด หรือโรคต่อมไร้ท่อที่เกี่ยวข้อง

แนวทางการรักษา

  • ปรับสมดุลฮอร์โมนตามข้อบ่งชี้ทางการแพทย์
  • วางแผนโภชนาการเฉพาะบุคคล
  • การวางแผนการออกกำลังกาย รวมถึงการติดตามสัดส่วนร่างกายทั้งน้ำหนักไขมันและกล้ามเนื้อ
  • ปรับพฤติกรรมการนอนและการจัดการความเครียด
  • ใช้ยาในกรณีมีข้อบ่งชี้
  • พิจารณาหัตถการทางระบบทางเดินอาหาร เช่น การส่องกล้องเย็บกระเพาะอาหารการใส่บอลลูนในกระเพาะอาหาร ในผู้ที่เข้าเกณฑ์
  • รวมถึงการผ่าตัดลดน้ำหนัก หากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และการใช้วิธีอื่น ๆ ไม่ประสบความสำเร็จ ในผู้ที่เข้า

พฤติกรรมชีวิตปัจจุบัน เช่น นอนดึก นั่งทำงานหน้าจอนาน ความเครียดสะสม รับประทานอาหารไม่เป็นเวลา ดื่มกาแฟหรือเครื่องดื่มหวานบ่อย ล้วนส่งผลต่อฮอร์โมนคอร์ติซอล อินซูลิน และฮอร์โมนการนอน (Melatonin) ทำให้ระบบเผาผลาญแปรปรวนโดยไม่รู้ตัว ดังนั้น การดูแลน้ำหนักจึงต้องมองภาพรวมของชีวิตทั้งระบบ ไม่ใช่แค่จำนวนแคลอรี

ถ้าลดน้ำหนักไม่สำเร็จ อาจไม่ใช่เพราะคุณพยายามไม่พอ

ภาวะอ้วนจากความผิดปกติของฮอร์โมน เป็นปัจจัยทางการแพทย์ที่ต้องได้รับการประเมินอย่างถูกต้อง หากคุณเคยควบคุมอาหาร ออกกำลังกาย หรือใช้วิธีต่าง ๆ แล้วไม่เห็นผล อย่าเพิ่งโทษตัวเอง การตรวจประเมินเชิงลึกกับทีมแพทย์เฉพาะทาง จะช่วยให้เข้าใจสาเหตุที่แท้จริง และวางแผนการรักษาที่ปลอดภัย เหมาะสม และยั่งยืน

เพราะการลดน้ำหนักที่ถูกต้อง ไม่ใช่เพียงเพื่อรูปร่างที่ดีขึ้น แต่คือการป้องกันโรค และยกระดับคุณภาพชีวิตในระยะยาว หากสงสัยว่าตนเองอาจมีภาวะอ้วนจากความผิดปกติของฮอร์โมน ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะสมเฉพาะบุคคล

ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลพญาไท 2

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...