โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รู้หรือไม่..สารกัมมันตรังสีจากซีเซียม 137 อาจอันตรายถึงแก่ชีวิต !!

ทันข่าว Today

เผยแพร่ 21 มี.ค. 2566 เวลา 08.36 น. • ทันข่าว Today

Highlight

วัตถุซีเซียม-137 ที่สูญหายไปอย่างน้อย 10 วัน และต่อมามีการค้นพบ ที่โรงถลุงเหล็ก อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี และถูกประเมินว่า "ถูกถลุง" ไปหมดแล้ว สร้างความตื่นตระหนกแก่ประชาชนในบริเวณดังกล่าว เนื่องจากเกรงว่าสารกัมมันตรังสีอาจรั่วไหลออกมา ทั้งที่ฟุ้งกระจายในอากาศ หรือมีส่วนผสมไหลลงสู่แหล่งน้ำ ซึ่งมีอันตรายอย่างยิ่งต่อสุขภาพ เบื้องต้นทางจังหวัดปราจีนบุรีชี้แจงว่ายังไม่พบฝุ่นปนเปื้อน และยังไม่พบผู้ป่วย ขณะที่องค์การอนามัยโลกระบุถึงอันตรายจากสารกัมมันตรังสีหากเข้าสู่ร่างกาย มีผลต่อ DNA และทำให้เกิดโรคมะเร็ง

จากกรณีที่วัตถุซีเซียม-137 ที่สูญหายไปอย่างน้อย 10 วันและต่อมามีการค้นพบ และถูกประเมินว่า "ถูกถลุง" ไปหมดแล้ว ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี ไม่ปฏิเสธว่า "ซีเซียม-137 ถูกหลอมจริง"

  • ในเรื่องนี้สร้างความกังวลกับประชาชนทั่วไป เนื่องจากยังไม่มีการสรุปที่ชัดเจนว่าหลังมีการถลุงแร่ซีเซียม-137 (เศษซาก) ได้ถูกส่งต่อมายังโรงงานรีไซเคิลแห่งหนึ่งแล้วนั้น สารได้แพร่ฟุ้งกระจายไปในอากาศ ตกหล่น ลงไปในแหล่งน้ำใดบ้าง และมีอันตรายขนาดไหน

  • จุลพงษ์ ทวีศรี อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม ให้สัมภาษณ์กับทีมข่าวช่อง 3 โดยเปิดเผยว่าโรงงานที่ถลุงซีเซียม-137 เป็นโรงถลุงเหล็ก อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี "บริษัทฯ รับซีเซียม-137 มาหลอมถลุงเมื่อ 2 สัปดาห์ที่แล้ว" แต่ยังไม่ชัดเจนว่ารับมาจากที่ไหน แต่สิ่งที่ต้องตามต่อ คือ ทางโรงงานที่ถลุงดังกล่าว ได้ขออนุญาตส่งฝุ่นแดงไปรีไซเคิลที่โรงงานไหนแล้วบ้าง

  • บีบีซีไทยสรุปใจความสำคัญจากการแถลงข่าวจากกรณีดังกล่าว มีดังนี้

  • ไม่พบฝุ่นเหล็กปนเปื้อนซีเซียม-137 ในฝุ่นเหล็กที่ถูกส่งไปรีไซเคิลที่ จ.ชลบุรี ตามที่สื่อหลายสำนักรายงาน

  • ทางการได้ปิดล้อมโรงงานหลอมเหล็กที่พบสารซีเซียม-137 แล้ว และไม่มีการปนเปื้อนไปยังสิ่งแวดล้อมโดยรอบ

  • ยังไม่พบผู้ป่วยที่ได้รับสารกัมมันตรังสีซีเซียม-137

  • ยังไม่ยืนยันว่า ฝุ่นเหล็กปนเปื้อนซีเซียม-137 ที่พบนั้น มาจากวัตถุซีเซียม-137 ที่สูญหายจากโรงไฟฟ้าพลังไอน้ำในปราจีนบุรีหรือไม่

  • รายงานจากองค์การอนามัยโลก ชี้ว่าซีเซียม 137 เป็นสารกัมมันตภาพรังสีที่เกิดจากปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิชชั่น หรือง่ายๆ ก็คือ เป็นผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ และระเบิดปรมาณูครับ

  • สำหรับผู้ที่สัมผัสใกล้ชิดกัมมันตภาพรังสีจากซีเซียม 137 จะทำลาย DNA ทำให้ เซลล์กลายพันธุ์ หรือ ตายจนเนื้อเยื่อเน่าได้ ส่วนละอองที่แพร่กระจายจะมีฤทธิ์ลดลงเรื่อยๆ (ยิ่งอยู่ห่างนิ่งเป็นอันตรายน้อยลง)

แล้วละอองที่แพร่กระจายมากแค่ไหนถึงต้องกังวล ?

  • โดยหากเทียบกับเหตุการณ์ที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ฟุกุชิมะระเบิด เมื่อปี 2011 นั้น เกิดละอองซีเซียม 137 กระจายทั่วทั้งภูมิภาคคันโต

  • ซึ่งผลสำรวจของ WHO ที่รายงานในปี 2022 กลับพบว่าในจังหวัดฟุกุชิมะที่เกิดการระเบิดนั้น มีผู้ป่วยมะเร็งต่อมไทรอยด์เพิ่มขึ้นเล็กน้อย และไม่พบผู้ป่วยลูคีเมีย หรือมะเร็งเต้านมเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด

  • และ WHO ยังรายงานอีกว่า ไม่พบผู้ป่วยมะเร็งเพิ่มขึ้นในจังหวัดโดยรอบโรงไฟฟ้า

  • เพราะฉะนั้น จากเหตุการณ์ซีเซียม-137 ของไทยในครั้งนี้ คนที่อยู่ในจังหวัดใกล้เคียงก็อย่าเพิ่งตื่นตระหนกไปครับ อันตรายยังน้อยอยู่มาก รังสีของเราน่าจะน้อยกว่าของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ระเบิดเยอะ ที่น่าห่วงก็คงเป็นคนงานในโรงงานกับหมู่บ้านใกล้ ๆ

  • อย่างไรก็ตาม ซีเซียม 137 มีครึ่งอายุ 30 ปี และจะอยู่ในธรรมชาติไปอีกหลายร้อยปี ซึ่งเราพบว่าซีเซียม 137 จากการทดลองระเบิดปรมาณูในชั้นบรรยากาศโลกเมื่อ 70 ปีก่อนก็ยังปนเปื้อนอยู่ทั่วทุกมุมโลกอยู่ในวันนี้

ถึงความอันตรายจะไม่ได้สูง แต่ก็พูดไม่ได้เต็มปากว่าไม่มีผลกับสุขภาพเราในระยะยาว…

รู้จัก ซีเซียม และอันตรายจากสารชนิดนี้

☢️ ซีเซียมคืออะไร ?

ซีเซียม (Caesium) คือธาตุธรรมชาติ มีลักษณะเป็นโลหะ อยู่ในหมวดโลหะแอลคาไล ค้นพบในปีค.ศ.1860 โดยกุสตาฟ เคอร์ชอฟฟ์ และ โรเบิร์ต บุนเซน จากตัวอย่างน้ำแร่ที่ได้มาจากเมืองเดอร์คไฮม์ ประเทศเยอรมนี

แล้วแอลคาไลคืออะไร? แอลคาไลประกอบไปด้วย ลิเทียม โซเดียม โพแทสเซียม รูบิเดียม ซีเซียม และแฟรนเซียม คุณสมบัติเหมือนกันของแอลคาไลคือเป็นโลหะที่อ่อน สะท้อนแสงได้ดี และไวต่อการเกิดปฏิกิริยาเคมี

☢️ ตัวเลข 137 หลังซีเซียม คืออะไร ?

เลขหลังธาตุเรียกว่า “เลขมวล” คือจำนวนผลรวมของจำนวนโปรตอนและนิวตรอน

ซีเซียม-137 มีจำนวนโปรตอน 55 และนิวตรอน 82 รวมกันได้ 137 จึงเรียกว่า Caesium-137 ซึ่งแต่ละเลขจะทำให้คุณสมบัติและคุณลักษณะต่างกันออกไป

☢️ ซีเซียม-137 ค้นพบจากไหน ?

16 กรกฎาคม ค.ศ.1945 ระเบิดปรมาณูลูกแรกของโลกถูกทดลองในทะเลทรายอะลาโมกอร์โด มลรัฐนิวเม็กซิโก ประเทศสหรัฐอเมริกา จากโครงการลับที่ใช้ชื่อว่า “Manhattan Project”

หลังจากระเบิด ได้มีการเข้าไปเก็บข้อมูลสารที่ฟุ้งกระจาย และนั่นทำให้เกิดการค้นพบซีเซียม-137 และสารกัมมันตรังสีอื่น ๆ

ซีเซียม-137 เป็นผลพลอยได้การค้นพบจากการระเบิดนิวเคลียร์ มันคือสารกัมมันตรังสีที่เกิดได้เฉพาะปฏิกิริยานิวเคลียร์ หรือที่เรียกว่านิวเคลียร์ฟิชชัน เป็นโลหะอ่อนสีขาวเงิน ตีเป็นรูปได้ง่าย เป็นของเหลวที่อุณหภูมิ 28 องศาเซลเซียส มีครึ่งชีวิต 30 ปี

☢️ คำว่า ครึ่งชีวิต” คืออะไร ?

ครึ่งชีวิต คือระยะเวลาที่นิวเคลียสของธาตุกัมมันตรังสี (นิวเคลียสคือส่วนที่อยู่ใจกลางของอะตอมในธาตุ) สลายตัวจนเหลือครึ่งหนึ่งของปริมาณเดิม

ยกตัวอย่างเช่น ซีเซียม 137 จำนวน 100 กรัม มีครึ่งชีวิตที่ 30 ปี หมายความว่าอีก 30 ปี ซีเซียม 137 ตัวนี้จะเหลือ 50 กรัมเนื่องจากนิวเคลียสมีการสลายตัวรังสีออกมา และอีก 30 ต่อมามันจะเหลือครึ่งหนึ่งจากที่เหลือ นั่นคือ 25 กรัม

ครึ่งชีวิตเป็นเลขที่ถูกใช้อธิบายการสลายตัว เนื่องจากเลขตัวนี้มีค่าคงที่ตลอดช่วงชีวิต และบอกเป็นจำนวนได้ง่ายกว่าการสลายตัวทั้งหมดจนเหลือ 0

☢️ ซีเซียม-137 ใช้ทำอะไร ?

ซีเซียม-137 เป็นไอโซโทปรังสี (ธาตุที่ปล่อยกัมมันตภาพรังสีออกมาได้เรียกว่า ไอโซโทปรังสี) ที่นิยมมาใช้ในอุตสาหกรรมมากมาย เช่นเครื่องวัดความชื้น เครื่องวัดความหนาแน่น เครื่องวัดระดับการไหลของเหลวในท่อ เครื่องวัดความหนา และเครื่องตรวจสอบชั้นบาดาล

ซีเซียม-137 ยังใช้ทางการแพทย์ โดยเป็นต้นกำเนิดของรังสีแกมมาเพื่อฉายแสงรักษามะเร็ง

☢️ ผลกระทบของซีเซียม-137

ซีเซียม-137 ปล่อยรังสีเบตาและรังสีแกมมาออกมา มีผลคือทำให้เรามีโอกาสเป็นมะเร็งเพิ่มขึ้น ผลกระทบมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับ 4 ประการด้วยกัน

1. ความแรงของต้นกำเนิด

2. เวลาที่ได้รับ

3.ระยะทางจากจุดกำเนิดรังสี

4. มีอะไรกั้นระหว่างเรากับต้นกำเนิดรังสีไหม

☢️ เราจะรู้ได้อย่างไรว่ากำลังโดนซีเซียม-137 ?

ถ้าเป็นการสัมผัสแบบใกล้ชิดโดยตรง ซึ่งเป็นไปได้ยากมาก และถ้าเกิดขึ้นจริง จะเกิดการไหม้ของผิวหนังและเสียชีวิตต่อมา

แต่หากเป็นฝุ่นของกัมมันตภาพรังสี เราจะไม่รู้เลยว่ากำลังโดนรังสี เนื่องจากเราไม่สามารถรู้สึกได้เลยว่าได้รับรังสี ได้รับรส หรือแม้กระทั่งกลิ่นของซีเซียม-137 สิ่งเดียวที่รู้ได้คือเครื่องตรวจจับรังสีเท่านั้น

และจะรู้ได้ว่าในร่างกายของเรามีซีเซียม-137 อยู่ไหม ก็ได้จากการตรวจปัสสาวะและอุจจาระ

☢️ เคยมีเหตุการณ์ ซีเซียม-137 กระจายฟุ้งไหม ?

มี ใหญ่ที่สุดคือในเหตุการณ์ระเบิดปรมาณูและเหตุการณ์เชอร์โนบิล ในเหตุการณ์เชอร์โนบิลพบว่า ซีเซียม-137 ปลิวไปไกลถึงประเทศสวีเดนซึ่งอยู่ห่างออกไปกว่า 1,000 กิโลเมตร

คณะกรรมการป้องกันอันตรายจากรังสีแห่งชาติของอังกฤษทำนายว่า ฝุ่นกัมมันตภาพรังสีของซีเซียม-137 ในเชอร์โนบิล ทำให้คนเกิดมะเร็งมากกว่า 1,000 คน

อ้างอิง :

I’m From ENDROMEDA

http://bitly.ws/BQif

http://bitly.ws/BQiq

งานวิจัยซีเซียม 137 ที่ฟุกุชิมะ

http://bitly.ws/BQix

ติดตาม ทันข่าวToday ช่องทางอื่น ๆ

🔺 Website : https://www.thunkhaotoday.com/
🔺 Facebook : https://www.facebook.com/thunkhaotoday
🔺 Line Today : https://bit.ly/3ifSuDr
🔺 ติดต่อโฆษณา : https://line.me/ti/p/9mjGVL4nhC

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...