โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เปิดหลักเกณฑ์ ช่วยเหลือชาวนาไร่ละ 1,000 บาท เตรียมพร้อมกรณีรับเงินเยียวยา

สยามนิวส์

เผยแพร่ 04 พ.ย. 2566 เวลา 01.11 น. • ทีมข่าวสยามนิวส์
จากกรณีที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) เมื่อวันที่ 1 พ.ย.66 ที่ผ่านมา มีการพิจารณา 4 มาตรการอุ้มราคาข้าว รักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือก ช่วยเหลือเกษตรกรปีการผลิต 66/67 วเงิน 69,043.03 บาท ได้แก่

จากกรณีที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) เมื่อวันที่ 1 พ.ย.66 ที่ผ่านมา มีการพิจารณา 4 มาตรการอุ้มราคาข้าว รักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือก ช่วยเหลือเกษตรกรปีการผลิต 66/67 วเงิน 69,043.03 บาท ได้แก่

1. มาตรการชะลอการขาย เพื่อเก็บในยุ้งฉาง 1-5 เดือน จำนวน 3 ล้านตัน โดยเกษตรกรจะได้รับค่าช่วยฝากเก็บ 1,500 บาทต่อตัน และกลุ่มสหกรณ์ จะได้รับค่าฝากเก็บ 1,000 บาทต่อตัน และเกษตรกรจะได้ 500 บาทต่อตัน

2. มาตรการเก็บสต๊อกข้าวเปลือก-ข้าวสาร 2-6 เดือน จำนวน 10 ล้านตัน โดยโรงสี ข้าวถุง และผู้ส่งออก รัฐบาลจ่ายชดเชยดอกเบี้ยร้อยละ 4

3. มาตรการสินเชื่อรวบรวมข้าวเปลือก เป้าหมาย 1 ล้านตัน โดยช่วยดอกเบี้ย 15 เดือน ในอัตรา 3.85% สหกรณ์เสียดอกเบี้ย 1%

4. มาตรการช่วยลดต้นทุน โดยช่วยเหลือเกษตรกร 1,000 บาทต่อไร่ ตั้งเป้าจ่ายเงิน 1 พ.ย. 66 - 30 ก.ย. 67 กำหนดหลักเกณฑ์ดังนี้

- เกษตรกรเป้าหมาย 4.68 ล้านครัวเรือน

- เยียวยาไร่ละ 1,000 ไม่เกิน 20 ไร่ต่อครัวเรือน

- เป็นเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี ปีการผลิต 66/67 ที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 66/67 รอบที่ 1 กับกรมส่งเสริมการเกษตร

แต่อย่างไรก็ตาม ที่ประชุม นบข. ยังไม่ได้มีมติอนุมัติจ่ายเงินเยียวยาไร่ละ 1,000 บาท แก่เกษตรกรชาวนา โดยได้ให้แต่ละหน่วยงานนำมาตรการต่างๆ กลับไปพิจารณาเพื่อเข้าที่ประชุมอีกครั้ง รวมถึงตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดูเรื่องการลดต้นทุนการปลูกข้าวของชาวนา เพื่อวางมาตรการระยะยาวเพื่อแก้ปัญหาต่อไป

ทั้งนี้ แม้จะยังไม่ได้มีการอนุมัติจ่ายเงินช่วยเหลือไร่ละ 1,000 บาท แต่รัฐบาลแนะนำให้เกษตรกรขึ้นทะเบียนและปรับปรุงข้อมูลทะเบียนเกษตรกรให้เป็นปัจจุบัน เพื่อรัฐบาลใช้เป็นฐานข้อมูลในการสนับสนุนให้ความช่วยเหลือ

โดยเกษตรกรรายใหม่ที่ยังไม่เคยขึ้นทะเบียนเกษตรกร สามารถเลือกวิธีลงทะเบียนได้ดังนี้

1. ยื่นแบบ ทบก.01 พร้อมด้วยบัตรประชาชนตัวจริง และสำเนาหลักฐานถือครองที่ดิน ณ สำนักงานเกษตรอำเภอที่ตั้งแปลงปลูกหรือจุดนัดหมายที่สำนักงานเกษตรอำเภอนั้น ๆ กำหนด

2. ติดต่อผู้นำชุมชนหรือตัวแทนอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน (อกม.)

3. ลงทะเบียนผ่านช่องทางออนไลน์ ผ่านระบบ e-Form ที่เว็บไซต์ efarmer.doae.go.th

เมื่อผ่านการตรวจสอบข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ซึ่งใช้เวลาประมาณ 5 วันทำการแล้ว เกษตรกรจะสามารถขึ้นทะเบียนเกษตรกรและติดตามผลการขึ้นทะเบียนเกษตรกรผ่านระบบได้

สำหรับเกษตรกรรายเดิมที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรแล้ว และใช้แปลงเดิม สามารถปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรได้ผ่าน แอปพลิเคชัน Farmbook ทำได้ด้วยตัวเองผ่าน 6 ขั้นตอนดังนี้

1. ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Farmbook ทั้งระบบ Android และ iOS

2. กดเลือกเมนูแจ้งปลูก

3. เลือกแปลงปลูก ที่ต้องการแจ้งปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร

4. เลือกพืช ที่ต้องการแจ้งปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร

5. กรอกข้อมูล ต่าง ๆ ให้ครบถ้วน

6. กดบันทึก

สำหรับการตรวจสอบสถานะความเป็นเกษตรกรและสมาชิกครัวเรือน เฉพาะที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรกับกรมส่งเสริมการเกษตรเท่านั้น (ซึ่งการขึ้นทะเบียนเกษตรกรมีหลายหน่วยงานรับผิดชอบ ขึ้นอยู่กับบทบาทและภารกิจของแต่ละหน่วยงาน)

ทะเบียนเกษตรกร คือ ข้อมูลของครัวเรือนผู้ประกอบการเกษตรที่แสดงถึงสถานภาพและการประกอบอาชีพการเกษตรของครัวเรือน วัตถุประสงค์ในการขึ้นทะเบียนเกษตรกรเพื่อจัดทำข้อมูลการเกษตรให้ถูกต้องตรงตามความเป็นจริง และเป็นข้อมูลเอกภาพให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้ประโยชน์ร่วมกันได้ ในการนำไปใช้วางแผนพัฒนาการเกษตร กำหนดนโยบาย การจัดการด้านการผลิต การตลาด การส่งเสริม สนับสนุน และให้ความช่วยเหลือแก่เกษตรกรได้อย่างมีประสิทธิภาพตรงเป้าหมาย โดยผู้ที่ได้ขึ้นทะเบียนเกษตรกรไว้แล้ว จะได้รับความสะดวกในการใช้สิทธิขอรับการสนับสนุน ช่วยเหลือ หรือรับบริการต่าง ๆ จากภาครัฐ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...