เปิดที่มาพระนาม 'พระเจ้าท้ายสระ' พระราชโอรสพระเจ้าเสือ และทำไมถึงโปรดการฆ่าสัตว์
เปิดที่มาพระนาม ‘พระเจ้าท้ายสระ’ พระราชโอรสพระเจ้าเสือ และทำไมถึงโปรดการฆ่าสัตว์
ออนแอร์ไปแล้ว #พรหมลิขิตep3 ซึ่งตอนนี้ เป็นตอนที่ พุดตาน จะไปเยือนอยุธยาในยุคย้อนหลังกลับถึง 300 ปีแล้ว
สาเหตุที่ย้อนกลับไปได้ คือ พุดตาน ได้สัมผัสคัมภีร์ประหลาดที่ขุดเจอ ก็เกิดแสงประหลาดพร้อมร่างที่หายจากโลกปัจจุบันไปทันที หลังจากข้ามภพมาก พุดตาน เพื่อเจอกับ หมื่นมหาฤทธิ์ หรือ พ่อริด ที่เขาบังเอิญเห็นแสงประหลาด จึงมาขุดและเจอเข้าคัมภีร์กฤษณะกาลีเช่นกัน
แต่จู่ๆ พุดตานก็มาโผล่ตรงหน้าเขา ทำเอาพ่อริดตกใจจนปล่อยลูกถีบพุดตานกระเด็นไกลไปตกลงบ่อโคลน ด้านพุดตานไม่รู้อะไรและยังงงกับสิ่งที่เกิดขึ้นจนเธอช็อคและหมดสติไป!
พ่อริดไม่รู้จะทำอย่างไรจึงฝากให้ยายทุย (รัดเกล้า อามระดิษ) ที่บังเอิญมาเห็นช่วยดูแลผู้หญิงคนนี้ ทำให้แม่กลิ่น (น้ำตาล พิจักขณา) ดูแลแทน
แค่เปิดเรื่องก็น่าสนใจเสียแล้ว ส่งผลให้#พรหมลิขิตep3 ทะยานขึ้นอันดับ 1 เทรนทวิตเตอร์ หรือ (X) แบบเรียลไทม์!
ช่วงหนึ่งในละคร พรหมลิขิตep3 พุดตาน ถามถึงยุคสมัยกับยายทุย ว่า ตอนนี้ พ.ศ.อะไร และตอนนี้ เป็นรัชสมัยของใคร ซึ่งยายทุย ตอบว่า “ไม่รู้จัก พ.ศ. รู้จักแต่ จ.ศ. ซึ่งตอนนี้ จ.ศ.1070 ขณะเจ้าฟ้าเพชร เป็นคุณหลวงองค์ใหม่ เพิ่งขึ้นครองราชย์ เพราะคุณหลวงเสือ พระบิดา สวรรคต “
ทำให้เห็นว่า พรหมลิขิตep3 นำเสนอการเปลี่ยนแปลงการปกครองหลังจากที่ พระเจ้าเสือสวรรคต ก่อนที่จะเป็น พระเจ้าท้ายสระ (นำแสดงโดย เกรท วรินทร) ขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์แทน
พระเจ้าท้ายสระ มีพระนามเดิมว่า “เจ้าฟ้าเพชร” เสด็จพระราชสมภพเมื่อปีมะแม พ.ศ. 2221 เป็นพระราชโอรสพระองค์ใหญ่ของพระเจ้าเสือ
ต่อมาเมื่อ พระเจ้าเสือ สวรรคตในปี พ.ศ. 2251 จึงขึ้นครองราชย์ เฉลิมพระนามว่าพระเจ้าภูมินทราชา แต่ประชาชนมักออกพระนามว่า “พระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ”
ส่วนที่มาพระนามว่า“ท้ายสระ” มาจากนามของพระที่นั่งบรรยงก์รัตนาสน์ ซึ่งพระองค์ใช้เป็นประทับประจำ อันอยู่ข้างสระน้ำท้ายพระราชวัง จึงเป็นที่มาของพระนาม “พระเจ้าท้ายสระ”
ทั้งนี้ ทางศิลปวัฒนธรรม เปิดเผยว่า หลายคนอาจพอทราบว่าในสมัยอยุธยา กษัตริย์ผู้ทรงชื่นชอบการฆ่าสัตว์ คือ “สมเด็จพระเจ้าเสือ” หรือ “พระเจ้าเสือ” กษัตริย์องค์ที่ 29 แห่งอยุธยา เพราะมีบันทึกว่าพระองค์ทรงโปรดการฆ่าสัตว์และมีนิสัยโหดเหี้ยม จนได้รับฉายาว่า “เสือ”
แต่รู้หรือไม่ว่าในสมัยอยุธยามีกษัตริย์อีกพระองค์หนึ่งที่โปรดฆ่าสัตว์ไม่ต่างกัน นั่นคือ “สมเด็จพระที่นั่งท้ายสระ” หรือ “พระเจ้าท้ายสระ” กษัตริย์องค์ต่อมาของราชวงศ์บ้านพลูหลวง
เรื่องราวนี้ปรากฏอยู่ใน ประชุมพงศาวดาร ภาคที่ 82 เรื่อง พระราชพงศาวดารกรุงสยาม จากต้นฉบับของ บริติชมิวเซียมกรุงลอนดอน หน้า 310-311 ซึ่งกล่าวถึงพระอุปนิสัยของ “พระเจ้าท้ายสระ” ว่าโปรดการล่าสัตว์มาก โดยมักฆ่าสัตว์นานาชนิด ไม่ว่าจะเป็น ปลา นก รวมไปถึงช้าง ดังที่ปรากฏด้านล่างนี้…
“สมเด็จพระเจ้าแผ่นดินนั้นพอพระทัยทําปาณาติบาต ฆ่ามัจฉาชาติปลาน้อยใหญ่ต่าง ๆ เป็นอันมาก ด้วยตกเบ็ดทอดแหแทงฉมวก ทำลี่กันเฝือก* ดักลอบ ดักไซ กระทำการต่าง ๆ ฆ่าสัตว์ต่าง ๆ ประพาสป่าฆ่าเนื้อนกเล่นสนุกด้วยดักแร้ว ดักบ่วง ไล่ช้าง ล้อมช้าง ได้ช้างเถื่อนเป็นอันมาก เป็นหลายวัน แล้วกลับคืนมายังพระนคร”
นี่จึงเป็นเครื่องยืนยันได้ว่า “พระเจ้าท้ายสระ” ทรงชื่นชอบการ “ล่าสัตว์” เหมือนพระราชบิดาของท่านมากเพียงใด
*พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาฉบับหอสมุดแห่งชาติว่า ทำที่กันเฝือก
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- มาแล้วออเจ้า! ‘พุดตาน’ วาร์ปถึงอยุธยา ช็อคปะหน้า ‘พ่อริด’ ครั้งแรก
- ‘แดง ศัลยา’ เล่าโมเมนต์ ‘โป๊ป’ ใช้วิธีสุดน่ารักกับนักแสดงเด็กน้อยในพรหมลิขิต
- เผยปม ‘พระเพทราชา’ เสียพระทัย ทรงประชวรหนัก-สวรรคต ขณะครองราชย์ได้ 15 ปี