เปิดอาชีพ เลี้ยงตะขาบ-แมงป่อง รายได้เดือนละ 3 หมื่น คู่แข่ง-ต้นทุนน้อย อนาคตสดใส
เปิดอาชีพ เลี้ยงตะขาบ-แมงป่อง รายได้เดือนละ 3 หมื่น คู่แข่ง-ต้นทุนน้อย อนาคตสดใส
เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม ที่บ้านเลขที่ 134 หมู่ 8 บ้านสร้างแก้ว ต.เชียงยืน อ.เชียงยืน จ.มหาสารคาม นางสัมฤทธิ์ ประตังภาโล อายุ 51 ปี และนายวีระศักดิ์ แสนสี อายุ 54 ปี สองสามีภรรยา ประกอบอาชีพรับซื้อสัตว์มีพิษ อย่างตะขาบ และแมงป่องช้าง จำหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ ก่อนโพสต์ขายทางช่องทางออนไลน์ สร้างรายได้แต่ละเดือนไม่ต่ำกว่าเดือนละ 30,000 บาท
ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ที่บ้านสร้างแก้ว ต.เชียงยืน อ.เชียงยืน จ.มหาสารคาม พบกับนางสัมฤทธิ์ ซึ่งให้สัมภาษณ์ว่า ก่อนหน้านี้ทำงานอยู่ที่กรุงเทพฯ รับจ้างผลิตเสื้อผ้า ตัดชุด PPE ในช่วงโควิด ก่อนที่จะกลับมาอยู่ที่บ้านเพราะต้องมาดูแลแม่ที่ไม่สบายได้ประมาณ 3 ปีแล้ว พอกลับมาบ้านก็ต้องหาอะไรทำ
“ตอนแรกก็เลี้ยงจิ้งหรีด แต่เลี้ยงไปเลี้ยงมา ราคาอาหารจิ้งหรีดก็แพงขึ้นเรื่อยๆ ก็ไม่ไหว ไปเห็นร้านแมลงทอดก็ไปยืนดูว่าเค้าขายอะไรบ้าง ในหมวดหมู่แมลงทอดมีอะไรที่ขายแพงที่สุด ก็จะเป็นตะขาบและแมงป่องช้าง ก็เลยคิดว่าสัตว์ 2 ชนิดนี้จะเลี้ยงได้ไหม ก็เลยลองดู ลงทุนเข้าป่าไปขุดหาเอง ไปพร้อมกับชาวบ้าน ก็ได้รับซื้อจากชาวบ้าน แล้วก็โพสต์ขายทางช่องทางออนไลน์ ก็ขายได้ เลยรับซื้อเป็นจริงเป็นจัง ชาวบ้านก็จะไปขุดมาขายให้ เราก็รับซื้อราคากิโลกรัมละ 400 บาท ถ้าเป็นช่วงหน้าแล้ง รับซื้อที่กิโลกรัมละ 450 บาท จากนั้นก็นำมาคัดไซซ์ ตัวเล็กๆ ก็นำไปเลี้ยงในบ่อ นำลังไข่มาเป็นที่หลบซ่อน ให้น้ำ ให้จิ้งหรีด และปลวกเป็นอาหาร พอขนาดตัวได้ตามไซซ์ก็นำออกมาขาย” นางสัมฤทธิ์กล่าว
นางสัมฤทธิ์กล่าวว่า ส่วนตะขาบ ชาวบ้านจะออกไปหาในป่าตอนกลางคืน ตะขาบจะออกจากรัง มาอยู่ตามต้นไม้ คนหาก็จะส่องไฟหา นำขวดน้ำอัดลมไปใส่ ตะขาบจะชอบที่ชื้นแต่ไม่แฉะ รับซื้อตั้งแต่ไซซ์ความยาว 5-9 นิ้วเป็นต้นไป ราคาตัวละ 10-30 บาท โดยตะขาบที่ได้มาก็จะใส่ไว้ในขวดน้ำอัดลม เจาะรูเล็กๆ เรียงไว้แบบคอนโด ให้อาหารเป็นจิ้งหรีด จะไม่ปล่อยรวมกัน เพราะตะขาบจะกัดกันเอง ทำให้เปอร์เซ็นต์การตายสูง
นางสัมฤทธิ์กล่าวว่า ชาวบ้านที่หาตะขาบหาแมงป่องมาขายให้ ส่วนใหญ่จะเป็นคนวัยกลางคน วัยรุ่นก็มีบ้างนิดหน่อย รวมๆ แล้วก็ประมาณ 40-50 คน ซึ่งทุกคนต้องใช้ความชำนาญ ความอดทน และประสบการณ์ เพราะที่ที่เคยมีก็จะมี ส่วนที่ที่ไม่เคยมีก็จะไม่มีเลย จะไปหาแต่ละทีก็ต้องรู้แหล่งว่า พื้นที่ไหนที่มีสัตว์ชนิดนั้นๆ อยู่
“พอได้ทั้งตะขาบและแมงป่องมาแล้ว ก็จะนำมาน็อกน้ำแข็งให้ตาย ตะขาบส่วนหนึ่งจะคัดไซซ์ใส่กล่องขายตัวสด ส่วนหนึ่งก็จะนำไปตากแห้ง โดยราคาขายตัวสด จะอยู่ที่กล่องละ 20 ตัว เริ่มต้นที่กล่องละ 1,200-2,000 บาท ตามขนาดไซซ์ ส่วนราคาตะขาบตากแห้งจะอยู่ที่กิโลกรัมละ 3,000-5,000 บาท” นางสัมฤทธิ์กล่าว
นางสัมฤทธิ์กล่าวว่า ในส่วนของแมงป่องช้าง จะขายตัวสดแบบฟรีซ กล่องละ 20 ตัว ราคาขายอยู่ที่กล่องละ 800 บาท ถ้าเป็นตัวเล็ก กล่องละ 30 ตัว ราคากล่องละ 450 บาท จะส่งด้วยรถควบคุมอุณหภูมิ ลูกค้าส่วนใหญ่จะอยู่ที่จังหวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว ทั้งภูเก็ต เชียงใหม่ กรุงเทพฯ เป็นต้น ส่วนตะขาบตากแห้ง จะมีลูกค้าจากจีนมาซื้อโดยตรง คาดว่าจะนำไปทำยา
“ตอนนี้มองว่าตลาดยังไปได้อีกไกล เพราะยังไม่ค่อยมีคนทำ เพราะถือเป็นอาชีพที่เสี่ยง ตลาดยังคงสดใส ต้นทุนแทบจะไม่มี จะมีก็แค่ค่าหัวอาหารของจิ้งหรีด ที่นำมาเป็นอาหารให้กับตะขาบและแมงป่อง ถึงแม้ว่าจะเสี่ยงอันตราย แต่ด้วยราคาขายที่ถือว่าได้ราคาดี ก็ถือว่าเป็นรายได้ที่มั่นคง” นางสัมฤทธิ์กล่าว