โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

นักกิจกรรม เปิดยอดฟ้องปิดปาก-แก้ปม 'แดนใต้' ใช้ไปแล้ว '5 แสนล้าน' ผ่านมา 8 นายกฯ

MATICHON ONLINE

อัพเดต 15 ม.ค. 2567 เวลา 09.23 น. • เผยแพร่ 15 ม.ค. 2567 เวลา 09.23 น.

นักกิจกรรม เปิดยอดฟ้องปิดปาก-แก้ปัญหาแดนใต้ใช้งบ 5 แสน ล. ผ่านไปแล้ว 8 นายกฯ หวั่นการเจรจาชะงัก

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 15 มกราคม ที่สโมสรผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทย (FCCT) อาคารมณียาเซ็นเตอร์ ถนนเพลินจิต เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทยจัดเวทีเสวนา “การบังคับใช้กฏหมายปิดปากภายใต้รัฐบาลเศรษฐา”

โดยมีนักเคลื่อนไหวในประเด็น 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ร่วมล้อมวงเสวนาเกี่ยวกับสถานการณ์การละเมิดสิทธิมนุษยชน กรณี SLAPP และกระบวนการสันติภาพภายใต้รัฐบาลชุดใหม่ของนายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน ได้แก่ น.ส.อัญชนา หีมมิหน๊ะ จากกลุ่มด้วยใจ, นายมูฮัมหมัดอาลาดี เด็งนิ มูลนิธินูซันตาราเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา-NUSANTARA, นายชารีฟ สะอิ สภาประชาสังคมเพื่อสันติภาพชายแดนใต้, นายซาฮารี เจะหลง พ่อบ้านใจกล้า และ นายฮากิม พงตีกอ The Patani ดำเนินรายการโดย ภาณุ วงศ์ชะอุ่ม ผู้สื่อข่าวอาวุโสของรอยเตอร์ อดีตประธาน FCCT

ในตอนหนึ่ง นายมูฮัมหมัดอาลาดี เด็งนิ จากมูลนิธินูซันตาราเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา-NUSANTARA กล่าวถึงสถานการณ์ 3 จังหวัดชายแดนใต้ว่า ตอนนี้เข้าสู่ปีที่ 20 มีเหตุการณ์เกิดขึ้น 21,166 เหตุการณ์ มีผู้เสียชีวิตไปแล้ว 7,273 คน และบาดเจ็บ 13,151 คน โดยรัฐบาลใช้งบประมาณในการแก้ปัญหาไปแล้ว 500,000 กว่าล้านบาท ผ่านนายกฯไปแล้ว 8 คน สำหรับเหตุการณ์ตอนนี้ยังคงอยู่ในช่วงเวลาสืบเนื่องจากที่เกิดขึ้นมา 10 กว่าปีมานี้

ซึ่งในปี 2013 มีการเจรจาสันติภาพครั้งแรก ภายใต้รัฐบาลพลเรือน นายกฯ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก่อนเข้าสู่รัฐบาลทหาร พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

“ในช่วงการเจรจากับรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ไม่ค่อยมีความคืบหน้า แต่ระยะปลายๆ คู่เจรจา บีอาร์เอ็น (BRN) กับรัฐบาลไทย ตกลง 3 ข้อคือ หยุดยิง แสวงหาทางออกทางการเมือง

“ช่วงที่มีการเจรจาครั้งล่าสุดกับบีอาร์เอ็นเราก็พยายามรณรงค์เรื่องกระบวนสันติภาพในพื้นที่ พยายามให้พื้นที่เอื้ออำนวยต่อการพูดคุย แต่ที่ผ่านมาดูเหมือนการทำงานประสบความยากลำบาก ตั้งแต่ปี 2562 จนถึงปัจจุบัน การดำเนินคดีนักกิจกรรมในพื้นที่ มีไปแล้ว 40 กว่าคนใน 7 กรณี คือการชุมนุมของเยาวชนปลดแอก และเคสการขุดศพอาร์ฟาน ซึ่งเป็นคนเจรจาภาครัฐกับชาวบ้าน กรณีห้ามไม่ให้มีการขุดศพและกรณีชาวบ้านแย่งศพ กรณีนักข่าวภาคสนามท้องถิ่นไลฟ์สดช่วงวิสามัญและช่วงที่จะนำศพไปฝัง รวมถึงเคสนักศึกษาที่จัดทำประชามติจำลอง การใส่ชุดมลายูแล้วถูกแจ้งข้อกล่าวหา และการระดมทุนช่วยเหลือญาติจากการปะทะ เป็นต้น” นายมูฮัมหมัดอาลาดีกล่าว

และว่า 40 กว่านักกิจกรรมในพื้นที่ถูกฟ้องในลักษณะปิดปาก ไม่ให้ทำกิจกรรม และคาดว่าอีกประมาณ 20 กว่าคนกำลังจะมีหมายเพิ่ม

“ในช่วงที่เจรจารอบล่าสุด เราพยายามประคับประคองสถานการณ์เพื่อเอื้อให้เกิดการพูดคุย ในเวลานี้เรากังวลอย่างมากว่ากระบวนการพูดคุยจะหยุดชะงัก” นายมูฮัมหมัดอาลาดีเผย

นายมูฮัมหมัดอาลาดีกล่าวเสริมว่า ในพื้นที่มีความพยามอย่างมากในการแสดงอัตลักษณ์ของตัวเอง ก่อนหน้านี้มีผ้าขาวม้าของพื้นที่ ‘กายน์ลือปัส’ จะถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์ของแนวร่วม ซึ่งพวกเราก็พยายามยืนยันว่า ผ้าข้าวม้าคืออัตลักษณ์ของพื้นที่ที่ใช้ผ้าขาวม้าในชีวิตประจำวัน หลังจากนั้นเราสร้างซุ้มประตูชัยก็ถูกมองว่าเป็นซุ้มแนวร่วม สุดท้ายคือเรื่องชุดมลายู ซึ่งไม่ใช่เคสแรก แต่มีการรณรงค์มา 10 กว่าปีแล้ว เพียงแต่ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เราจัดชุดนุมจำนวนมาก มีคนเข้าร่วมไม่ต่ำกว่าหลักหมื่น มีการนำธงเข้าไป มีทั้งธงของหมู่บ้าน กลุ่มต่างๆ มีธงของบีอาร์เอ็นเพียงผืนเดียว ซึ่งถูกยกเพียงไม่ถึง 10 นาทีก็ถูกห้ามโดยผู้จัด ตกใจกันทั้งฝ่ายความมั่นคงและกลุ่มต่างๆ

นายมูฮัมหมัดอาลาดีกล่าวว่า เราได้เข้าชี้แจงรองแม่ทัพ กอ.รมน. ซึ่งสิ่งที่ กอ.รมน.ติดใจตอนนั้นมี 2-3 เรื่องคือ คำสัตยาบัน ที่เรายืนยันว่าเป็นแค่คำมั่นสัญญาว่าจะนำความรู้ความสามารถมาช่วยเหลือสังคม ไม่มีคำว่าต่อต้านรัฐบาล ซึ่งเมื่อชี้แจงทาง กอ.รมน.ก็ไม่ติดใจ ชี้แจงเรื่องธงและเรื่องตะเบ๊ะในขณะให้สัตยาบัน เรายังไม่เข้าใจว่าตะเบ๊ะผิดกฎหมายตรงไหน นอกจากนั้นยังมีข้อหายุยงปลุกปั่น อั้งยี่ซ่องโจร เราจัดในที่สาธารณะ ไปโดนข้อหานั้นได้อย่างไร คือสิ่งที่ค้างคาใจ

นายมูฮัมหมัดอาลาดีมองว่า การดำเนินคดีเป็นไปเพื่อห้ามปรามการชุมนุม ซึ่งคาดว่าปีนี้จะมีจำนวนเรือนแสน เพราะที่ผ่านมามีผู้เข้าร่วม 40,000 กว่าคน

ทั้งนี้ นายมูฮัมหมัดอาลาดียังเผยด้วยว่า ในวันพรุ่งนี้มูลนิธินูซันตาราเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา มีการนัดพบ พ.ต.ท.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เพื่อพูดคุยถึงปัญหาที่เกิดขึ้น ที่กระทรวงยุติธรรม อีกด้วย

“สุดท้าย ถ้าคนจีนใส่ชุดมลายูก็คงไม่มีปัญหาอะไร แต่พวกเราที่เป็นนักกิจกรรม ใส่ชุดมลายูทำกิจกรรม รวมตัวกันเยอะเมื่อไหร่ ก็จะมีปัญหาทันที” นายมูฮัมหมัดอาลาดีกล่าวทิ้งท้าย

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : นักกิจกรรม เปิดยอดฟ้องปิดปาก-แก้ปม ‘แดนใต้’ ใช้ไปแล้ว ‘5 แสนล้าน’ ผ่านมา 8 นายกฯ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...