ความเป็นไทยที่มากกว่าท่องเที่ยว ‘ทูตเยาวชน’ เตรียมขนซอฟต์เพาเวอร์ ลงเรือร่วมเปลี่ยน ‘เอเชียอาคเนย์’
สื่อสารความเป็นไทย
ไม่เพียงแค่ชุดที่เยาวชนทั้ง 10 ชีวิตสวมใส่ แต่พวกเขากำลังจะพกวาระระดับชาติใส่กระเป๋า เอาไอเดียบรรจุสมองเตรียมซอฟต์เพาเวอร์ไปเผยแพร่
เป็นตัวแทนจากไทยแลนด์ พร้อมแลกเปลี่ยน เมกเฟรนด์กับเยาวชนทั้ง 10 ชาติ ในโครงการ เรือเยาวชนเอเชียอาคเนย์ ครั้งที่ 47 (SSEAYP 2023) โดยมีรัฐบาลญี่ปุ่นเป็นเจ้าภาพ กรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ร่วมมือ เพื่อกระชับสัมพันธ์ ‘ญี่ปุ่น ไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ บรูไนดารุสซาราม เวียดนาม กัมพูชา ลาว และเมียนมา’ เพิ่มความแกร่งให้ทั้งอาเซียน ไปพร้อมๆ กับการสร้างเครือข่ายเยาวชน ที่จะช่วยระดมทางออกให้กับภูมิภาค ใน 5 ประเด็นสำคัญที่ทั้งโลกกำลังโฟกัส
เพราะ ‘การพัฒนาที่ยั่งยืน’ หรือ SDGs เป็นภารกิจระดับโลกที่พิชิตคนเดียวไม่ได้ ขณะเดียวกันยังเป็นโจทย์เดียวกันกับที่รัฐบาลไทยให้น้ำหนัก
“พูดตรงๆ เห็นโครงการนี้ผ่านเฟซบุ๊ก ตอนแรกไม่รู้จักเลยไปหาข้อมูลเพิ่มเติม พอเห็นว่ามีมา 40 กว่าปีแล้ว ยิ่งน่าสนใจว่าอะไรที่ทำให้ตัวโครงการนี้ยั่งยืน อยู่มานาน เด่นตรงที่ได้เอาตัวแทนอาเซียนมาดิสคัตกันโดยตรง” ฟิตดาว หีมปอง หรือ ฟีน นักศึกษาชั้นปีที่ 1 คณะทันตแพทยศาสตร์ ม.เชียงใหม่ เปิดใจถึงเหตุผลของการลองสมัคร ก่อนฝ่าด่านได้เป็น 1 ในตัวแทน
ที่ผ่านมาตัวแทนเยาวชนจะได้ขึ้นเรือนิปปอน มารู ล่องทะเล จอดแวะแต่ละประเทศ รอบนี้ปรับใหม่ให้เข้ากับนิวนอร์มอล ไปเยือนญี่ปุ่นถึง 10 วันเต็ม ระหว่างวันที่ 19 พฤศจิกายน-8 ธันวาคมนี้ ไม่ใช่แค่อภิปรายปัญหาทางสังคมในภูมิภาค แต่ยังมีโอกาสโชว์ความเชี่ยวชาญในหมู่เยาวชน
เข้าพบบุคคลสำคัญของประเทศต่างๆ ไปเยี่ยมคารวะนายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่น พบนักการเมือง ผู้บริหาร เยือนท้องถิ่น สันทนาการกับคนพื้นบ้าน สัมผัสการใช้ชีวิตกับโฮสต์แฟมิลี่ในเมืองรองของแดนอาทิตย์อุทัย ในฐานะ ‘ทูตเยาวชน’ ก่อนเป็นเจ้าภาพจัด SIGA Pattaya 2024 รียูเนียนของคนโครงการเรือ ในปีหน้า
จันทิมา ถาวรนาน หรือ โปเต้ NL National leaders ปี 2566 ผู้ทำงานในกองวิเทศสัมพันธ์และความร่วมมือนานาชาติด้านที่อยู่อาศัย การเคหะแห่งชาติ ซึ่งปีนี้ได้รับหน้าที่เป็นหัวหน้าคณะเยาวชน ติดต่อประสานงานกับญี่ปุ่นและดูแลเยาวชนไทยในทีม
บอกตรงๆ ว่าแต่ละคนมาจากต่างที่แต่ค่อนข้างดีลกันง่าย เพราะทุกคนมีแพชชั่น ตั้งใจ เตรียมตัวร่วม 2 เดือนให้พร้อมทั้งร่างกาย จิตใจและความรู้
“ในไทยยังมีอีกหลายภาคส่วนที่ต้องการการสนับสนุนให้เกิดการพัฒนา ไม่ว่าจะเรื่องความเท่าเทียมทางเพศ การศึกษา สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ การเดินทางไปเจอเยาวชนอาเซียนในครั้งนี้ จะทำให้ได้เห็นปัญหาในมิติที่กว้างขึ้น เราจะถอดบทเรียนความสำเร็จว่าปัญหาแบบนี้แต่ละประเทศมีวิธีแก้อย่างไร อันไหนเอามาปรับใช้ในไทยได้ ในส่วนของโครงการที่ทำสำเร็จไปแล้วในไทยก็เอาไปเผยแพร่ให้ทุกคนได้เห็น เป็นการโปรโมตวัฒนธรรมและความเป็นไปของไทยในมิติที่มากกว่าการท่องเที่ยว” น้ำเสียงของ โปเต้ เผยความเชื่อมั่น
ข้อดีของการที่ได้ไปแทรกซึมกับคนต่างชาติ คือจะได้รู้ว่าเขาชอบอะไรของไทย เอากลับมาเป็นจุดเด่นผลักดันเพื่อดึงดูดให้กลับเข้ามาบ้านเราได้อีกทาง
“ทั้งการแสดงทางวัฒนธรรม การแต่งตัว กิจกรรมต่างๆ ที่เราจะไปแลกเปลี่ยน เชื่อว่าจะเป็นหนึ่งในซอฟต์เพาเวอร์ที่เราจะใช้ผลักดัน ไม่ว่าจะตัวแทนรัฐบาล เยาวชน เพื่อให้เขาเป็นซอฟต์เพาเวอร์ปากต่อปากให้เราอีกที” หัวหน้าคณะเยาวชนเล่าความตั้งใจของทีม
กับดักยากจน
ก้าวพ้นด้วย ‘การศึกษาเท่าเทียม’
ดีใจที่จะได้เจอคนตัวแทนรุ่นใหม่ทั้งอาเซียน ได้เห็นหลากหลายมุมมอง เห็นวัฒนธรรมของเขา โดยส่วนตัวเป็น ‘นักมวย’ แน่นอนว่าจะเอาไปโชว์ในช่วง National Presentation คู่กับฟ้าด้วย ซึ่งเราจะรวบรวมหลากหลายทางวัฒนธรรมลงไปในวันนั้น 3 นาที มีทั้งคนที่มีความสามารถแต่งเพลง ร้องเพลงแห่ได้ ไม่ได้พรีเซ็นต์แค่รำอย่างเดียว ในฐานะนักมวยหญิงเราจะทำให้เขาเห็นภาพ Gender Empowerment ส่วนความเป็นไทยที่ต่างชาติน่าจะชอบที่สุดคือ ‘อาหาร’ เป็นซอฟต์เพาเวอร์จริงๆ ใครทานก็ถูกใจ มีให้เลือกหลากหลาย ศิลปวัฒนธรรมหรือวัดก็โดดเด่น อย่างธีมของเราปีนี้คือ ‘อรุณเฟสต้า’ ที่เราต้องการพรีเซ็นต์ ‘วัดอรุณราชวรารามมหาวิหาร’ หนึ่งในแลนด์มาร์กที่โชว์ความยิ่งใหญ่ให้ต่างชาติได้เห็นมาแล้ว
ความรู้ที่ได้เชื่อว่าจะนำไปสู่การสร้างโปรเจ็กต์ในอนาคตร่วมกัน เพราะจะมีการดิสคัตกลุ่ม 5 ประเด็นความยั่งยืน คือ 1.การศึกษาที่มีคุณภาพ (Quality Education) 2.ความเสมอภาคระหว่างเพศและการเสริมพลังสตรี (Gender Equality and Women’s Empowerment) 3.พลังงาน มาตรการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สังคมที่มุ่งเน้นการรีไซเคิล (Energy, Climate Change Measure, Recycling-Oriented Society) 4.การเติบโตทางเศรษฐกิจ และเมือง-ชุมชนที่ยั่งยืน (Economic Growth and Sustainable Cities and Communities) 5.สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี (Good Health and Well-being) ซึ่งการได้แชร์ข้อมูล อยู่ร่วมกัน 10 วัน มันอาจจะไปเติมเต็มบางโครงการในประเทศอื่นๆ หรือตัวแทนไทยที่เชี่ยวชาญบางด้าน เขาอาจจะทำโปรเจ็กต์ของตัวเองอยู่ แล้วเชิญคนอื่นๆ มาร่วมกันเป็นโครงการระดับ International ไปเลย
ญี่ปุ่นเด่นเรื่องทัพยากรธรรมชาติ ซึ่งเราจะได้แยกไปดูงานในเมือง ‘ไอจิ’ ต้องไปอยู่กับโฮสต์แฟมิลี่ ถือเป็นโอกาสดี เพราะเราเป็นข้าราชการมีช่องทางเยอะ ถ้าเห็นอะไรน่านำมาปรับใช้ก็สามารถคอนเน็กต์ได้เลย และทำ Project Sister City ให้เกิดความร่วมมือระหว่างจังหวัดได้
เราถูกเลือกเป็นตัวแทนด้าน ‘การศึกษาที่มีคุณภาพ’ ตอนนี้ก็กำลังทำโปรเจ็กต์ของตัวเองอยู่ ศึกษาเด็กพิการใน จ.ลำพูน เพราะมีอัตราเด็กพิการต่อจำนวนประชากรสูงสุดในไทย ถ้าได้ไปมีคอนเน็กชั่น ก็น่าจะเห็นภาพว่าประเทศอื่นบริหารจัดการเด็กเขาอย่างไร มองจากบริบทของไทย ถ้าเท่าเทียมทางการศึกษาจริงๆ ภาพรวมประเทศจะเจริญขึ้นได้ ปัจจุบันค่อนข้างเหลื่อมล้ำเยอะ เพราะโรงเรียนประจำจังหวัดได้ทรัพยากรเยอะ แต่กลายเป็นว่าโรงเรียนขนาดเล็กไม่ได้ เด็กที่อยู่ในชนบท กลุ่มชาติพันธุ์ก็เข้าไม่ถึง ทำให้เขาหลุดจากระบบการศึกษา มีทางเลือกในชีวิตน้อยมาก ถ้าทำให้ทุกคนเข้าถึงการศึกษาได้อย่างเท่าเทียม ไทยอาจพ้นจากกับดักความยากจน คีย์สำคัญคือ โอกาสเท่าเทียมกัน ซึ่งเราจะได้แลกเปลี่ยนกับประเทศอื่นเรื่องระบบจัดการ
นิศรา ปานช้าง (ทีชเชอร์)
นักวิเทศสัมพันธ์ชำนาญการ
สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย
ปฏิบัติหน้าที่เลขานุการผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน
แชร์ให้รักเมืองไทย
เวียดนามน่าสนใจ อยากรู้ ‘ทำไมโตเร็ว’
ในเอเชียด้วยกัน ระบบเศรฐกิจของเวียดนามน่าสนใจ เพราะอุตสาหกรรมเติบโตเร็วมาก เลยอยากไปถามเยาวชนของเขาว่าทำไมถึงโตได้เร็วขนาดนี้ รวมถึงเรื่องแรงงาน เทคโนโลยี นวัตกรรมก็น่าสนใจ อีกประเทศคือญี่ปุ่น เป็นผู้นำที่ขับเคลื่อนหลายอย่างในโลก ไม่ว่าจะ Climate Change, ซอฟต์เพาเวอร์, การ์ตูน ภาพยนตร์ ก็ดังถึงบ้านเรา โครงการนี้นอกจากได้แลกเปลี่ยนวัฒนธรรม หารือเรื่องสังคม เศรษฐกิจ เป็นเวทีระหว่างประเทศที่เยาวชนมีส่วนการขับเคลื่อนความเปลี่ยนแปลง ยังได้ไปเมกเฟรนด์ เอาสตรีทฟู้ด หนังผี ภาษาไทยไปแชร์ให้เพื่อนต่างชาติเข้าใจและชอบเมืองไทย
จะได้เห็นจุดเด่น รู้ว่าเขากำลังทำอะไร สนใจเรื่องอะไร เอาเรื่องความเท่าเทียมทางเพศ และประเด็นทางสังคมอื่นๆ ซึ่งทุกวันนี้สำคัญมาก กลับมาผลักดัน เราจะสร้างอาสาสมัครช่วยเหลือคนที่ด้อยโอกาสได้อย่างไร เพื่อกระจายความเท่าเทียมไปที่หย่อมหญ้าอื่นๆ ? ส่วนตัวได้รับมอบหมายเรื่อง Climate Change ก็น่าจะได้บทเรียนพอสมควร อย่างไทยทุกวันนี้ อากาศร้อนจาก Heat wave หรือแม้กระทั่งเรื่องน้ำจะท่วมกรุงเทพฯ จากระดับน้ำทะเลที่สูงเกินมาตรฐาน การได้ไปแชร์กับเพื่อนประเทศอื่นน่าจะช่วยเราได้ อย่างญี่ปุ่นอาจจะมีวิธีจัดการน้ำท่วมที่ดี มีการใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ หรือการออกแบบผังเมือง ซึ่งไทยเองก็พยายามผลักดันการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ผ่าน BCG โมเดล ที่ไม่ได้ส่งเสริมแค่เศรษฐกิจ แต่ยังพัฒนาสภาพแวดล้อมให้เติบโตอย่างยั่งยืนด้วย
ฉัตรสุมาลย์ มงคลศิริ (เม็ดบัว)
ข้าราชการ กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์
เวทีเยาวชน เปิดกว้างเสรีภาพ
พร้อมถกปมเพศสภาพ-พลังสตรี
การสร้างมิตรภาพที่ดีกับเยาวชนในอาเซียน น่าจะช่วยให้การประสานเรื่องอื่นๆ ในอนาคตง่ายมากขึ้นด้วย ปีนี้ปรับรูปแบบเป็นการไปเยี่ยมเมืองต่างๆ ซึ่งฟ้า คู่กับโจโจ้ จะไปแลกเปลี่ยนภาษา สถานที่ท่องเที่ยว อาจจะได้ลองทำอาหารไทยที่บ้านโฮสต์เล็กน้อย เหมือนไป
ตีท้ายครัว
ปัญหาหลักที่สนใจและทำอยู่ในงานด้วย คือเรื่อง ความเสมอภาคระหว่างเพศและการเสริมพลังสตรี อย่างเรื่องการค้ามนุษย์ ก็จะไปสะท้อนปัญหาว่าหลายๆ ครั้งผู้เสียหายที่ได้รับการช่วยเหลือ ส่วนหนึ่งอาจจะด้อยค่าตัวเองและเกิดจากความยากจนส่วนหนึ่ง แต่ถ้าเกิดเขาเข้าใจว่าตัวเองมีศักยภาพมากน้อยแค่ไหนและได้รับโอกาสจากภาครัฐและเอกชนที่ร่วมือกัน จะช่วยป้องกันปัญหาโดยไม่ต้องตามแก้ทีหลัง ทำให้เราได้ข้อมูลไปพูดคุยเชิงนโยบายกับภาครัฐได้ดีขึ้น หรืออย่างเรื่อง Sex Workers ถ้าเราไปในนามของรัฐบาล เวลาร่วมประชุมจะมีข้อจำกัดเยอะ ทั้งด้านการเมือง การทูต แต่การคุยในฐานะเยาวชนเปิดกว้างกว่าในเชิงเสรีภาพ อาจจะใช้ความคิดสร้างสรรค์ได้มากกว่า เพราะเวทีนี้ถือเป็นกระบอกเสียงของเยาวชน ไม่มีการตัดสินกัน ว่าอันไหนถูก-ไม่ถูก เหมาะ-ไม่เหมาะ
ฟ้าฤดี ทรงลักษณ์ (ฟ้า)
เจ้าพนักงานปกครองชำนาญการ กรมการปกครอง
กระทรวงมหาดไทย (อยู่ระหว่างลาศึกษาต่อปริญญาเอก)
อยากให้ไทย ใช้ ‘พลังงานสะอาด’
รู้จักโครงการนี้มานานมากๆ ตั้งแต่อายุ 14 ปี เพราะเคยเป็นตัวแทนจากโรงเรียนเข้าร่วมโครงการพัฒนาเยาวชนพัฒนาชาติ ภาคเหนือ ซึ่งเป็นโครงการ Post Program ของพี่ๆ ในเยาวชนโครงการเรือเยาวชนฯ ตั้งแต่รู้ว่าได้รับคัดเลือก มีการแบ่งส่วนงานกันว่าใครดูแลเรื่องไหน อัพเดตทุกสัปดาห์
ต้นฝ้ายดูเรื่อง ‘พลังงานและสิ่งแวดล้อม’ อยากเรียนรู้จากทุกประเทศ หลักๆ คือญี่ปุ่น ว่าเขาพัฒนาเทคโนโลยีอะไรมาช่วยให้ยั่งยืน คิดว่าถ้าไทยเน้นการใช้พลังงานสะอาดได้ก็คงดี อาจจะลงทุนค่อนข้างสูง ต้องดูว่าทั้งภาครัฐและเอกชนพร้อมร่วมมือไปด้วยกันไหม คิดว่า ‘ความยั่งยืน’ ต้องเกิดจากการรู้คุณค่าก่อน แล้วช่วยกันรักษาทรัพยากร ปลูกฝังจิตสำนึกตั้งแต่เด็กให้คำนึงถึงส่วนรวมเป็นหลัก พอกลับมาทีมเราจะทำ Post Program Activity ให้เห็นเป็นรูปเป็นร่าง ทำสิ่งดีๆ ให้สังคมไทย อาจจะออกมาในลักษณะค่ายเยาวชน โครงการนี้เหมาะกับคนชื่นชอบการทำกิจกรรม เรามีไฟ มีแรงที่อยากจะทำสิ่งดีๆ เพื่อสังคม
ศศิกาญจน์ จิตตวะนา (ต้นฝ้าย)
นักศึกษาปริญญาโท คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน ม.ธรรมศาสตร์
และ Program Manager สถาบันผู้นำเครือเจริญโภคภัณฑ์ (CPLI)
ทำให้เป็นไลฟ์สไตล์
ปรับวิถีชีวิต แถมหนุน ‘โลคอล’
ครั้งนี้ได้รับเลือกให้ไปดูเรื่อง ‘สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี’ ทำงานด้านการสื่อสารก็จริง แต่สนใจ ‘สุขภาพผ่านการกิน’ ส่วนตัวรับประทานวีแกนด้วยเหตุผลทางด้านสุขภาพ ซึ่งจริงๆ ไม่ได้มีประเด็นแค่นั้น มันเป็นเรื่องการบริโภค Locally ที่เชื่อมโยงไปถึงชุมชน เรามาจากเชียงใหม่ ในพื้นที่ก็เริ่มมีการขับเคลื่อนเรื่องเหล่านั้น อากาศแย่ในทุกๆ ปีเกิดจากอะไร? แล้วเราจะช่วยได้อย่างไรในระดับปัจเจก
ถ้าสมมุติต้องปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต ก็คิดว่าน่าลองพูดเรื่องใกล้ตัวให้กลายเป็นไลฟ์สไตล์ สามารถสื่อสารออกไปในเชิง Health and Well-being ผ่านการกิน การใช้ชีวิต อาจจะส่งผลกระทบที่ดีในวงกว้าง ก็รับเคสจากในไทยไปแลกเปลี่ยนกับเพื่อนๆ ในอาเซียน ด้วย
นิชาภา นิศาบดี (ริบบิ้น)
Founder & Communication Lead บริษัท สามสี่โปรดักชั่น จำกัด
………………..
บินมาเพื่อการนี้ รอบนี้ตัวอยู่ไต้หวัน พอรู้ว่าต้องบินกลับมาแต่ก็ตั้งใจมากเราอยากเป็นส่วนหนึ่ง การเป็นตัวแทนเยาวชนไทยมันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ตัวโครงการมีความยูนีค ได้ขึ้นเรือไปที่ต่างๆ แม้ปีนี้จะดีไซน์โครงการใหม่ แต่ได้อยู่โลคอลกับคนญี่ปุ่นท้องถิ่นจริงๆ
เราเคยไปโครงการของญี่ปุ่นมาแล้ว เขามีการจัดงานที่ดีมากเพื่อจะได้เห็นอะไรที่มันเปลี่ยนแปลงจริงๆ สนใจเรื่อง การเติบโตทางเศรษฐกิจและเมือง-ชุมชนที่ยั่งยืน จะได้รู้ว่าทั้งอาเซียนมีวิธีการบริหารเศรษฐกิจประเทศเขาอย่างไร มีจุดไหนไหมที่เราสามารถนำเอามาทำได้ในฐานะเยาวชนด้วยกันเอง
ณัฐพร อุณหบัณฑิต (มอมแมม)
นักศึกษาทุนรัฐบาลไต้หวัน
ปริญญาโทด้าน International Human Resource Development,
National Taiwan Normal University
และ Visual Note Taker เพจ Supermommam
เขาวางระบบยังไง?
เตรียมจดไอเดีย ‘โครงสร้างพื้นฐาน’ เพื่อทุกคน
การจะพัฒนาชุมชนให้ยั่งยืนสิ่งที่ขาดไม่ได้คือ ‘การมีส่วนร่วม’ และครั้งนี้ผมเลือกหัวข้อ Economic Growth และ Sustainable Cities and Communities ซึ่งตรงกับตำแหน่งที่ผมทำอยู่ด้วย ไปอภิปราย
ต้องบอกว่าหลายชุมชนที่ได้สัมผัสมา ไม่ว่าในเมืองหรือชนบท ต้องการพัฒนาในแนวทางของตัวเอง ลำพังเขาทำสิ่งนี้ได้ด้วยตัวเอง แต่ถ้ามีภาครัฐ เอกชนเข้ามาสนับสนุน ทุกฝ่ายร่วมมือประสานกันเป็นหนึ่ง แนวทางการพัฒนาทั้งในชุมชนและภาพรวมเมืองก็จะตอบโจทย์คนทุกกลุ่ม ทุกเพศ ทุกวัย และเป็นไปอย่างยั่งยืน
ถ้าเราจะสร้างเมือง ต้องสำรวจว่าในเมืองมีประชากรกลุ่มใดบ้าง ไม่ใช่สร้างตึกหรือที่สาธารณะขึ้นมาแต่ไม่ได้คำนึงว่าจะสะดวกกับคนพิการในการใช้ชีวิต โดยสารสาธารณะ หรือใช้รถเข็นเคลื่อนที่ไหม ซึ่งที่ญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก เป็นการดีที่เราจะได้ไปศึกษา facilities เหล่านี้แม้กระทั่งฟุตปาธ โครงสร้างพื้นฐานของเมือง ว่าเขาวางระบบกันอย่างไรให้รองรับประชาชนทุกกลุ่ม
ตรีภูมิ ไกรสรทองศรี (ทีม)
นักพัฒนาชุมชนปฏิบัติการ กองสวัสดิการสังคม เทศบาลนครนครปฐม
ไทยต้องเร่งบรรจุ ‘สุขภาพจิต’ วิชาบังคับ
เคยเป็นตัวแทนเยาวชนไทย เข้าร่วมประชุมองค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งองค์การสหประชาชาติ (UNIDO) ที่กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย เมื่อปี 2018 มีโอกาสร่วมร่างและนำเสนอนโยบายสุขภาพจิต ให้กับเยาวชนไทย ที่สำนักงานใหญ่อาเซียน กรุงจาการ์ตา อินโดนีเซีย ในเดือนนี้ ก่อนเดินทางไปญี่ปุ่นด้วย
สุขภาพจิต เป็นเรื่องใหญ่ โครงการตอนนี้กำลังทำร่วมกับรัฐบาลออสเตรีย เรากำลังสร้างสุขภาพจิตให้เป็น 1 ในวิชาบังคับในระบบการศึกษาของไทย นอกจากเราจะมีการศึกษา Physical Education (PE) ยังอยากให้ไทยมี Mental Education (ME )ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่เด็กประถมจนถึงมัธยม หลังจากนั้นจะเป็นหลักสูตรที่มีความสนุกทั้งเกม ความรู้ มีแอนิเมชั่นให้เด็กได้เรียนรู้อารมณ์ของตัวเอง วิธีการจัดการความเครียดต่างๆ เพื่อให้เขามีภูมิคุ้มกัน รับมือกับปัญหา ความเครียดได้เมื่อโตขึ้น
ที่ทราบตอนนี้ ไทยเป็นอันดับ 3 ของอาเซียนแล้ว ที่สถิติการฆ่าตัวตายสูงที่สุด และอาจจะสูงขึ้นไปเรื่อยๆ เราจึงต้องร่วมมือกันให้เร็วที่สุด ซึ่งจีน่าก็ได้รับการเทรนจากคุณอมรเทพ สัจจะมุนีวงศ์ CEO ของแอพพ์สติ ‘Sati’ ที่ได้รับการสนับสนุนจากกรมสุขภาพจิตด้วย ตอนนี้ทุกภาคส่วนกำลังร่วมมือกัน แล้วเราก็โชคดีที่ได้เป็น 1 ในแกนนำเยาวชน ในการทำโครงการนี้ให้สำเร็จ
จีน่าเคยอยู่โครงการเรือ รุ่น 46.2 เป็นออนไลน์ในช่วงโควิด ตอนนั้นทำเรื่อง Good Health and Well-being แต่ปีนี้ได้ทำเรื่องความเสมอภาคระหว่างเพศและการเสริมพลังสตรี ซึ่ง 2 หัวข้อนี้มีความเชื่อมโยงมากๆ เพราะถ้าเขาไม่ได้รับการยอมรับ เราก็ช่วยเขาได้ไม่ครอบคลุม เลยตั้งใจมาก ด้วยความที่เป็นเยาวชนคนเดียวที่ต้องร่างนโยบายนี้ในอาเซียน อีกทั้งญี่ปุ่นมีอัตราการฆ่าตัวตาย ซึมเศร้าสูง อยากเอาปัญหาต่างๆ ที่เราเจอจากการแชร์ นำมาสู่การหาทางออกที่ดีที่สุดให้กับภูมิภาค และนำสิ่งที่ไทยพัฒนาอยู่ไปสู่อาเซียนได้ด้วย ซึ่งโครงการเรือฯจะเป็นสะพานเชื่อมให้ทุกคนร่วมกันจนสำเร็จ จะได้รู้ว่าประเทศอื่นมีแผนพัฒนาด้านด้านอะไรอยู่แล้วบ้าง และกำลังจะพัฒนาอะไร เทคโนโลยีอะไรที่เขามีเราไม่มี มันคือความสวยงามของความร่วมมือ
ญาทิศา อรุโณประโยชน์ (จีน่า)
นักศึกษาจิตวิทยาคลินิก มหาวิทยาลัยแห่งชาติดงฮวา ประเทศไต้หวัน, Fellow at Orygen Youth Health
ทรัพยากรไทย ยังกระจายไม่ดี
สร้างเครือข่ายผู้นำ เพื่อเปลี่ยนแปลง
ผมเป็นหัวหน้าเยาวชน Youth Leaders คอยดูแลเพื่อนๆ ความจริงทีมที่คัดเลือกมาแต่ละคนเรียกว่าเป็นที่สุดในแต่ละด้าน มีเอกลักษณ์ และความสามารถพิเศษที่ประกอบกันลงตัว พร้อมรีพรีเซ็นต์ ‘ไทยแลนด์’
ผมได้รับโจทย์ให้ดูเรื่อง ‘การศึกษาที่มีคุณภาพ’ เรียนด้านอีโคโนมิก แต่มีแพชชั่นด้านการศึกษาอย่างมาก เพราะเราเคยอยู่จุดนั้นมาก่อนโตมาในต่างจังหวัดที่การศึกษาเข้าไม่ถึง พยายามหาวิธีแก้ให้มันดีขึ้นตลอด จนทำแพลตฟอร์มของตัวเองขึ้นมา ‘Chance Th’ เป็นแพลตฟอร์มที่ดึงอาสาสมัครในท้องถิ่นมารวมกันทำให้เกิดอิมแพคเรื่องการศึกษาในไทย จัดเป็นค่ายเรื่อยๆ การไปครั้งนี้ผมสนใจทุกประเทศ แต่ละประเทศก็จะมีบริบทเฉพาะ ไม่เหมือนกัน เราจะได้เรียนรู้จากประเทศที่เขาทำสำเร็จแล้ว เคสสตัดดี้เป็นยังไง ทำอย่างไรให้ของเราดีขึ้นกว่าเดิม
ถ้าถามว่าการศึกษาไทย จะเท่าเทียมกันได้อย่างไร? จริงๆ เราต้องกลับไปดูที่งบประมาณแต่ละปีที่ลงสถานศึกษา จาก World Bank ข้อมูลชัดมาก ว่าเราลง 14% ของ Government Spending แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือคะแนนวีซ่าเรารั้งท้ายอันดับที่ 13 ของโลก ซึ่งมันต่ำมากๆ ปัญหาคือ 1.เราใช้ทรัพยากร (Resource) ไม่ดี ทำให้เกิดความไม่เท่าเทียม 2.คุณภาพยังต่ำอยู่ ต้องไปดูว่าเราจะเติมเต็มส่วนนี้อย่างไร ในเมื่อนโยบาย (Policy) ดี แล้วมันเกิดจากอะไร เราจะได้แลกเปลี่ยนหาทางแก้ มาปรับใช้
เรียกว่าเป็นการสร้างเครือข่ายเยาวชนขึ้นมาเครือข่ายหนึ่งเลยก็ว่าได้ พี่สาวผมก็เคยไปโครงการนี้ตอนอายุ 18 เมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว ทำให้เกิดการสร้างเครือข่ายผู้นำในแต่ละรุ่น
ถึงเวลาเราไม่รู้หรอกว่าจะไปเจอใครในอนาคต แต่มันเป็นการรวมกันที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงได้
แทนพล เลิศฤทธิ์เดชา (โจโจ้)
อาชีพธุรกิจส่วนตัวร้านวัสดุก่อสร้าง และรับเหมาก่อสร้างภาครัฐ
อธิษฐาน จันทร์กลม – เรื่อง
ภิญโญ ปานมีศรี – ภาพ