โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

คัด 5 หุ้นปันผลสุดเด่น เป็นโอกาสเก็บช่วงปลายปีนี้

Wealthy Thai

อัพเดต 18 ม.ค. 2567 เวลา 09.11 น. • เผยแพร่ 01 พ.ย. 2566 เวลา 02.26 น. • ณัฐภูมินทร์ ทวีทรัพย์

“เงินปันผล” คือสิ่งที่นักลงทุนหลายๆ คน ต่างตั้งความหวังเอาไว้ และปัจจุบันได้เข้าสู่ช่วงปลายปีกันแล้ว นักวิเคราะห์ต่างคาดการณ์ว่าเป็นช่วงที่ดีในการสะสมหุ้นปันผล เพื่อสร้างโอกาสในการลงทุน แต่จะมีกลยุทธ์การลงทุนแบบไหน Wealthy Thai หาคำตอบมาให้แล้ว ผ่านการประเมินของนักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด (บล.ทิสโก้)
โดยบล.ทิสโก้ บอกว่า ผลตอบแทนจากเงินปันผล ถือว่าเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของตลาดหุ้นไทย เพราะในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ผลตอบแทนจากเงินปันผลของตลาดหุ้นไทย นอกจากจะชนะอัตราเงินเฟ้อแล้ว มักให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าดอกเบี้ยด้วย
แต่แน่นอน! การลงทุนในตลาดหุ้นควรให้ผลตอบแทนที่สูงกว่าตลาดพันธบัตรเพื่อชดเชยความเสี่ยงที่สูงขึ้นจากการลงทุน อย่างไรก็ดี หากพิจารณาความเสี่ยงควบคู่กับ Upside ของราคาหุ้นเป็นรายตัว บล.ทิสโก้ เชื่อว่าการลงทุนในหุ้นปันผลยังให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าสำหรับการลงทุน 6 เดือนข้างหน้า
ประการแรก ในสภาวะการลงทุนหุ้นไทย ที่เผชิญความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางและความเสี่ยงเศรษฐกิจโลกชะลอตัวมากขึ้น หุ้นปันผลถือว่าตอบโจทย์การลงทุนได้เป็นอย่างดี
ประการที่สอง ตลาดหุ้นไทยนับตั้งแต่ต้นปีนี้ (YTD) ราคาปรับตัวลงมามากกว่า 16% ยิ่งเพิ่มโอกาสในการเข้าลงทุนหุ้นปันผล เพราะในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ (ช่วง ก.พ. - เม.ย. ปีหน้า) จะเข้าสู่ช่วงฤดูกาลที่ บจ.ไทยจ่ายเงินปันผลประจำปี
และประการที่สาม จากการศึกษาความเคลื่อนไหวหุ้นที่มีการจ่ายเงินปันผลสูง โดยใช้ดัชนี SETHD TRI ซึ่งเป็นตัวแทนหุ้นพื้นฐานดีที่มีการจ่ายเงินปันผลสูง 30 ตัวแรกของตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่รวมผลตอบแทนจากการเปลี่ยนแปลงของราคาหุ้นและเงินปันผลแล้ว เปรียบเทียบกับความเคลื่อนไหวของ SET TRI
พบว่า หุ้นปันผลมักจะให้ผลตอบแทนดีกว่าตลาดโดยรวมเสมอในช่วงเดือน ม.ค. – เม.ย. ของทุกปี เฉลี่ยประมาณ +2.5% และมีความเป็นไปได้สูงถึง 78% ดังนั้น จึงมองช่วงปลายปีนี้เป็นช่วงเวลาที่ดีในการทยอยเก็บหุ้นปันผล
บล.ทิสโก้ ได้คัดเลือกหุ้นปันผลที่น่าสนใจตามเกณฑ์ดังต่อไปนี้ 1.แนวโน้มกำไรในช่วงครึ่งปีหลังยังคงแข็งแกร่งและปีหน้ายังคงเติบโตได้จากปีนี้
2.มีฐานะการเงินแข็งแกร่ง-กระแสเงินสดมั่นคง 3. มีประวัติการจ่ายเงินปันผลที่ดีในอดีต และคาดการณ์ผลตอบแทนจากเงินปันผลในช่วงที่เหลือของปีนี้ โดยหักการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลไปแล้ว (Remaining Yield) มากกว่าระดับ 4%
และ 4. คำแนะนำเป็น “ซื้อ” และมี Upside มากกว่า 20% จากมูลค่าเหมาะสมตามปัจจัยพื้นฐาน เพื่อเปิดโอกาสรับผลตอบแทนที่ดีทั้งในแง่ของเงินปันผลและส่วนต่างราคาหุ้น
จากการตรวจสอบหุ้นที่อยู่ภายใต้การวิเคราะห์ทั้งหมด 132 บริษัท หุ้นปันผลเด่นที่มีคุณสมบัติครบตามเกณฑ์ที่กำหนดแนะนำเข้าลงทุน AP, BAM, ICHI, SCB และ TASCO
สำหรับ AP หลังจากยอดจองในไตรมาส 3 ลดลงไม่น่าประทับเท่าไหร่นักจากการเปิดตัวโครงการที่ลดลง แต่คาดในไตรมาส 4 จะสามารถเร่งฟื้นตัวกลับมาได้ ด้วยยอดการเปิดตัวที่เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว ทำให้คาดว่า AP จะสามารถรักษาระดับการจ่ายเงินปันผลเช่นเดิมที่มีผลตอบแทนราว 6% ได้ (คาดจ่ายปันผล 65 สต./หุ้น), เป้าหมายพื้นฐาน 15 บาท
ต่อกันที่ BAM เตรียมขยายพอร์ตสินเชื่อ NPLs และ NPAs ตามซัพพลายที่เร่งตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งจะเป็นตัวกระตุ้นให้ BAM สามารถทำกำไรปรับตัวดีขึ้นได้ตั้งแต่ปี 67 – 68 ขณะที่การประเมินมูลค่าราคาไม่แพง และด้วยผลตอบแทนจากเงินปันผลที่สูงเกือบ 7% (คาดจ่ายปันผล 62 สต./หุ้น), เป้าหมายพื้นฐาน 16 บาท
ขณะที่ ICHI แนวโน้มผลประกอบการเติบโตแรง คาด CAGR 3 ปีเติบโตเฉลี่ยกว่าปีละ 27% ขณะที่ผู้บริหารก็มองไปในทางบวก โดยปรับเป้าหมายรายได้ปีนี้เพิ่มขึ้นกว่า 20% จากเดิมที่ 15% จากยอดขายและการรับจ้างผลิตที่เพิ่มขึ้น ด้านการจ่ายปันผล ให้ผลตอบแทนที่ค่อนข้างดีเช่นกัน โดยปีนี้คาดอยู่ที่ 76 สต./หุ้น คิดเป็นอัตราผลตอบแทนราว 5%, เป้าพื้นฐาน 21.5 บาท
ถัดมา SCB แม้ผลประกอบการไตรมาส 3 ออกมาต่ำกว่าคาด จากธุรกิจ Card X ที่อ่อนแอ แต่ยังเห็นธุรกิจ Auto X เติบโตได้ดี อีกทั้งธุรกิจธนาคารยังควบคุมคุณภาพสินทรัพย์ไว้ได้ ช่วยรองรับธุรกิจใหม่ Gen-III ที่กำลังอยู่ในช่วงลงทุน SCB จ่ายปันผลระหว่างกาลไปแล้ว 2.5 บาท/หุ้น คาดจ่ายอีก 5.5 บาท/หุ้น คิดเป็นผลตอบแทนปันผลมากกว่า 5%, เป้าพื้นฐาน 130 บาท
ปิดท้ายกันที่ TASCO แนวโน้มดีขึ้นมากหลังสหรัฐฯ ยกเลิกคว่ำบาตรเวเนซุเอลาชั่วคราว ทำให้บริษัทสามารถนำเข้าน้ำมันดิบจากเวเนซุเอลาได้ ซึ่งให้ผลตอบแทนจากการกลั่นเพิ่มขึ้น ประมาณการกำไรปี 67-68 ขึ้น 20% และ 2% ตามลำดับ, จ่ายปันผลระหว่างกาลไปแล้ว 0.25 บาท/หุ้น คาดจะจ่ายอีก 1 บาท/หุ้น คิดเป็นเงินปันผลที่เหลืออีกเกือบ 6%, เป้าพื้นฐาน 25 บาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...