โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

'ปานปรีย์' เผยหลังเยือน สปป. ลาว มุ่งลดอุปสรรค หวังเพิ่มมูลค่าการค้า 3.6 แสนล้านบาท

VoiceTV

อัพเดต 30 ต.ค. 2566 เวลา 16.23 น. • เผยแพร่ 30 ต.ค. 2566 เวลา 16.13 น. • กองบรรณาธิการวอยซ์ออนไลน์

30 ต.ค. 2566 ปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศ ได้ร่วมคณะของนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน เยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป. ลาว) อย่างเป็นทางการ ภายหลังเสร็จสิ้นการเยือนของนายกรัฐมนตรีรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการ ต่างประเทศได้พบหารือทวิภาคีกับสะเหลิมไซ กมมะสิด รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศ สปป. ลาว เพื่อกำหนดแนวทางการดำเนินการให้เป็นไปตามผลการหารือระหว่างผู้นำสองประเทศ และความร่วมมือในช่วงที่ สปป. ลาว เป็นประธานอาเซียนในปี2567

ทั้งสองฝ่ายได้เน้นย้ำความสัมพันธ์ที่พิเศษระหว่างไทย - ลาว ที่เป็น “บ้านใกล้เรือนเคียง” ที่มีความผูกพัน ใกล้ชิดกันในทุกด้าน โดยการเยือน สปป.ลาว ของนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้เป็นการตอกย้ำความใกล้ชิดดังกล่าวและ เป็นการสานต่อพลวัตที่ดีของความสัมพันธ์ระหว่างกัน ผ่านการแลกเปลี่ยนการเยือนและการปรึกษาหารือระดับสูง กันอย่างสม่ำเสมอ โดย สปป.ลาว จะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือ ทวิภาคี ไทย-ลาว ครั้งที่ 23 ในปี 2567 ทั้งนี้ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้เชิญ

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ สปป. ลาว เยือนไทย ซึ่งฝ่ายลาวตอบรับ ด้วยความยินดี ทั้งสองฝ่ายให้ความสำคัญอย่างมากกับการเพิ่มปริมาณการค้าให้บรรลุเป้าหมายการค้าที่ 11,000 ล้าน ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 3.6 แสนล้านบาท ในปี 2568 โดยไทยพร้อมเป็นเจ้าภาพการประชุมแผนความร่วมมือ ระหว่างกระทรวงพาณิชย์กับกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า สปป.ลาว โดยเร็วในปี 2567เพื่อกำหนดแนวทาง อำนวยความสะดวกทางการค้าระหว่างกัน นอกจากนี้ ไทยพร้อมที่จะจัดการการประชุมผู้ว่าราชการจังหวัดและ เจ้าแขวงไทย-ลาว ในช่วงต้นปี 2567 เพื่อส่งเสริมการค้าระหว่างจังหวัดและแขวงชายแดน

ทั้งสองฝ่ายเน้นย้ำความจำเป็นในการผลักดันให้กลไกทวิภาคีที่เกี่ยวข้องกับโครงการความเชื่อมโยงระหว่าง สองประเทศทำงานอย่างใกล้ชิดเพื่อผลักดันให้โครงการต่าง ๆ มีความคืบหน้าตามกรอบเวลาที่ผู้นำสองฝ่ายเห็นชอบ ร่วมกัน ได้แก่การเริ่มก่อสร้างโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 2 (หนองคาย – เวียงจันทน์) ก่อนปี2569 และ การขยายบริการรถไฟข้ามแดนจากหนองคายไปถึงสถานีรถไฟเวียงจันทน์ (คำสะหวาด) ภายในต้นปีหน้า เพื่อส่งเสริม การท่องเที่ยวและการเชื่อมโยงกับโครงการรถไฟลาว – จีน ให้สะดวกยิ่งขึ้น

ในด้านการขนส่งและโลจิสติกส์ สองฝ่ายได้ตกลงที่จะทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดเพื่อลดระยะเวลาและต้นทุน ของการเปลี่ยนถ่ายสินค้า ทั้งทางรางและทางถนน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านโลจิสติกส์ของสองประเทศ และภูมิภาค และจะร่วมมือกันเร่งรัดให้มีการจัดตั้งพื้นที่ควบคุมร่วมกัน (Common Control Area: CCA) บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 2 (มุกดาหาร – สะหวันนะเขต) เพื่อลดขั้นตอนด้านพิธีการศุลกากร ณ จุดผ่านแดนดังกล่าว และส่งเสริมการคมนาคมขนส่งระหว่างไทย - ลาว - เวียดนาม

ด้านการท่องเที่ยว ทั้งสองฝ่ายจะผลักดันให้หน่วยงานด้านการท่องเที่ยวของสองประเทศเร่งจัดทำแผน เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวร่วมกันในโอกาสปีแห่งการท่องเที่ยว สปป. ลาว ในปี 2567

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้ใช้โอกาสนี้หารือกับรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ สปป. ลาว เกี่ยวกับประเด็นที่ สปป. ลาว จะให้ความสำคัญในการเป็น ประธานอาเซียนในปี 2567 โดยได้เน้นย้ำความพร้อมของไทยที่จะสนับสนุน สปป. ลาว อย่างเต็มที่ ในโอกาสนี้รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้ไปเยี่ยมชมเขตโลจิสติกส์ นครหลวงเวียงจันทน์ (Vientiane Logistics Park: VLP) เพื่อหารือแนวทางในการเพิ่มประสิทธิภาพ ลดอุปสรรค และอำนวยความสะดวกการขนส่งสินค้าทางรถไฟไทย – ลาว – จีน ซึ่งเป็นประเด็นที่ผู้ประกอบการไทยให้ ความสำคัญ

นอกจากนี้ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้พบปะกับกลุ่มนักธุรกิจไทย ใน สปป. ลาว เพื่อแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับการส่งเสริมความร่วมมือด้านเศรษฐกิจระหว่างไทยกับ สปป. ลาว ให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...