โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สารพันเรื่องราวน่าพิศวงของ “เอเลียน” และความคืบหน้าของการค้นหาสิ่งมีชีวิตต่างดาวในปี 2021

Khaosod

อัพเดต 01 ม.ค. 2565 เวลา 11.48 น. • เผยแพร่ 01 ม.ค. 2565 เวลา 11.48 น.

ข่าวคราวความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับปรากฏการณ์ประหลาดอย่างจานบินหรือยูเอฟโอ, สิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาจากนอกโลก, หรือแม้แต่จุลชีพตัวจิ๋วที่อาจอยู่ในมหาสมุทรหรือชั้นบรรยากาศของต่างดาว ล้วนเป็นเรื่องราวที่ผู้คนทั่วโลกให้ความสนใจติดตามกันมาโดยตลอด แต่ในปี 2021 ข่าวคราวเกี่ยวกับการค้นหาความจริงในเรื่องเหล่านี้ออกจะน่าผิดหวังอยู่ไม่น้อย

เริ่มจากเมื่อเดือนมิถุนายนของปีที่แล้ว กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เปิดเผยรายงานการพบเห็นยูเอฟโอ 144 ครั้ง ระหว่างปี 2004-2021 โดยยืนยันว่าทั้งหมดเป็นการพบเห็นวัตถุของจริงไม่ใช่ภาพลวงตา แต่ก็ไม่มีครั้งใดเลยที่มีความเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกับยานบินของมนุษย์ต่างดาว

รูป

 

ส่วนกล้องโทรทรรศน์วิทยุอาเรซิโบ ซึ่งตั้งอยู่ที่เปอร์โตริโกและเป็นอุปกรณ์หลักในการค้นหาสิ่งมีชีวิตต่างดาวขององค์กร "เซติ" (SETI) อันโด่งดังนั้น เกิดความเสียหายอย่างหนักจนไม่อาจซ่อมแซมได้ และถึงขั้นต้องทุบทิ้งหลังจากใช้งานมานานหลายสิบปี แต่อุปสรรคเหล่านี้ก็ไม่สามารถจะขัดขวางความก้าวหน้าใหม่ ๆ ทางดาราศาสตร์ที่น่าตื่นเต้นในปี 2021 ซึ่งอาจนำเราไปสู่การค้นพบเอเลียนตัวจริงได้ในอนาคต

เอเลียนอาจติดตั้งโครงสร้างยักษ์ดึงพลังงานจากหลุมดำ

รูป

ทีมนักดาราศาสตร์จากมหาวิทยาลัยแห่งชาติชิงฮวาของไต้หวัน ได้เสนอวิธีการใหม่ที่อาจช่วยให้พบร่องรอยของเอเลียนที่มีอารยธรรมและเทคโนโลยีในระดับสูง ผ่านการมองหาโครงสร้างยักษ์ "ไดสันสเฟียร์" (Dyson sphere) ที่เอเลียนอาจสร้างไว้รอบหลุมดำเพื่อเก็บเกี่ยวพลังงานมหาศาลไปใช้

พวกเขาตั้งสมมติฐานว่า มนุษย์ต่างดาวที่มีอารยธรรมและความก้าวหน้าของเทคโนโลยีระดับสูง น่าจะติดตั้งโครงสร้างยักษ์แบบไดสันสเฟียร์รอบแหล่งพลังงานต่าง ๆ ในจักรวาล โดยอารยธรรมต่างดาวที่อยู่ในระดับสูงมาก ก็อาจต้องการพลังงานมากกว่าที่ได้จากดาวฤกษ์ของตนเอง ซึ่งทำให้หลุมดำเป็นเป้าหมายที่น่าสนใจในการค้นหาร่องรอยของเอเลียน

การที่หลุมดำปลดปล่อยพลังงานมหาศาลเป็นครั้งคราว ทั้งแสงสว่างและความร้อนหลายล้านองศาเซลเซียสจากจานพอกพูนมวล รวมทั้งการปะทุไอพ่นเป็นลำไอออนความเร็วสูงเกือบเท่าแสง ทำให้มนุษย์สามารถตรวจพบรังสีอินฟราเรดที่มีเอกลักษณ์พิเศษได้ หากเอเลียนมาสร้างไดสันสเฟียร์เพื่อเก็บเกี่ยวและแปลงพลังงานจากหลุมดำไปใช้จริง

ดาวเคราะห์ทำเลดีที่สุด 29 ดวง ที่เอเลียนอาจใช้สังเกตการณ์โลก

ในเมื่อมนุษย์มุ่งค้นหาสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาต่างดาว แล้วพวกเขาจะกำลังจับจ้องเฝ้ามองโลกของเราอยู่เหมือนกันไหม ? เพื่อไขคำตอบในเรื่องนี้ ทีมนักดาราศาสตร์จากหลายสถาบันของสหรัฐฯ ได้ลงมือวิเคราะห์ฐานข้อมูลดวงดาวจำนวนมหาศาลที่มีอยู่ในปัจจุบัน และผลปรากฏว่ามี "ทำเลทอง" ที่ใช้แอบมองโลกได้ชัดเจน อยู่บนดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะถึง 29 ดวง

ดาวเคราะห์ที่มีสภาพเอื้อต่อการดำรงอยู่ของสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ นับว่าอยู่ในตำแหน่งเหมาะเจาะที่สุดสำหรับการดักฟังสัญญาณวิทยุจากโลก รวมทั้งเหมาะสมต่อการเฝ้าสังเกตปรากฏการณ์ "ทรานซิต" (transit) ขณะโลกโคจรผ่านหน้าดวงอาทิตย์ได้ชัดเจนที่สุดโดยไม่มีสิ่งใดมากีดขวาง ซึ่งปรากฏการณ์นี้จะทำให้สิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาต่างดาวได้รับรู้ถึงการมีอยู่ของดาวเคราะห์โลก รวมทั้งทราบถึงข้อมูลอื่น ๆ เช่นองค์ประกอบของชั้นบรรยากาศ แร่ธาตุ และร่องรอยของสิ่งมีชีวิตบนโลก

ตัวอย่างของดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะที่อยู่ในทำเลทองสำหรับการเฝ้าจับตาดูโลกของเรา หนึ่งในนั้นคือดาวเคราะห์คล้ายโลกในระบบดาวแคระแดง Ross 128 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มดาวสาวพรหมจารี (Virgo) ที่อยู่ห่างจากโลกเพียง 11 ปีแสง

ดาวเคราะห์แบบใหม่ที่ให้กำเนิดสิ่งมีชีวิตได้

รายงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Astrophysical Journal เมื่อเดือนสิงหาคมของปีที่ผ่านมา พบว่าอาจมีดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะอยู่อีกประเภทหนึ่ง ซึ่งสามารถจะเรียกได้ว่าดาว Hycean เพราะมีแหล่งน้ำเป็นมหาสมุทรกว้างใหญ่ และมีไฮโดรเจนเป็นองค์ประกอบหลักของชั้นบรรยากาศ

สภาพแวดล้อมของดาว Hycean นับว่าคล้ายคลึงกับปล่องน้ำร้อนที่บริเวณก้นมหาสมุทรของโลกอย่างมาก ซึ่งสภาพแวดล้อมแบบสุดขั้วเช่นนี้ ก็ยังสามารถเป็นแหล่งกำเนิดและที่อยู่อาศัยของจุลชีพบางชนิดบนโลกได้ ทำให้น่าสงสัยว่าอาจมีสิ่งมีชีวิตที่คล้ายคลึงกันอยู่บนดาวเคราะห์แบบ Hycean ซึ่งน่าจะมีอยู่เป็นจำนวนมากในกาแล็กซีทางช้างเผือก

ลุ้นพบสิ่งมีชีวิตบนดวงจันทร์เอนเซลาดัสของดาวเสาร์

ก๊าซมีเทนที่พบในไอน้ำร้อน ซึ่งพวยพุ่งขึ้นมาจากมหาสมุทรใต้ผืนน้ำแข็งบริเวณขั้วใต้ของดวงจันทร์เอนเซลาดัส (Enceladus) ของดาวเสาร์ อาจเป็นร่องรอยบ่งชี้ถึงการดำรงอยู่ของสิ่งมีชีวิตได้

ผลการตรวจสอบตัวอย่างละอองน้ำ ซึ่งยานแคสสินีขององค์การนาซาสามารถเก็บมาได้จากห้วงอวกาศเหนือขั้วใต้ของเอนเซลาดัสเมื่อหลายปีก่อน พบว่ามีก๊าซมีเทนปะปนอยู่ในปริมาณที่เชื่อได้ว่าน่าจะเป็นผลผลิตของสิ่งมีชีวิต

ทีมวิจัยของนาซาได้นำข้อมูลดังกล่าวมาตรวจสอบกับแบบจำลองคอมพิวเตอร์อีกครั้ง จนพบว่ามีความเป็นไปได้ที่จุลชีพต่างดาวในมหาสมุทรของเอนเซลาดัสอาจกินแร่ธาตุอย่างไดไฮโดรเจน (Dihydrogen) เข้าไป แล้วขับถ่ายหรือ "ผายลม" ออกมาเป็นก๊าซมีเทน

สัญญาณจากดาวฤกษ์ที่อยู่ใกล้โลกที่สุด ไม่ใช่เทคโนโลยีของเอเลียน

ทีมนักฟิสิกส์ดาราศาสตร์ของโครงการ Breakthrough Listen แถลงผลการตรวจสอบครั้งที่ 2 ของสัญญาณวิทยุปริศนา BLC1 ซึ่งถูกส่งมาจาก "พร็อกซิมา เซนทอรี" (Proxima Centauri) ดาวฤกษ์และระบบดาวเคราะห์ที่อยู่ใกล้กับโลกของเรามากที่สุด โดยครั้งนี้กลับพบว่า สัญญาณดังกล่าวไม่มีเอกลักษณ์บ่งชี้ถึงการเป็นผลผลิตของเทคโนโลยีต่างดาวแต่อย่างใด

ข้อมูลล่าสุดจากกล้องโทรทรรศน์วิทยุพาร์กส์ในออสเตรเลียชี้ว่า พบสัญญาณที่เหมือนกับ BLC1 แต่สามารถชี้ชัดได้ว่าเป็นสัญญาณแทรกสอดรบกวนจากบนโลกของเรานี่เอง โดยในภายหลังพบว่าเป็นสัญญาณจากคอมพิวเตอร์หรือเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ในบริเวณใกล้เคียงซึ่งทำงานผิดพลาด

ประสบการณ์ถูกเอเลียนลักพาอาจเป็นความฝันแบบรู้ตัวบางส่วน

เรื่องประหลาดเรื่องหนึ่งที่เล่าขานกันมานานจากปากคำของผู้คนจำนวนไม่น้อยทั่วโลก ก็คือประสบการณ์ถูกเอเลียนลักพาตัวไปพูดคุยด้วย หรือถูกนำไปทำการทดลองทางวิทยาศาสตร์

แต่ในปี 2021 ศูนย์วิจัย PRC ของรัสเซียได้ทำการทดลองซึ่งสามารถพิสูจน์ได้ว่า ประสบการณ์ถูกเอเลียนลักพาตัวนั้นที่แท้ก็คือการฝันแบบรู้ตัวว่าฝันอยู่ (lucid dream) มากกว่าจะเป็นการเผชิญหน้ากับมนุษย์ต่างดาวของจริง

ทีมผู้วิจัยอธิบายว่า ความรู้สึกหวาดกลัวสุดขีดและการเป็นอัมพาตชั่วคราวขณะฝันถึงเอเลียนนั้นรุนแรงมาก จนทำให้เส้นแบ่งระหว่างความฝันและความเป็นจริงเลือนหายไป แต่สำหรับคนกลุ่มนี้แล้ว ประสบการณ์ถูกเอเลียนลักพาตัวนั้นเป็นเรื่องจริงอย่างแน่นอน เพียงแค่พวกเขาไม่รู้จะอธิบายออกมาให้ผู้อื่นเชื่อได้อย่างไรเท่านั้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...