โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

สาวโพสต์เตือนภัยเช็กแอป "หมอพร้อม" เจอประวัติโผล่รักษารพ.ดังปทุมฯ ทั้งที่ไม่เคยไป

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • ข่าวเวิร์คพอยท์

(26 ก.ค. 69) จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์ข้อความถามถึงการนำสิทธิ์รักษาพยาบาลของตนไปใช้โดยมิชอบ หลังตรวจสอบข้อมูลในแอปพลิเคชัน "หมอพร้อม" แล้วพบว่ามีประวัติการเข้ารับการรักษาและรับยาที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดปทุมธานี ทั้งที่ไม่เคยเข้ารับบริการที่โรงพยาบาลดังกล่าว

ล่าสุด (26 ก.ค.69) ทีมข่าวเวิร์คพอยท์ได้พูดคุยกับ คุณฮารุ อายุ 48 ปี เจ้าของโพสต์ เปิดเผยว่า จุดเริ่มต้นของเรื่องเกิดจากการพูดคุยกับเพื่อนเกี่ยวกับวัคซีนโควิด จึงดาวน์โหลดแอปหมอพร้อมเพื่อตรวจสอบประวัติการฉีดวัคซีน แต่กลับพบว่ามีประวัติการรับยาและเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดปทุมธานี ทั้งที่ไม่เคยเดินทางไปรักษาแม้แต่ครั้งเดียว

เมื่อตรวจสอบข้อมูลในระบบกลับพบความผิดปกติหลายจุด ไม่ว่าจะเป็นส่วนสูง น้ำหนัก บ้านเลขที่ และเบอร์โทรศัพท์ ซึ่งไม่ตรงกับข้อมูลของตน แต่ชื่อ-นามสกุลและเลขประจำตัวประชาชน 13 หลักกลับเป็นข้อมูลของตนเอง จึงเกิดความกังวลว่าอาจมีการนำสิทธิ์ไปรักษาแทน โดยจากข้อมูลพบว่ามีการใช้สิทธิ์ทั้งหมด 2 ครั้ง

หลังเกิดเหตุ เจ้าตัวได้ติดต่อกรมบัญชีกลาง ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ดูแลสิทธิ์รักษาพยาบาลของข้าราชการ เพื่อขอให้ตรวจสอบ แต่ระบุว่าเรื่องถูกส่งต่อไปหลายหน่วยงานโดยไม่มีผู้รับผิดชอบโดยตรง ก่อนจะได้รับคำแนะนำให้ไปดำเนินการขอหลักฐานกับโรงพยาบาลด้วยตนเอง

นอกจากนี้ ฮารุ ยังเปิดเผยว่า ภายหลังจากโพสต์เรื่องราวลงในโซเชียลมีเดีย มีผู้เสียหายหลายรายติดต่อเข้ามาแลกเปลี่ยนข้อมูล โดยบางรายพบประวัติการตรวจรักษาโรคหรือเนื้องอกในโรงพยาบาล ทั้งที่ไม่เคยเข้ารับการรักษาจริง ทำให้กังวลว่าอาจส่งผลกระทบต่อการทำประกันสุขภาพหรือการใช้สิทธิ์รักษาพยาบาลในอนาคต

เจ้าตัวยังระบุอีกว่า ภายหลัง อสม. ที่รู้จักกันได้ประสานไปยังโรงพยาบาลดังกล่าว ก่อนมีการแจ้งกลับผ่าน อสม. ว่าเป็นเพียง "การคีย์ข้อมูลผิด" พร้อมกล่าวขอโทษ แต่ยังไม่มีการออกหนังสือรับรองหรือเอกสารชี้แจงอย่างเป็นทางการ แม้เจ้าตัวจะร้องขอ เนื่องจากต้องการใช้เป็นหลักฐาน หากเกิดปัญหากับการทำประกันหรือการใช้สิทธิ์รักษาพยาบาลในอนาคต

สุดท้ายยอมรับว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้หมดความเชื่อมั่นต่อระบบการยืนยันตัวตนในการเข้ารับบริการของโรงพยาบาล และอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง รวมถึงทบทวนมาตรการป้องกันการสวมสิทธิ์รักษาพยาบาล เพื่อไม่ให้เกิดเหตุลักษณะเดียวกันกับประชาชนรายอื่นอีก

จากนั้นคุณเบนซ์ พรชัย ผู้สื่อข่าวเวิร์คพอยท์ ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดปทุมธานี ซึ่งมีชื่อปรากฏอยู่ในประวัติการรักษาของผู้เสียหายบนแอปหมอพร้อม โดยระหว่างรอเข้าติดต่อเจ้าหน้าที่ ผู้สื่อข่าวสังเกตเห็นหญิงรายหนึ่งกำลังสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าวกับเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล ทีมข่าวจึงเข้าสอบถามถึงข้อเท็จจริง

น.ส.บี (นามสมมุติ) อายุ 41 ปี เปิดเผยว่า หลังเห็นข่าวจากเพจ Drama-addict จึงดาวน์โหลดแอปหมอพร้อมเพื่อตรวจสอบข้อมูลของตนเอง ก่อนพบว่าในระบบมีประวัติการเข้ารับบริการตรวจคัดกรองพิเศษสำหรับเนื้องอก จำนวน 2 ครั้ง คือในปี 2566 จำนวน 1 ครั้ง และปี 2569 อีก 1 ครั้ง ทั้งที่ตนเองไม่เคยเข้ารับการตรวจดังกล่าว อีกทั้งยังพบข้อมูลการจ่ายยาอีก 1 รายการ

น.ส.บี ยอมรับว่า ก่อนหน้านี้เคยเข้ารับบริการที่โรงพยาบาลแห่งนี้จริงเพียง 1 ครั้ง เมื่อปี 2565 ในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และหลังจากนั้นไม่เคยกลับมาใช้บริการอีกเลย

เมื่อตรวจสอบข้อมูลส่วนบุคคลในระบบ พบว่ามีเพียงชื่อ-นามสกุล และเลขประจำตัวประชาชน 13 หลักที่ตรงกับข้อมูลของตนเอง ขณะที่ข้อมูลอื่น เช่น รายละเอียดส่วนบุคคล ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ทำให้เกิดความกังวลว่าข้อมูลอาจถูกบันทึกผิด หรืออาจมีบุคคลอื่นใช้ข้อมูลของตน

ภายหลังเดินทางมาแจ้งเรื่องกับทางโรงพยาบาลในวันนี้ ซึ่งตรงกับวันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม 2569 เจ้าหน้าที่แจ้งว่า เนื่องจากเป็นวันหยุด จึงยังไม่สามารถตรวจสอบรายละเอียดได้ โดยให้ผู้ร้องกลับมาติดต่ออีกครั้งในวันทำการ อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ให้ข้อมูลเบื้องต้นว่า สาเหตุอาจเกิดจากหน่วยแพทย์ที่ออกให้บริการตรวจนอกสถานที่ ซึ่งอาจมีการกรอกข้อมูลสลับกัน

แม้จะยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน แต่ น.ส.บี ยอมรับว่ารู้สึกกังวล เนื่องจากเกรงว่าประวัติการรักษาที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง อาจส่งผลกระทบต่อการใช้สิทธิ์รักษาพยาบาล รวมถึงการทำธุรกรรมด้านสุขภาพหรือการทำประกันในอนาคต จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้องโดยเร็ว

ทั้งนี้ทีมข่าวได้ประสานกับเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลดังกล่าว เพื่อติดตามและตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยเบื้องต้นได้มีการนัดกันในวันจันทร์ที่จะถึงนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...