ผวจ.น่าน สั่งตั้งจุดบริการ หลังหญิง 65 ปี เสียชีวิตขณะอุทธรณ์บัตรคนจน
เมื่อวันที่ 21 ก.ค.2569 แม้รัฐบาลจะมีแนวทางผ่อนผันหลักเกณฑ์การคัดกรองผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น แต่การยื่นอุทธรณ์สิทธิในหลายพื้นที่กลับสะท้อนปัญหาการเข้าถึงบริการของประชาชน โดยเฉพาะผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบาง
หลังเกิดเหตุหญิงอายุ 65 ปี ชาว จ.น่าน เดินทางลงจากพื้นที่บนดอยมายื่นอุทธรณ์สิทธิที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สาขาปัว ก่อนเกิดอาการหมดสติและเสียชีวิต สร้างความสะเทือนใจให้กับสังคม และจุดกระแสเรียกร้องให้หน่วยงานรัฐทบทวนรูปแบบการให้บริการแก่ประชาชนในพื้นที่ห่างไกล
ผู้ว่าฯ น่าน เร่งช่วยเหลือ-พร้อมปรับระบบบริการ
นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ด้วยตนเอง พร้อมมอบเงินช่วยเหลือแก่บุตรชายของผู้เสียชีวิต และมอบหมายให้ อบต.สกาด ดูแลการประกอบพิธีศพ รวมทั้งพิจารณาความช่วยเหลือตามระเบียบของทางราชการอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ยังได้ประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และสั่งให้ทบทวนแนวทางการให้บริการประชาชน โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ที่มีความเสี่ยงด้านสุขภาพ พร้อมสั่งตั้งศูนย์ One Stop Service หรือ ศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ ครบทั้ง 15 อำเภอของจังหวัด เพื่ออำนวยความสะดวกในการรับเรื่อง ยืนยันสิทธิ ยื่นอุทธรณ์ และให้คำปรึกษาแบบเบ็ดเสร็จ โดยบูรณาการการทำงานของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ขณะที่บรรยากาศที่บ้านของผู้เสียชีวิต ญาติได้จัดเตรียมสถานที่ประกอบพิธีศพ ท่ามกลางความโศกเศร้าของครอบครัว ขณะที่จากการสอบถามประชาชนในพื้นที่ พบว่ายังมีผู้มีสิทธิอีกหลายคนที่ตัดสินใจไม่เดินทางมายื่นอุทธรณ์ เนื่องจากต้องเดินทางไกลจากพื้นที่ภูเขาเข้าสู่ตัวอำเภอ ทำให้กังวลทั้งเรื่องค่าใช้จ่ายและสุขภาพ
สุรินทร์ ผู้สูงอายุร้องไห้ หลังไม่พบข้อมูลลงทะเบียน
ที่ธนาคารกรุงไทย สาขาถนนธนสาร จ.สุรินทร์ พบผู้สูงอายุบางรายถึงกับร้องไห้ หลังเจ้าหน้าที่แจ้งว่าไม่พบข้อมูลการลงทะเบียน ทั้งที่เจ้าตัวยืนยันว่าได้ส่งเอกสารผ่านผู้นำชุมชนให้ดำเนินการแล้ว
กรณีของนางวิมล สวนงาม อายุ 77 ปี ซึ่งอาศัยอยู่เพียงลำพังหลังสูญเสียบุตร มีรายได้จากเบี้ยผู้สูงอายุและเบี้ยผู้พิการรวมเดือนละ 1,500 บาท มองว่าสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเป็นความหวังสำคัญในการดำรงชีวิต ล่าสุดเจ้าหน้าที่ อบต.เมืองที ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาข้อมูลตกหล่น
ชัยนาท ผู้สูงอายุเดินทางกว่า 90 กิโลเมตร เพื่อรักษาสิทธิ
อีกกรณีหนึ่งที่ จ.ชัยนาท น.ส.สายทอง ทองยา อายุ 68 ปี เดินทางจาก อ.หนองมะโมง ไปยังสำนักงานขนส่ง จ.ชัยนาท รวมระยะทางไป-กลับกว่า 90 กิโลเมตร เพื่อยื่นอุทธรณ์ หลังระบบระบุว่าครอบครองรถจักรยานยนต์ 2 คัน ทั้งที่เธอยืนยันว่ามีเพียงคันเดียว และเป็นรถเก่าที่เสื่อมสภาพใช้งานไม่ได้มานาน แต่ไม่ได้แจ้งจำหน่ายออกจากระบบ จึงยังมีข้อมูลค้างอยู่
เธอยอมรับว่าเงินช่วยเหลือเดือนละ 300 บาทตามสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แม้จะไม่มาก แต่มีความสำคัญต่อการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน จึงพยายามรักษาสิทธิของตนเองไว้
สุพรรณบุรี แห่ตรวจสอบข้อมูลรถก่อนหมดสิทธิ
ที่สำนักงานขนส่ง จ.สุพรรณบุรี ตลอดทั้งวันมีประชาชนจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้สูงอายุและผู้พิการ เดินทางมาตรวจสอบข้อมูลการถือครองรถยนต์และรถจักรยานยนต์ เพื่อใช้ประกอบการอุทธรณ์สิทธิ
หลายคนยอมเสียค่าใช้จ่ายในการว่าจ้างรถเดินทางมายืนยันข้อมูล แม้รัฐบาลจะประกาศผ่อนผันหลักเกณฑ์และขยายระยะเวลาอุทธรณ์แล้วก็ตาม เพราะเกรงว่าจะเสียสิทธิที่จำเป็นต่อการดำรงชีพ
นายประวิทย์ กิจประยูร ขนส่งจังหวัดสุพรรณบุรี เปิดเผยว่า ปัญหาที่พบมากที่สุด คือ กรณีรถที่เสื่อมสภาพแต่ยังไม่ได้แจ้งจำหน่าย รถที่ขายต่อแบบโอนลอย รวมถึงกรณีถูกนำชื่อไปใช้ในการซื้อรถโดยเจ้าของสิทธิไม่ทราบ
เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบข้อมูลร่วมกับผู้มายื่นคำร้อง หากพบว่าข้อมูลในระบบไม่ตรงกับข้อเท็จจริง จะดำเนินการปรับปรุงข้อมูลผ่านระบบที่เชื่อมโยงกับกรมการขนส่งทางบก ก่อนส่งข้อมูลดังกล่าวเข้าสู่กระบวนการพิจารณาอุทธรณ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐต่อไป
อ่านข่าว :
เปิดภาพวงจรปิดนาทีผู้ก่อเหตุหลบหนี หลังคาร์บอมบ์หน้า สภ.ตันหยง หลังเก่า
วัดพระมหาธาตุฯ แจงปมพระเรี่ยไรเงิน ย้ำทำบุญผ่านตู้บริจาคเท่านั้น
สภาพอากาศวันนี้ เหนือ-อีสาน-ตะวันออก ฝนตกหนัก หลังมรสุมมีกำลังแรงขึ้น